วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 06.01 น. ครับ.......

24 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 06:23

    เมื่อคืนที่ US มีการประกาศตัวเลข Producer Price Index ซึ่งออกมาสูงกว่าคาด ทำให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรในทองขึ้นมา เพราะความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวสูงขึ้นในอนาคต จาก PPI ที่ออกมาสูงกว่าคาดนี้

    เย็นวาน เงินยูโรโดนกดดันจากข่าวของแบงค์ในออสเตรีย ที่อาจขาดทุนเพิ่มขึ้น และต้องมีการ write down ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจของ US ที่ออกมาดีกว่าคาดในระยะหลัง ทำให้ตลาดเริ่มเชื่อกันว่า เศรษฐกิจของ US จะมีการฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศในกลุ่มยูโรโซน ทำให้เงินดอลล่ากลับมาแข็งค่า

    ต.

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 07:00

    สวัสดีค่ะคุณต๊ะ....ตอนนนี้ที่บ้านอากาศหนาวไหมคะ ที่นี่ไม่หนาวเลย ซื้อเสื้อหนาวมาใช้ไปได้แค่ไม่กี่วันเอง ต้องเก็บเข้าตู้ซะแร๊ว!!!

    ขอบคุณสำหรับข่าวสารประจำวันเช่นเคยนะคะ ขอบคุณคุณ Cool_Kid ล่วงหน้าด้วยเลยค่ะ เด๋วต้องมาแหงๆ ชิงโพสต์ก่อนเลยดีกว่า อิอิ ^_^

    บาบาร่า ฟู

    ตอบลบ
  3. สวัสดี และขอบคุณทุกท่านเช่นกันครับ
    วันนี้เริ่มมีลางสังเห่า เอ้ย หอน...ว่าทองกำลังจะขึ้นไปก่อน ไม่รู้ว่าขึ้นไปล่อให้ตายใจแล้วทุบอีกรอบ ซึ่งอาจจะต่ำกว่านี้อีกก็ได้ หุหุ... หรือไม่ก็คงไปต่อได้มากกว่าเดิมอีก เพราะดูจาก USD เมื่อคืนพุ่งถึง 77 แต่ทองราคาไม่ลงไปมากกว่าเดิม อาการแบบนี้พอ USD ตกลง 76-75-74 เหมือนก่อน มีหวังไปโน้น...1300$ เลย....เหอเหอ แต่ถ้าดูช่วงเวลาแบบคุณจิมมี่ว่า เค้าน่าจะลากไปเพื่อทุบก่อนสิ้นเดือนนี้ หรือไม่ก็รอบหน้า กพ. ....อะอะ.....ลางเดานะครับ อย่าเชื่อๆ :)

    ตอบลบ
  4. สวัสดีครับ ท่านแม่ทัพจิมมี่ คุณ ต คุณ บาบาร่า ฟู คุณ aoodii และเพื่อน ๆชาวกองทัพใต้ดินทุกท่าน
    วันนี้ก็มีข่าวมาให้ลุ้นอีกแล้วไปดูกันเลยครับ

    1."ดอลลาร์ฟื้นตัว ท่ามกลางปัญหาภาคธนาคารในยูโรโซน"
    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1260876534&grpid=03&catid=00
    น้องดอลลี่ฟื้นตัวท่ามกลางปัญหา...ของชาวบ้าน แสบเจง ๆ นะน้องดอลลี่

    2.โอเปกเพิ่มตัวเลขความต้องการน้ำมันโลกปีหน้า
    http://news.mcot.net/international/inside.php?value=bmlkPTEzMDIxMiZudHlwZT10ZXh0
    หลังจากที่พี่โอเปกเคยให้สัมภาษณ์เป็นนัย ๆ ว่าจะลากน้องออยล์โชว์ตอนนี้เริ่มส่งสัญญาณแล้ว อิ อิ อิ

    3.สหรัฐเรียกคืนวัคซีนหวัด2009ของเด็ก8แสนโดส
    http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=421904
    โอ๊..โอ๋ เรียกคืนอีกแล้วเหรอเนี่ย คราวนี้มามุขใหม่แฮะ

    4.สธ.ฉีดทดลองวัคซีนป้องหวัด09วันที่18ธค.
    http://www.innnews.co.th/social.php?nid=202408
    ที่ว่าสั่งซื้อจากต่างประเทศเนี่ย เป็นล๊อตที่มีปัญหาอ๊ะเปล่าครับ เนี่ยย เสียว เจง ๆ นะ

    5.ประธานาธิบดีโอบามาเสียงเข้มใส่พวกแบงเกอร์สหรัฐฯ
    http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000153303
    เพิ่งรู้ว่าท่านโอบาเหมานอกจากตัวเข้มแล้ว...เสียงยังเข้มอีกด้วย เอิ๊ก ๆ ๆ

    6.เมืองใหม่อาบูดาบี
    http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=31689
    หวังว่าเมืองใหม่คงจะเป็นขุมทรัพย์ไม่ใช่ขุมนรกเหมือนพี่ดูไบนะครับ ท่านอาบูดาบี

    7.เรื่องน่าเศร้าจากโรคหวัด H1N1 ในประเทศจีน...
    http://www.oknation.net/blog/jui880/2009/12/16/entry-1
    อันนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าเจง ๆ ครับ ไว้อาลัยให้ 1 โพสต์ครับ

    8."เกาหลีเหนือ"ยอมเพิ่มวงเงินแลกธนบัตรแบบใหม่
    http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=421833
    พี่โสมแดงครับ เล่นถามที่มาของเงินแล้วใครจะไปตอบได้หมดทุก วอน ละครับ เรื่อง วอน เนี่ยมัน วอน เจง ๆ หุ หุ หุ

    9.คอลัมน์: รายงานพิเศษ: อาวุธสงคราม
    http://www.banmuang.co.th/foreign.asp?id=191556
    เรื่องจริงของโลกใบนี้ อ่านแล้วน่ากลัวมากมายเลยครับ (เป็นอีกบทความแสดงความนัยเหมือนที่ท่านแม่ทัพได้กล่าวอย่างเปิดเผยมาตลอด)

    10.รอยเตอร์ชี้ 5 ความเสี่ยงในไทย
    http://www.thairath.co.th/content/oversea/53186
    อืมม สื่อระดับโลกเค้าเตือนมาดัง ๆ แล้วนะคร๊าบบบบ ท่านโอบามาร์ค โปรดรับไปพิจารณาด้วยครับ

    11.กว่าจะเป็น 'ทองคำ'
    http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=486&contentId=37522
    อืมม เพิ่งจะรู้ว่า เป็นงี้นี้เอง ลำบากยากเย็นเจง ๆ นะเนี่ยยย

    12.สบู่รุ่นใหม่ ซึ่งทำเลียนแบบธนบัตรใบละ 1,000 ดอลลาร์ เพื่อล้อกับสถานการณ์เศรษฐกิจ
    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1260768792
    เพิ่งรู้ว่า ในอนาคตนอกจากจะใช้เป็นแบงค์กงเต็กแล้วยังใช้เป็นสบู่ได้ด้วย สารพัดประโยชน์เจง ๆ นะครับ

    13.วันหยุดสบายๆ แบบคนไทย เปิดปฎิทินวันหยุดราชการเพิ่มเติม ปี 2553
    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1260870056
    ไปดูปีเสือว่า มีวันหยุดอะไรบ้างดีกว่าดีหยุดเพิ่มด้วย จะเป็นเสือดุหรือว่า เสือขี้เซากันเอ่ย

    14.นอน-นั่ง-ยืนอย่างไร?ไม่ทำร้ายกระดูกสันหลัง
    http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=457&contentID=37251
    ปิดท้ายด้วยสาระดี ๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพเพื่อน ๆ ทุก ๆท่านนะครับ

    ขอขอบคุณทุก ๆ ข้อมูลที่มาร่วมกันแชร์นะครับ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 10:11

    Nouriel Roubini ออกมาถล่มทองอีกแล้ว

    The New Bubble in the Barbarous Relic that Is Gold
    By Nouriel Roubini
    12/11/2009 1:30:00 PM | Last Updated
    http://www.roubini.com/analysis/91695.php

    ตอบลบ
  6. อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอสงสัยว่าจะเป็นการจัดฉากครับ
    http://www.krobkruakao.com/kkn/?a=news&s=detail&news_id=13153

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 13:58

    Gold Buying by Central Banks May Send Signal to Sell (Update1)

    By Claudia Carpenter and Pham-Duy Nguyen

    Dec. 16 (Bloomberg) -- Some of the biggest buyers of gold may be sending the strongest signal to sell it, if past performance is indicative of future results.

    อ่านเพิ่มเติมที่บูมเบริกนะครับมันยาวมาก
    Crizmo

    ตอบลบ
  8. คุณ Crizmo คงเป็นรายการร่วมด้วยช่วยกัน(ทุบ)ครับ ทำไม BB ตีข่าวนี้ แต่ข่าวรัสเซียซื้อเพิ่มผมพยามหาแต่ไม่เจอครับใน BB แต่จะไปอยู่ตามเวบนายหน้าค้าทองแทน ต่างคนต่างมีหน้าที่ครับ

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:51

    ช่วยกันทำมาหากินกันดีจังเนอะ 55555

    Crizmo

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:53

    รวมเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาใน 1 ปีเกิดอะไรขึ้นบ้าง

    In Focus: ย้อนรอยเศรษฐกิจโลกปี 52..เงินดอลล์ล้มครืน กระแสตื่นทองคำ วิกฤตดูไบทำตลาดหุ้นร่วง

    เหลือเวลาอีกเพียง 15 วัน พุทธศักราช 2552 ก็จะสิ้นสุดลง เมื่อเหลียวมองไปข้างหลังก็พบว่าเศรษฐกิจปีวัวเริ่มศักราชอย่างหัวหกก้นขวิด กว่าจะเริ่มรีบาวด์ได้ต้องใช้เวลาเนิ่นนานจนเข้าปลายไตรมาส 3 ...ไฮไลท์ของปี 2552 คงหนีไม่พ้นภาวะตกต่ำของค่าเงินดอลลาร์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่า เชื่อถือของสหรัฐ รวมทั้งกระแส " Gold Rush" ที่ทำเอาราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งชนแนวต้านครั้งแล้วครั้งเล่า มาปิดท้ายปลายปีด้วย "วิกฤตหนี้ดูไบ" ที่ทำเอาหลายคนตาค้างเพราะคาดไม่ถึงว่า มหานครยิ่งใหญ่หรูหราของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แห่งนี้ จะถูกวิกฤตการเงินต้อนเข้ามุมจนถึงขนาดขอเลื่อนการชำระหนี้… แต่ก่อนที่ปีวัวจะหมดลง คอลัมน์ In Focus ขอพาท่านผู้อ่านเดินเลาะรั้วเศรษฐกิจปีวัว เพื่อย้อนรำลึกว่าวัวตัวนี้ดุแค่ไหน และขวิดใส่ใครมาบ้าง !!

    เปิดศักราชปีวัว เศรษฐกิจพี่เบิ้มหดตัวถ้วนหน้า รัฐบาลทั่วโลกผวา! แห่ใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ



    ออกสตาร์ทปี 52 ได้ไม่นาน ข่าวร้ายก็ผุดขึ้นมาให้ใจละเหี่ย เมื่อเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่กลุ่ม G3 คือสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป กอดคอกันหดตัวอย่างไม่ยอมน้อยหน้ากัน เริ่มจากเศรษฐกิจของพี่ใหญ่หัวใจเสรีภาพ สหรัฐ ที่หดตัวลง 6.1% ต่อปี ตามด้วยเศรษฐกิจของน้องรองเลือดวาซาบิ ญี่ปุ่น ที่ทรุดหนักถึง 15.2% ต่อปี และเศรษฐกิจโซนยุโรปที่หดตัว 2.5% ต่อปี แม้แต่ธนาคารสหรัฐ (เฟด) ออกปากยอมรับด้วยตนเองว่าเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2552 ถดถอยลงอย่างหนัก เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและอัตราว่างงานที่สูงลิ่ว ... วิกฤตขนาดไหนก็คิดดูเถิดว่า ขนาดนายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ ยังยอมแบกรับความทุกข์ใจร่วมกับชาวอเมริกันด้วยการขอเงินเดือนเพียง 50% หรือเพียง 191,300 ดอลลาร์/ปีในฐานะรมว.คลังคนที่ 75 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่เคยได้รับเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟด สาขานิวยอร์ก ที่ได้รับถึง 411,200 ดอลลาร์/ปี


    หนึ่งในข่าวช่วงต้นปี 2552 ที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกลุ้นระทึกมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นข่าวที่เฟดทำการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) ของ 19 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ รวมถึงอเมริกัน เอ็กซ์เพรส, แบงค์ ออฟ อเมริกา คอร์ป, แบงค์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน คอร์ป, ซิตี้กรุ๊ป อิงค์, โกลด์แมน แซคส์, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และมอร์แกน สแตนลีย์ ... ซึ่งเลขที่ออกก็คือ มีสถาบันการเงินถึง 10 ที่ถูกระบุว่าต้องระดมทุนเป็นวงเงินรวม 7.46 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงแบงก์ ออฟ อเมริกา ซิตี้กรุ๊ป อิงก์ และมอร์แกน สแตนลีย์

    Crizmo

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:55

    ข่าวดังกล่าวฉุดตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปดิ่งเหวทันที เพราะทุกคนต่างยังไม่ลืมฝันร้ายที่สถาบันการเงินรายใหญ่อันดับ 4 อย่างเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายไปเมื่อปี 2551 และที่น่าใจหายมากกว่านั้นก็เมื่อบรรษัทประกันเงินฝากแห่งสหรัฐ (FDIC) ออกแถลงการณ์ว่าจำนวนธนาคารล้มละลายในสหรัฐในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 120 รายแล้ว

    วิกฤตการณ์การเงินโลกทำให้หลายองค์กรนั่งไม่ติด องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าวิกฤตการณ์การเงินอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชน ขณะที่องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คาดว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกจะส่งผลให้ตัวเลขว่างงานเพิ่มขึ้นอีก 40 ล้านคนภายใน 2552...แต่องค์กรที่ลงมือปฏิบัติการอย่างเป็นเรื่องเป็นราวรายแรกก็คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ควักเงินทุน 1.50 แสนล้านดอลลาร์ออกมาช่วยเหลือกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ถูกกระทบจาก เศรษฐกิจโลกถดถอย จากนั้นช่วงกลางเดือนก.พ.ตลาดหุ้นทั่วโลกได้เฮครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตัดสินใจลงนามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 7.87 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากคณะทำงานชงเรื่องเข้าสภาคองเกรส กว่าจะผ่านด่านมาได้ก็ใช้เวลานานโข นอกจากนี้ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 มีมติอัดฉีดงบประมาณรวม 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ฐเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์การเงินและยับยั้งเศรษฐกิจโลกจาก ภาวะถดถอย เท่านั้นยังไม่พอ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือ emerging markets ก็พร้อมใจกันใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจีนที่เอาเงินจากคลังออกมากระตุ้นเศรษฐกิจสูงถึง 5.86 แสนล้านดอลลาร์ ....ทุกฝ่ายชื่นบานถ้วนหน้า เพราะหลับตามองเห็นสภาพคล่องที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจโลกอย่างหนาแน่น

    ความสำเร็จในการใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีนทำให้กูรูเศรษฐศาสตร์หลายคน โดยเฉพาะจิม โรเจอร์ส ออกอาการปลื้มจีนจนออกนอกหน้า ถึงขนาดเจียดเวลาเขียนรายงานชื่อ “A Bull in China: Investing Profitably in the World’s Greatest Market" เพื่อยกย่องว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีนจะช่วยให้จีนสามารถต้านทานวิกฤต เศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าสหรัฐและประเทศอื่นๆ เนื่องจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมูลค่ามหาศาลของจีนจะช่วยให้รัฐบาลจีน สามารถนำไปใช้จ่ายในโครงการต่างๆได้อย่างคล่องตัว ซึ่งจะช่วยให้จีนนั่งบัลลังค์จ้าวตลาดโลกได้


    Crizmo

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:55

    ** ทั่วโลกตะลึง ! มาตรการฟื้นฟูทำพิษ ก่อวิกฤตเงินเฟ้อ ออสเตรเลีย-อินเดียเล่นทีเผลอ เดินหน้าถอนมาตรการก่อนใคร



    แต่แล้วเม็ดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจก็เริ่มทำพิษ เพราะสภาพคล่องที่สูงเกินในระบบนั้นไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้บิล กรอส ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและประธานบริษัท แปซิฟิก อินเวสท์เมนท์ เมเนจเมนท์ (พิมโค) และวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนและเจ้าของอาณาจักรเบิร์คเชียร์ แฮทธาเวย์ อันมั่งคั่ง เห็นเค้าลางเงินเฟ้อก่อนใคร จึงพร้อมใจกันออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทำให้มีสภาพคล่องหนาแน่นในระบบนั้นจะทำให้เศรษฐกิจ โลกเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบัฟเฟตต์ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์แห่งการลงทุน เชื่อว่า ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกจะพุ่งขึ้นรุนแรงกว่าในช่วงทศวรรษที่ 70

    ภาพการก่อตัวของเงินเฟ้อเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ร้อนถึงสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งชาติสหรัฐต้องออกมาทำการสำรวจความคิดเห็นของนัก เศรษฐศาสตร์ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกต้องเจอกับสึนามิเงินเฟ้ออย่างแน่นอน และยังคาดว่าเฟดจะไม่สามารถสกัดกั้นเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปีได้...แต่ที่น่าตกใจมากกว่าก็คือเมื่อเฟดออกมายอมรับเองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและจะบั่นทอนเสถียรภาพ ของเศรษฐกิจในที่สุด !

    เสียงเตือนที่ดังขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ ทำเอารัฐบาลหลายประเทศอยู่เฉยไม่ได้ และที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดคงเป็นใครไม่ได้นอกจากธนาคารกลางออสเตรเลีย ที่นำร่องประกาศลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 เดือนรวด สวนทางกับประเทศยักษ์ใหญ่รายอื่นๆที่ยังคงตอกตะปูดอกเบี้ยที่ระดับต่ำไว้ยาว นานตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ความเคลื่อนไหวของออสเตรเลียเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาหวาดหวั่นกับพิษภัย เงินเฟ้อมากกว่าเศรษฐกิจถดถอย

    เห็นออสเตรเลียนำร่องไปแล้ว อินเดียซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่ไม่แพ้กันก็ตัดสินใจเริ่มถอนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจตามมาในช่วงปลายเดือนต.ค. โดยธนาคารกลางอินเดียออกคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มการสำรองสภาพคล่อง 25% จากเดิม 24% พร้อมกับปิดกองทุนพิเศษในการซื้อคืนหลักทรัพย์สำหรับธนาคาร อีกทั้งยังปิดวงเงินสว็อปอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับภาคธนาคาร และลดวงเงินการรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อการส่งออกลงสู่ระดับก่อนเกิด วิกฤตการณ์ โดยอยู่ที่ระดับ 15% จาก 50% ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที!

    บทบาทหน่วยทะลวงที่นำร่องถอนมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของอินเดียและออสเตรเลีย ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะทำให้ประเทศอื่นๆแห่ถอนมาตรการตาม ที่เด่นชัดก็คือเมื่อสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ทำผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ เชี่ยวชาญทั่วโลกพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้เชี่ยวชาญร่วงลงในเดือนพ.ย.เพราะกังวลว่าการถอนมาตรการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัว

    Crizmo

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:56

    ** วิกฤตเงินดอลลาร์ตกต่ำ เครดิตสหรัฐย่ำแย่ จุดกระแสแห่ซื้อทองคำ



    สถานการณ์สะท้านปี 52 ที่มาแรงไม่แพ้เรื่องอื่น ก็เห็นจะเป็นวิกฤตการณ์ค่าเงินดอลลาร์ตกต่ำที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าดอลลาร์ ที่อ่อนแอเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และ "หน้าตา" ของสหรัฐในฐานะพี่ใหญ่ของระบบเศรษฐกิจโลก ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดอลลาร์ตกต่ำอย่างน่าใจหายในปี นี้มาจากการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0 - 0.25% มาเนิ่นนานตั้งแต่ปลายปี 2551 และยังไม่มีเค้าว่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงไตรมาส 4 ปี 2552 สถานการณ์ดอลลาร์ตกต่ำทำให้สหรัฐถูกกระหน่ำรอบด้าน ทั้งข่าวลือและข่าวจริง แต่ที่แรงสุดๆก็เมื่อหนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนท์ ของอังกฤษกระพือข่าวว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ดอดเจรจาร่วมกับจีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เพื่อ "ยุติ" การใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรมซื้อขายน้ำมัน ข่าวดังกล่าวสร้างความแตกตื่นในตลาดปริวรรตเงินตราทั่วโลกและส่งผลให้ ดอลลาร์ถูกเทขายอย่างหนัก

    ดอลลาร์ถึงคราวกระอักอีกครั้งเมื่อจีนซึ่งเป็นคู่ชิงบัลลังค์มหาอำนาจทาง เศรษฐกิจกับสหรัฐเรียกร้องทั่วโลกให้ใช้สกุลเงิน SDR เป็นค่ามาตรฐานในระบบสำรองเงินตราของโลกแทนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่ทำเอาสหรัฐนั่งไม่ติดก็ตอนที่คุณอู๋ หย่งติง ผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐกิจและการเมืองโลก ประจำสถาบันราชบัณฑิตสังคมศาสตร์ของจีน กดดันให้รัฐบาลสหรัฐรับประกันพันธบัตรมูลค่า 6.82 แสนล้านดอลลาร์ที่จีนถือครองอยู่ อ้างว่าจีนไม่มั่นใจในสถานะของดอลลาร์อีกต่อไป การที่จีนส่งคุณอู๋ออกหน้าในครั้งนี้เพื่อส่งสัญญาณผ่านสายลมไปถึงสหรัฐว่า พันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์มูลค่าสูงถึง 6.82 แสนล้านดอลลาร์ในมือของจีนนั้น เป็น "ไพ่ใบใหญ่" ที่จีนพร้อมจะใช้ต่อกรกับสหรัฐได้ทุกเมื่อ



    การร่วงลงของสกุลเงินดอลลาร์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "Gold Rush" หรือกระแสตื่นทอง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงทำให้สัญญาทองคำในตลาดโลกมีราคาถูกลง เมื่อเป็นเช่นนั้น นักลงทุนจึงแห่กันซื้อทองคำเก็บไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจ ผันผวน นอกเหนือจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนยวบแล้ว กระแสแห่ซื้อทองคำยังเกิดขึ้นจากข่าวที่ธนาคารกลางหลายแห่งเข้าซื้อทองคำจาก ไอเอ็มเอฟ รวมถึงธนาคารกลางศรีลังกาที่ซื้อทองคำน้ำหนัก 10 เมตริกตัน ธนาคารกลางอินเดียซื้อ 200 เมตริกตัน และธนาคารกลางมอริเชียสที่ซื้อไป 2 เมตริกตัน

    กระแสตื่นทองทำให้จิม โรเจอร์ส เจ้าเก่า พยากรณ์ล่วงหน้าว่าราคาทองคำตลาดโลกจะพุ่งขึ้นแตะ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ท่านศาสตราจารย์ นูเรียล รูบินี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ออกอาการไม่เห็นด้วย จึงปฏิบัติการตอบโต้โรเจอร์กลางที่ประชุม Inside Commodities Conference ที่นิวยอร์กว่า คำพยากรณ์ที่ว่าราคาทองคำจะแตะ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์นั้น "ไร้สาระ และเป็นการคาดการณ์ที่ผิดหลักปัจจัยพื้นฐาน" ...มหากาพย์การพยากรณ์ครั้งนี้ ใครจะถูก ใครจะผิด ต้องรอดูตอนจบ ...แต่ที่แน่ๆ สัญญาทองคำ COMEX เมื่อคืนนี้ (15 ธ.ค.) ยืนอยู่ที่ระดับ 1,123 ดอลลาร์/ออนซ์ ... จากระดับปิดเมื่อวันที่ตลาด COMEX เปิดทำการวันแรกในปี 2552 ที่ 857.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ... ลองนึกดูเถิดว่าโอกาสที่ราคาทองจะพุ่งชน 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ มีมากน้อยแค่ไหน!


    Crizmo

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:57

    ** วิกฤตหนี้ดูไบว้าวุ่น ทำตลาดหุ้นร่วงปลายปี อาบูดาบีขี่ม้าขาวมาช่วย !!



    เมื่อนาวาเศรษฐกิจปีวัวลอยโซซัดโซเซมาจนถึงปลายเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปี สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้านั้นไม่กี่วันก็เป็นไปแบบ "เนิบๆ" และ "นิ่งๆ" เพราะเป็นช่วงที่ชาวอเมริกันกำลังฉลองเทศกาลขอบคุณพระเจ้า ตลาดหุ้นทั่วโลกเคลื่อนไหวแบบเนือยๆเพราะนักลงทุนเริ่มปรับโพสิชั่นการลงทุน ช่วงปลายปี...แต่ทั่วโลกต้องสะดุ้งโหยงกับข่าวที่ว่าบริษัท ดูไบ เวิล์ด ของรัฐบาลดูไบ วางแผนเลื่อนการชำระหนี้จำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์ซึ่งครบกำหนดในเดือนธ.ค.ออกไปเป็นเดือนพ.ค.ปีหน้า ซึ่งถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่สุดในรอบ 8 ปี หลังจากในปีพ.ศ.2544 รัฐบาลอาร์เจนติน่าเคยตกที่นั่งผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่มาแล้ว

    ข่าวดูไบซึ่งเคยเป็นหนึ่งในความหวังของใครต่อใครว่าจะมีส่วนเศรษฐกิจโลกให้ เฟื่องฟูในปีหน้านั้น ทำตลาดหุ้นทั่วโลกตื่นตระหนกราวกับผึ้งแตกรัง แต่ที่ร้อนใจกว่าใครก็คงเป็นบรรดาธนาคารเจ้าหน้าของดูไบ รวมถึง HSBC, ธนาคารลอยด์ แบงกิ้ง กรุ๊ป, รอยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์ และธนาคารบาร์เคลย์ส ขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสถาบัน รวมถึงมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส กังวลว่าดูไบอาจสูญเสียสถานะการเป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และอาจสูญเสียสถานะของศูนย์กลางการค้าและการบริการ อีกทั้งยังดับฝันของดูไบที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการธนาคารใน ภูมิภาค

    แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด ตลาดหุ้นทั่วโลกรีบาวด์ถ้วนหน้า รับข่าวอาบูดาบีที่ขี่ม้าขาวเข้าแทรกแซงวิกฤตหนี้สินดูไบ ด้วยการอัดฉีดเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ช่วยเหลือ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยให้ดูไบสามารถชำระหนี้หุ้นกู้อิสลามวงเงิน 4.1 พันล้านดอลลาร์ที่เพิ่งครบกำหนดชำระไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จากนั้นผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลดูไบก็ออกมาปูด ข่าวว่า ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะอัดฉีดสภาพคล่องตามความจำเป็นให้แก่ธนาคารต่างๆ ที่ปล่อยกู้แก่ดูไบ เวิลด์

    ...ทุกฝ่ายโล่งใจ แต่จะโล่งได้ถึงตับไตไส้พุงหรือไม่นั้น ต้องรอดูวันจันทร์ที่ 21 ธ.ค.นี้ เพราะบรรดาธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของดูไบ เวิลด์จะตัดสินใจว่าควรจะอนุมัติการขอพักชำระหนี้ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ของดูไบ เวิลด์หรือไม่ หลังจากที่การให้เงินช่วยเหลือจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ของอาบูดาบีช่วยซื้อเวลาในการเลื่อนชำระหนี้ออกไปได้บ้าง


    Crizmo

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 14:58

    ** ประมวลกระแสวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกปีหน้า .. หลายฝ่ายจับตา "เอเชีย" พาเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว



    แล้วฤดูกาลแห่งการพยากรณ์เศรษฐกิจก็มาถึง ทุกช่วงปลายปีจะมีหลายองค์กรออกมาเปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลก เริ่มที่ไอเอ็มเอฟที่ผุดรายงาน "World Economic Outlook" โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปี 2553 โดยเชื่อว่า "เอเชีย" จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวขึ้น

    ด้านองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกรายงาน "The World Economic Situation and Prospects 2010 โดยระบุว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวในอัตรา 2.4% ในปี 2553 เนื่องจากรัฐบาลทั่วโลกพร้อมใจกันใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนับตั้งแต่ช่วง ปลายปี 2551 และเชื่อว่าความแข็งแกร่งของเอเชียจะเป็นกลไกสำคัญที่หนุนเศรษฐกิจโลกฟื้น ตัว ... คนเอเชียอย่างเราได้แต่ยิ้มแก้มปริ อย่างน้อยก็มีส่วนในการสร้างประวัติศาสตร์กับเขาเหมือนกัน

    Crizmo

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 15:17

    เอ่อ ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องทองเท่าไหร่ รู้สึกว่ามันเซนซิทีฟเกินไปผมไม่สามารถคาดเดาออกได้ แต่ที่ผมศึกษาอยู่ตอนนี้เริ่มมีการตีความเป็นที่น่าสนใจแล้วจึงอยากจะนำเสนอครับ จำเรื่อง spiral ที่นอเวย์ได้ใช่ไหมครับและผมได้บอกไว้ว่าเคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว จริงๆที่ปรากฏได้เด่นชัดที่สุดเลยนะครับคือ 3 ครั้งครับ และมีการนำ spiral ทั้งสามครั้งมารวมเป็น events เดียวกัน คุ้นๆไหมครับ "666" แล้วทำไมต้องที่นอร์เวย์ มีการอ้างว่าที่นั่นคือที่กำเนิดของซาตานครับและดันประจวบเหมาะกับโอบามาไปรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพพอดี ช่างบังเอิญจริงๆเลย ขอย้ำนะครับว่านี่ไม่ใช่ the great sign สัญลักษณ์จากเบื้องบนที่จะล้างโลกแต่เป็น satanic sign หรือ signal ของ WWIII ครับ ทำไมหน่ะหรือก็เพราะว่าช่วงนี้โอบามาเริ่มพูดเกี่ยวกับสงครามถี่ขึ้นมากๆครับ ประมาณว่าบางครั้งสงครามก็เป็นสิ่งจำเป็น คุณเชื่อหรือไม่นี่เป็นสิ่งที่ผู้นำระดับสูงจะพูดแบบเปิดเผยได้ หรือไม่ว่าจะเป็นการพูดในการรับรางวัลโนเบลครับ มีคนสังเกตุคำพูดในการพูดของโอบามาในวันน้นคือ มีการพูดถึง peace เพียง 22 ครั้ง แต่มีการพูดถึง war ถึง 44 ครั้งครับทั้งที่นี่เป็นการรับรางวัลสาขาสันติภาพแท้ๆ แล้วทำไมต้อง 44 ผมว่าเรื่องนี้คุณจิมมี่หรือคนที่ศึกษาค้นคว้าน่าจะทราบดีครับไม่ว่าจะเป็นตัวเลย 911 11 13 33 44 666 เหล่านี้ล้วนเป็นตัวเลขของพวกอิลูมิเนติทั้งนั้น โดยเฉพาะ 44 คือสัญลักษณ์ของ ซาตานนั่นเอง แล้วดันบังเอิญไปตรงกับที่โอบามาคือประธานาธิปดีคนที่ 44 ของอเมริกาพอดีครับ ทั้งหมดที่ผมพูดมาไม่ได้มีเจตนาให้ตื่นตระหนกนะครับหรือทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในความกลัวครับ แต่เจตนาคืออยากให้พวกเราทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมหากเกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิดหรือเคยคิดว่าอาจเกิดขึ้นแต่ไม่ใช่เวลานี้ครับ สุดท้ายความจริงเป็นสิ่งท้าทายให้เราพิสูจน์ครับ

    วินซ์

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 15:23

    ท่าจะจริงครับคุณวินซ์ มันประจวบเหมาะมากก เหมือนเป็นการประกาศการมาของซาตาน
    โอบามาคือบุตรของซาตานรึป่าวหว่า 5555



    Crizmo

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 15:32

    ขออนุญาตินำคอมเม้นของคุณวินซ์ไปเผยแพร่ได้ไหมครับ ผมอยากจะสื่อเรื่องนี้แต่ว่าผมเรียบเรียงคำให้คนเข้าใจไม่ค่อยถูกอะครับ

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 15:33

    the obama 666

    เหมือนหนังเรื่อง the omen เลยย


    Crizmo

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 15:38

    ยินดีครับ แต่อยากให้เอาจากที่นี่ด้วยได้ไหมครับ http://board.palungjit.com/f2/ลำแสงลึกลับรูปใยแมงมุมโผล่เหนือน่านฟ้านอร์เวย์-09-12-09-a-217885-2.html

    คอมเม้นของ ChainQLel2 เป็นของผมเช่นกันเกี่ยวกับ spiral แล้วช่วยเพิ่มคำพูดของคุณจิมมี่ลงไปด้วยนะครับจะดีอย่างยิ่ง "ถ้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ ลึกๆแล้วมนุษย์เราทำตัวเราเองครับ" เพราะนี่น่าจะเป็นคำตอบที่ผมเจอแล้วครับขอบคุณ คุณจิมมี่และเพื่อนๆในที่นี้อีกครั้งด้วยจิตคารวะอีกครั้งครับ หากพูดตรงๆใครจะไปเชื่อเราให้เราๆท่านค้นคว้าเองจะเป็นอะไรที่ดีกว่า

    วินซ์

    ตอบลบ
  21. ตะกี้พิธีกรข่าวช่อง 3 บอกว่ามีวัตถุเรืองแสงสีแดงเป็นแท่งๆลอยอยู่เหนือแถวคลองถม 40 แท่งครับ

    ตอบลบ
  22. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 19:44

    คอนเฟิร์มข่าวนี้ว่ามีคนเห็นจริงๆครับ แถวสีลมแตกตื่นกันใหญ่เลย

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 19:57

    สนใจข่าวนี้ติดตามได้เลยครับ
    http://www.innnews.co.th/social.php?nid=202556

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ16 ธันวาคม 2552 21:43

    มีอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลยเนี่ยยยยยย...เสียดายไม่ไ้ด้เห็น อิอิ

    บาบาร่า ฟู

    ตอบลบ