วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......





All Time New High $1,164.60 ( อีกแล้ววว !!! )

Gold Update.......This Way

ปรากฏการณ์ทองระเบิด !!!


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Dollar Index ( USDX ).......Update

อนาคตของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผ่านมุมมอง"ดร.โกร่ง" 

ฤา US ดอลลาร์จะถึงกาลอวสาน !!!

คอลัมน์ คนเดินตรอก ดร.วีรพงษ์ รามางกูร
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 08:35:35 น. 
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กำลังวิตกกันทั่วโลกถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่รายวัน ทำไมธนาคารกลางและนักลงทุนทั่วโลกถึงกระจายความเสี่ยงลดการถือครองสินทรัพย์ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ อนาคตของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะเป็นอย่างไร "ดร.โกร่ง"คนเดินตรอกมีคำตอบ...

ในระยะครึ่งหลังของปี 2552 มีการกล่าวถึงค่าเงินดอลลาร์กันมากว่า ค่าเงินดอลลาร์อาจจะดิ่งลงไปอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ ในระยะยาว บางคนออกจะมีความรู้สึกไม่ดีต่อค่าเงินดอลลาร์ ถึงขนาดออกมาคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์อาจจะถึงกาลอวสานในอนาคตอันใกล้ บางคนดีหน่อยก็ออกมากล่าวว่าไม่ช้าหรือเร็ว ด้วยเหตุผลหลายอย่าง

อย่างแรก เศรษฐกิจของอเมริกาที่รัฐบาลอเมริกันและสื่อมวลชนตะวันตก รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์อเมริกันที่อยู่ตามบริษัทห้างร้านต่าง ๆ รวมถึงที่อยู่ในสถาบันการเงินอเมริกันและสถาบันการเงินระหว่างประเทศในอาณัติของกระทรงการคลังของสหรัฐได้ออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่า เศรษฐกิจของอเมริกาเริ่มฟื้นตัวแล้ว เพราะบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ก 500 บริษัทแรก มีอยู่กว่า 400 บริษัทที่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ดีกว่าไตรมาสที่สอง แต่ภาพดังกล่าวที่จริงแล้วเป็นภาพลวงตา ตามขั้นตอนของวัฏจักรเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจถดถอยอย่างที่เป็นอยู่ในอเมริกา จะมีบางช่วงที่เศรษฐกิจอาจจะดูเหมือนฟื้นตัว

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะมีการปรับตัวของสินค้าคงคลัง เมื่อปริมาณลดลงจนต่ำสุด ราคาก็ตกต่ำถึงที่สุดตามการลดลงของสินค้าคงคลัง การสะสมสินค้าคงคลังก็จะกลับมาใหม่ ประกอบกับสภาพคล่องของเงินดอลลาร์ที่มีมากขึ้นจากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโอบามา ในขณะที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ

ความต้องการลงทุนที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่การลงทุนในสินค้าคงคลังก็ยังไม่เกิด สังเกตได้จากการจ้างงานที่ยังไม่เพิ่มขึ้น หรือพูดกลับกันก็คืออัตราการว่างงานยังไม่ลดลง เมื่อถึงจุดหนึ่ง การลงทุนเพื่อสร้างสต๊อกของสินค้าคงคลังก็จะหยุดลง ผลประกอบการของธุรกิจก็จะซบเซาลงไปที่เดิมพร้อมกันไปอย่างนี้ จนกว่าการลงทุนที่แท้จริงจะเกิดขึ้น
สถานการณ์ที่เห็นได้ชัดก็คือการขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอเมริกายังขาดดุลเป็นอัตราส่วนต่อรายได้ประชาชาติของอเมริกามากขึ้น

เรื่องที่สอง การที่ปริมาณเงินถูกปั๊มออกมาอย่างมาก ไม่สมดุลกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวทางด้านความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือเกิดการคาดการณ์กันไปทั่วว่าเงินดอลลาร์อาจจะกลายเป็นเศษกระดาษ หรือค่าเงินดอลลาร์จะยังลดค่าของตนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลต่าง ๆ ของโลก ยิ่งทำให้ผู้ถือเงินดอลลาร์ อันได้แก่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ พยายามลดความเสี่ยงจากการถือเงินดอลลาร์ หันไปถือทองคำ เงินยูโร เงินเยน หรือเงินสกุลอื่นในยุโรป รวมทั้งเงินออสเตรเลียและเงินแคนาดา

การที่ธนาคารกลางจีน อินเดีย รัสเซีย และอาจจะรวมทั้งธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ทำเช่นนั้น ก็จะยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์ลดลงไปอีก

เรื่องที่สาม การที่สหรัฐไม่ได้เอาใจใส่ในเรื่องการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐบาล หรือภาคเอกชน เงินที่ขออนุมัติรัฐสภาเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็มิได้นำไปลงทุนอะไรใหม่ ส่วนใหญ่นำไปลงทุนในการซื้อกิจการของเอกชน หลังจากให้เอกชนลดทุนลงไปแล้ว เพื่อพยุงราคาหุ้น ผลประกอบการที่ดูดีขึ้นก็เกิดจากการลดทุน เป็นกำไรทางการเงิน ไม่ใช่เป็นเพราะผลประกอบการที่ดีขึ้นจริง

การลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตอันจะก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานจริงจึงยังไม่เกิดขึ้น

การขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมากจึงยังคงดำเนินต่อไป ผลประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงไปตกอยู่กับประเทศที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย และประเทศเอเชียอื่น ๆ

วิธีแก้ไขปัญหาการขาดดุลกับจีนและประเทศอื่น ๆ โดยการลดการขาดดุลงบประมาณ ก็ดูจะเป็นมาตรการที่ตรงกันข้ามกับทฤษฎีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ กำลังทำอยู่ตามมติของที่ประชุมเศรษฐกิจในเวทีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ประชุม G-20 หรือ APEC หรือ ASEAN

เมื่ออเมริกาไม่มีเครื่องมืออันใดในการแก้ปัญหาการขาดดุลของตนก็กลับมาใช้วิธีการเก่า คือบังคับข่มขู่จีนให้ขึ้นค่าเงินหยวน ซึ่งจีนก็ประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าจะไม่ยอมทำตาม แม้ว่าความจริงแล้ว จีนเองก็แอบทำอย่างช้า ๆ กล่าวคือในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนเพิ่มค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐถึง 21 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาทางเศรษฐกิจของอเมริกาจึงวนกลับมาที่เดิม แถมยังมีความเสี่ยงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป กล่าวคือ

เรื่องที่สี่ นักเศรษฐศาสตร์หลายคนที่ส่วนมากมาจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐ มีความเป็นห่วงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการกู้เงินมาอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจของอเมริกา นอกจากจะเป็นภาระแก่รัฐบาลและผู้เสียภาษีในอนาคต ยังอาจทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาไม่ปรับตัว หรือต้องใช้เวลาปรับตัวที่มีระยะยาวนานออกไป การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจอเมริกาอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย เหมือนกับเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ฟุบตัวลงไปตั้งแต่ปี 1990 เพราะถูกอเมริกาให้ขึ้นค่าเงินเยนอย่างรวดเร็วในครึ่งหลังของทศวรรษที่ 1980 ตั้งแต่นั้นมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นก็ไม่เคยฟื้นตัวอย่างจริงจังอีกเลย มีขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างก็เล็ก ๆ น้อย ๆ อันเป็นภาพลวงตาอย่างที่ว่า

เรื่องที่เขาห่วงกันมากคือ เรื่องที่ห้า เพราะมีนักเศรษฐศาสตร์อเมริกันหลายคนคิดเลยเถิดไปถึงว่า นโยบายปั๊มเงินกันออกมาพยุงเศรษฐกิจกันอย่างมโหฬารทั่วโลก จะเป็นสาเหตุให้ปริมาณเงินดอลลาร์และเงินทุกสกุลทะลักออกมามากเกินไป เมื่อเทียบกับผลผลิตหรือรายได้ประชาชาติของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับผลผลิตที่มาจากทรัพยากรของโลก ไม่เฉพาะแต่แร่ธาตุอย่างทองคำ แต่จะรวมไปถึงน้ำมัน ทองแดง อะลูมิเนียม และอื่น ๆ เมื่อสินค้าเหล่านี้มีราคาต่ำลงเทียบกับปริมาณเงินที่ถูกปั๊มเข้ามาในระบบเศรษฐกิจทั่วโลก

ผลก็คือจะทำให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นอย่างรุนแรงทั้งโลก ระบบตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ที่จัดระเบียบไว้ทั้งในตลาดปัจจุบันและในตลาดล่วงหน้า อาจจะพังทลายลงถ้าเกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง (hyperinflation) เช่น ราคาสิ่งของเพิ่มขึ้นทุกวัน สินค้าก็จะหายไปจากตลาด เศรษฐกิจทั้งโลกก็จะตกต่ำ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในประเทศละตินอเมริกาในทศวรรษที่ 1960 ซึ่งเป็นเรื่องของภาพที่ถูกวาดขึ้นอย่างน่ากลัวและมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นมากมาย ในกรณีอย่างนี้ค่าเงินดอลลาร์จะถูกกระทบมากที่สุด เพราะถูกปั๊มออกมามากที่สุด

ระยะนี้จึงเป็นระยะที่นักเศรษฐศาสตร์ออกมาเสนอความเห็นแปลก ๆ กันมากมาย หากติดตามข่าวดู ซึ่งก็ดีทำให้ไม่เหงา ความเห็นเหล่านี้น่าจะเป็นความเห็นที่สุดโต่งเกินไป แม้ว่าเที่ยวนี้ทั้งโลกจะถูกสหรัฐอเมริกาดำเนินนโยบายเศรษฐกิจไปทางเดียวกันหมด อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเมื่อทุกคนคิดเหมือนกันและทำเหมือนกันหมด ก็ต้องคอยดูต่อไปว่าอนาคตของเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร ถ้าดูในขณะนี้ผลก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น การขาดดุลของอเมริกาขนาดหนักก็ยังขาดดุลต่อไป เศรษฐกิจก็ดูยังไม่ฟื้นตัว ยุโรปก็ยังเหมือนเดิม จีน อินเดีย เอเชียก็ยังเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดต่อไป เศรษฐกิจหดตัวมากกว่าการขึ้นราคาน้ำมันและวัตถุดิบต่าง ๆ และปริมาณเงินที่มีมากขึ้นในเกือบทุกประเทศ

เมื่อเป็นอย่างนี้ แม้ว่าจะมีเหตุผลเพียงพอที่ผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะมีความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์ว่า ค่าเงินดอลลาร์ใน 2-3 ปีนี้น่าจะมีค่าอ่อนตัวลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น ๆ เมื่อเทียบกับทองคำ เช่น ยูโร หรือเงินเยนญี่ปุ่น ส่วนจะไปหยุดลงที่ไหนคงไม่มีใครคาดได้ถูก

ส่วนที่ห่วงใยกันว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง หรือเมื่อเศรษฐกิจที่แท้จริงของโลกฟื้นตัวแล้ว จะเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงนั้นก็ยังมองไม่เห็น ตราบใดที่ภาวะเศรษฐกิจแท้จริงของสหรัฐอเมริกายังไม่ฟื้นตัวอย่างจริงจังจนทำให้อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้น ดังนั้นในระยะที่เศรษฐกิจอเมริกายังคงอ่อนแออยู่อย่างนี้ อันตรายจากภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงอันเกิดจากการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบทั่วโลกก็ยังไม่น่าจะเกิดขึ้น
สำหรับประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์และสื่อมวลชนตะวันตกออกมาตีข่าวว่า เงินดอลลาร์กำลังถูกท้าทายจากเงินสกุลอื่น เช่น เงินยูโร เงินเยน หรือเงินอื่น ๆ ในยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา หรือแม้แต่เงินหยวน ในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า เงินดอลลาร์ก็ยังคงความสำคัญในฐานะที่เป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ระหว่างประเทศ เป็นทุนสำรอง และเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรในตลาดการเงิน ตราสาร และสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ ยังมองไม่เห็นว่าจะมีเงินสกุลใด หรือเงินสกุลหลาย ๆ สกุลรวมกัน แล้วจะมีสภาพคล่องมากพอที่จะมาทดแทนเงินดอลลาร์ได้

แต่อย่างไรก็ตามความพยายามของผู้คนที่เกี่ยวข้องก็คงพยายามกระจายความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐออกไปเป็นรูปแบบอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐมาเป็นทองคำ และเงินตราสกุลอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น
ราคาทองคำ และค่าเงินสกุลอื่น ๆ ก็คงจะค่อย ๆ สูงขึ้น ๆ เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อค่าเงินสหรัฐอ่อนตัวลงเรื่อย ๆ ก็คงคาดได้ว่า ราคาน้ำมัน แร่ธาตุ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ก็คงจะมีราคาแพงขึ้น ๆ แต่ราคาสินค้าสำเร็จรูปยังไม่ฟื้นตัว ปัจจัยดังกล่าวนี้แหละจะเป็นตัวดึงเศรษฐกิจกลับลงมาที่เดิมอีก

เหมือนกับโอบามาพูดเกือบตายแต่ก็กลับมาที่เดิมเหมือนที่บุชเคยทำคือ เดินทางไปปักกิ่งขอให้จีนขึ้นค่าเงินหยวน

ในที่สุดก็กลับมาที่เดิม ยกเว้นยอดหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นมหาศาล

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

In Debt We Trust ???

ต่อไปนี้เป็นรายการสัมภาษณ์พิเศษโดยพิธีกร Glen Beck เกี่ยวกับเรื่องการขาดดุลย์งบประมาณ, หนี้สาธารณะ และทิศทางของเงินดอลล่าของสหรัฐครับ จนถึงวันนี้หัวข้อเหล่านี้เป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์คุยกันอย่างเปิดเผยแล้ว แม้แต่ในรายการข่าวทางทีวีระดับประเทศ ที่มีเรตติ้งสูงๆอย่างของ Glen Beck แห่ง Fox News ครับ แล้วเครือข่าย Fox นับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของกลุ่ม NWO ที่ชัดเจน เป็นที่น่าสังเกตุว่า เหมือนจะเป็นการเปิดเผยเรื่องที่แม้แต่คนอเมริกันเองยังคิดแต่ว่าเป็นเพียงทฤษฏีสมรู้ร่วมคิด ( Conspiracy Theory ) ครับ



เนื้อหาพอจะสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้คือ ดอลล่าล้ม ( Dollar Collapse ) วิกฤติการค่าเงินโลก ( Currency Crisis ) เงินสกุลใหม่ของโลก ( New World Currency ) รัฐบาลโลก ( One World Government ) และการจัดระเบียบโลก ( NWO - New World Order )ครับ








พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......



Gold Bullish Index : 44 !!!




Gold all time New High $1,153.90

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Technical Analysis ( Thai 11/18/09 )

ฟันธงมุมมองทองฟิวเจอร์
(18พ.ย.2552)
หากspotพีคแถว $1,140-1,150 ต้องระวังตกปรับฐาน

โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด นักวิเคราะห์รับใบอนุญาตให้คำปรึกษาการลงทุนเลขที่12888 www.tontancorp.com โทร.02-9275800


สรุปกลยุทธ์-spot goldเหวี่ยงขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่คาดการณ์ไว้แถว $1,120+/- โดยขึ้นมาเขต
$1,044 หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์ดิ่งลงทำnew lowในรอบนี้ อย่างไรก็ตามจากการวัดเป้าหมายขาขึ้นรอบนี้เมื่อผ่านด่านแรก 1,120/- ก็ยังจะมาติดด่านสำคัญเขต $1,040-1,050 ประกอบกับเข้าเขตsuper overbought หรือover heatอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดว่าก็น่าจะตกลงไปเขต 1,120/-อยู่ดี หากติดช็อตไว้ตามแนะนำแถวเขต $1,120 ก็ยังรอได้ เพราะคาดว่ามีโอกาสจะตกลงไปเขต 1,120 หรือ 1,100/-

1.ภาพแนวโน้มใหญ่ของทองคำโลก เป้าใหญ่ด่านแรก 1,124$

แนวโน้ม-จากการวัดเป้าหมายหลังทะลุด่านใหญ่1,000$ขึ้นมานั้น ผมได้ประเมินภาพใหญ่ไว้ว่าจะเหวี่ยงrallyเป็นขาขึ้นมาเขตเป้าหมายแรก 1,100+/- และเป้าหมายใหญ่ของโครงสร้างนี้คือแถว 1,300$

อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้นมาแนวต้านเป้าหมายแรกคือ1,100+/-(1,100-1,140$) เนื่องจากขึ้นมาเขต over heat สังเกตจากmodified stochasticsทั้งรายสัปดาห์และรายวันขึ้นมามากกว่าเขต 95% โดยทั่วไปมักตามมาด้วยการตกปรับฐาน จึงคาดว่า spotอาจมาพีคเต็มที่ก็เขต 1,040 ไม่เกิน 1,050/- จากนั้นจะตก ลงมาเขต1,120หรือ1,100$(แล้วดูว่ายืนได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็จะตกลงไป 1,070+/-)

กลยุทธ์-1.สำหรับท่านที่ติดช็อตไว้แถว 1,120/- ตามที่แนะนำ อย่าเพิ่งตกใจครับ จับตาดูว่าหากมันมาตื้อๆและจบแถว 1,040-1,050 ก็ให้คาดหวังว่าจะตกลงไป 1,120 เป็นอย่างน้อย หรือ 1,100 หรือหลุด 1,100ลงไป
$1,070 ควรรอดู ยกเว้นแต่ว่าเห็นทำท่าผ่าน 1,150$แน่ๆค่อยยอมปิดสถานะเพื่อstop loss

2.ท่านที่ยังไม่ได้ทำอะไร จับตาดูตามข้อ1และหากเห็นทำท่าไม่ผ่านด่าน
$ 1,140-1,150 หักหัวลงก็ follow short คือช็อตในจังหวะที่เห็นราคาเริ่มตก และเกิด sell signal ใน modified stochastics คือเห็น %k ตัด %d ลงมา
 

3.GFZ09 เป้าหมายพีคและเป้าตกปรับฐาน

เมื่อวานนี้ขึ้นไปแนวต้านที่คาดไว้คือ 17,880 บาท ก่อนลงมาที่ 17,800 บาท

แนวรับวันนี้ 17,800บาท แนวต้านวันนี้ 17,900บาท แนวต้านเป้าหมายใหญ่ 18,400บาท

วันนี้จับตามองหากหลุดแนวรับ 17,800-17,820 บาท อาจตกลงไปด่านแรก  17,730 และหากหลุดจะลงไป17,450ถัดไป 17,350-17,450บาท

คำแนะนำ-ปิดสถานะlong หรือเปิดช็อตที่แนวต้าน หากเห็นspotไม่เกินด่าน 1,140-1,150/-

 

4.ทองแท่ง 96.5% แนะนำขายทำกำไร ไม่แนะนำซื้อ เสี่ยงติดดอย

ราคาทองคำแท่ง 96.5% พุ่งต่อเนื่อง ขึ้นมาเขต 17,900บาท

สัปดาห์นี้นี้มีแนวต้านใหญ่ 18,000+/-(17,850-18,300บาท)

กลยุทธ์-ขายทำกำไรที่แนวต้านเป้าหมายหากเห็น ทองคำโลก(spot)มาพีคเขต 1,150/- แล้วอาจตกปรับฐานลงมา เขต 1,100-1,120$  หรือ
$1,070 อาจส่งผลให้ทองแท่งตกปรับฐานลงมาเขต 17,500+/- หรือ 17,000บาท 

ข้อเสนอแนะ : ผมแนะนำว่าให้ดูทั้งของไทยของนอกครับ แล้วหนักไปที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก อย่าใช้ข้อมูลด้านใดเพียงด้านเดียว ที่ผ่านมานักวิเคราะห์ฟันธง...แล้วหัก กันไปหลายอันแล้วครับ เอาเป็นว่าเอามาเสริมให้แน่นขึ้น ข้อมูลยิ่งแน่นความเสี่ยงยิ่งต่ำครับ ที่สำคัญสำหรับบล๊อคนี้ คือเรากำลังใช้และมีข้อมูลที่คนอื่นไม่มีครับ จึงทำให้มุมมองมันต่างกันในหลายๆ จุดครับ 

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......




Gold Bullish Index : 38 !!!



Today all time New High : $1,145.30 (อีกแล้ว)

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Technical Analysis

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคของฝรั่งใน GLD SPDR, XGLD, USDX, SLV, และ OIL ครับ



พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......



Gold Bullish Index : 37 !!!



Today All Time New High $1,144.30 !!!