วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Gold Update.......This way

สมาคมค้าทองคาดสัปดาห์หน้าราคาเป็นช่วงขาขึ้นในกรอบ 1,115-1,130 ดอลลาร์


นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ รองเลขาธิการสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้าว่า อยู่ในช่วงขาขึ้นและมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับสูงอีกครั้ง โดยคาดว่าตลอดทั้งสัปดาห์ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวในกรอบ 1,115-1,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งหากทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปได้ และเชื่อว่าราคาทองคำจะกลับไปอยู่ในระดับสูงเช่นเดิม โดยปัจจุบันราคาทองคำต่างประเทศอยู่ที่ 1,118 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนราคาทองรูปพรรณในไทยขายออกบาทละ 17,500 บาท


ทั้งนี้ ราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากการยืนยันคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่ระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดทองคำ ทำให้ราคาทองคำในวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นถึง 11.20 เหรียญสหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในสกุล เงินยูโร ทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลางและจีนที่นิยมถือครองเงินยูโรแทน ดอลลาร์สหรัฐฯ หันมาลงทุนในทองคำมากขึ้น

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 11:53:35 น.

Gold Update.......This way

รัฐบาลทั่วโลกตื่นตัวปัญหาเงินเฟ้อ สร้างปรากฏการณ์ถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ


ในปีพ.ศ. 2552 "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ถือเป็นวาระของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะประเทศน้อยใหญ่ตั้งแต่ฝั่งตะวันตก ยุโรป ไปจนถึงเอเชีย พร้อมใจกันใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์เศรษฐกิจของตนเอง แต่เมื่อสัญญาณเงินเฟ้อเริ่มปรากฎให้เห็นในช่วงปลายไตรมาส 4 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกหันมาให้น้ำหนักกับปัญหาเงินเฟ้อมากกว่าจดจ่ออยู่กับการ กระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว หากปัญหาเงินเฟ้อยังคุกคามระบบเศรษฐกิจอย่างไม่หยุดหย่อน เราก็อาจเห็นปรากฏการณ์ "ถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" หรือคำที่ฮิตติดปากนักเศรษฐศาสตร์ในตอนนี้ว่า Exit Strategies  เป็นวาระของโลกในปีพ.ศ. 2553 ก็ได้

* ตื่นปัญหาภาวะเงินเฟ้อ-ฟองสบู่ ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ทั่วโลกแห่ชะลอใช้มาตรการฟื้นฟู

หากยังจำกันได้ ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างหนักเมื่อสหรัฐประกาศตัวเลขจีดีพีช่วงต้นปี 2552 หดตัวลงถึง 6.1% ต่อปี ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตัดสินใจลงนามผ่านร่างกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 7.87 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นพิธีลงนามอันยิ่งใหญ่ที่ได้ใจคนทั้งชาติ และถือเป็นหนึ่งในข่าวท็อปเทนปี 2552 ของเว็บไซต์ CNN การนำร่องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐทำให้หลายประเทศดำเนินนโยบายตาม ในเวลาต่อมา รวมถึงจีนที่อัดฉีดเงิน 5.83 แสนล้านดอลลาร์เข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศปล่อยเงินกู้ให้กับภาคครัวเรือน และเอกชนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2552 ธนาคารพาณิชย์จีนปล่อยวงเงินกู้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.2 ล้านล้านหยวน หรือ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์

แต่ในช่วงปลายไตรมาส 4 ปี 2552 ยาวมาจนถึงปี 2553 เม็ดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจก็ เริ่มกลายเป็นดาบสองคม เพราะสภาพคล่องในระบบสูงเกินไปและไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ กูรูเศรษฐกิจหลายคน รวมถึง บิล กรอส และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ร้อนใจจนต้องออกมาเตือนว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทำให้มีสภาพคล่องหนาแน่น ในระบบนั้นจะทำให้เศรษฐกิจโลกเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบัฟเฟตต์ที่แสดงความกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกจะพุ่งขึ้นรุนแรง กว่าในช่วงทศวรรษที่ 70

คำเตือนของบัฟเฟตต์ไม่สูญเปล่า เพราะคณะทำงานของโอบามา "ให้ราคา" กับทุกสัญญาณของมหาเศรษฐีนักลงทุนผู้นี้มาโดยตลอด ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงหันมาตื่นตัวเรื่องเงินเฟ้อและเริ่มวางยุทธศาสตร์การถอนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเฟดที่ตัดสินใจประกาศปิดโครงการจัดหาสภาพคล่องฉุกเฉินบางส่วนเมื่อ วันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากเฟดใช้โครงการดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้วเพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์การเงิน ที่เป็นผลมาจากปัญหาในตลาดปล่อยกู้เพื่อการซื้อบ้าน นอกจากนี้ เฟดยังประกาศชะลอการเข้าซื้อหลักทรัพย์และตราสารหนี้ และจะปล่อยให้โครงการซื้อหลักทรัพย์หมดอายุลงในไตรมาสแรกของปี 2553

ประเทศอื่นๆก็ตื่นตัวเรื่องเงินเฟ้อไม่แพ้สหรัฐ โดยเฉพาะธนาคารกลางออสเตรเลียที่นำร่องประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 เดือนรวด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าออสเตรเลียหวาดหวั่นกับพิษภัยเงิน เฟ้อมากกว่าเศรษฐกิจถดถอย ในขณะที่ธนาคารกลางอินเดียก็มีคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มการสำรองสภาพ คล่อง 25% จากเดิม 24% พร้อมกับปิดกองทุนพิเศษในการซื้อคืนหลักทรัพย์สำหรับธนาคาร อีกทั้งยังปิดวงเงินสว็อปอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับภาคธนาคาร และลดวงเงินการรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อการส่งออกลงสู่ระดับก่อนเกิด วิกฤตการณ์ โดยอยู่ที่ระดับ 15% จาก 50%

ในฝั่งของจีนซึ่งถูกจับตาเรื่องเงินเฟ้อมากที่สุดในบรรดาประเทศเอเชีย นั้น เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยใน การประมูลตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนส.ค.2552 ส่งผลให้ค่าสว็อปอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ (NDIRS) พุ่งขึ้นอย่างมาก การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณว่า จีนก็หวั่นใจกับปัญหาเงินเฟ้อไม่แพ้ประเทศอื่นๆเช่นกัน
* ตะลึง สหรัฐ-จีน เพิ่มโดสยาแรง หวั่นอุณหภูมิเงินเฟ้อพุ่งปรอทแตก

คล้อยหลังวันที่ 7 ม.ค.ได้เพียงไม่กี่วัน ทางการจีนก็เริ่มใช้ยาแรงในการสกัดเงินเฟ้อและฟองสบู่ อาจเพราะเห็นว่าโดสยาที่ใช้เมื่อคราวที่แล้ว คงสยบพิษภัยของเงินเฟ้อได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ธนาคารกลางจีนดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวในการคุมเข้มนโยบายการเงินด้วยการ ออกคำสั่งให้ธนาคารพารณิชย์เพิ่มเพดานการกันสำรอง 0.5% ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เร็วเกินคาด และส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก เท่านั้นยังไม่พอ ธนาคารกลางจีนยังได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยตั๋วเงินคลังอายุ 1 ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านหยวน (2.9 พันล้านดอลลาร์) ดูดซับเม็ดเงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2 แสนล้านหยวนออกจากระบบการเงินผ่านทางข้อตกลงซื้อคืนตั๋วเงินคลังอายุ 28 วัน... ยาโดสนี้แรงใช้ได้ เพราะทำเอาตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหวกันถ้วนหน้า

จากนั้นในช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ. จีนได้สร้างปรากฏการณ์ตื่นเงินเฟ้ออีกครั้ง ด้วยการประกาศเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์อีก 0.5% ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในรอบหนึ่งเดือน แต่ที่น่าสนใจคือจีนซึ่งมีสมญานาม "มังกรซ่อนเล็บ" ประกาศมาตรการดังกล่าวหลังจากตลาดหุ้นและตลาดเงินของจีนปิดทำการไปแล้ว และปิดยาวไปจนถึงวันที่ 19 ก.พ.เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทำให้นักลงทุนได้ฉลองตรุษจีนกันอย่างซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ไม่ต้องมีปฏิกริยากับข่าวนี้ แต่เมื่อตลาดหุ้นจีนเปิดทำการวันจันทร์ที่ 22 ก.พ. ตลาดหุ้นจีนก็ร่วงลงแต่เช้า เนื่องจากข่าวการประกาศเพิ่มการกันสำรองแบงค์พาณิชย์นี้เอง

ฟากสหรัฐก็คงตระหนักถึงผลดีของการประกาศมาตรการหลังตลาดหุ้นปิดทำการ ทำให้เราได้เห็นข่าวเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 19 ก.พ.ตามเวลาประเทศไทย ว่า เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (discount rate) 0.25% เป็น 0.75% หลังจากมีข้อมูลยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วสุดในรอบ 4 ปี โดยเฉพาะจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2552 ที่ขยายตัวในอัตรา 5.7% ต่อปี ซึ่งทำสถิติขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี ... แต่ผลพวงที่เกิดขึ้นในสหรัฐได้ผลเกินคาดกว่าจีน เมื่อตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดทำการในวันต่อมา ดัชนีดาวโจนส์กลับปิดในแดนบวก เพราะนักลงทุนมองมุมบวกว่า การที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานในครั้งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจและ การเงินของสหรัฐน่าจะฟื้นตัวแล้ว
* ถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใครว่าง่าย ... อาจมีทั้งได้และมีทั้งเสีย

ก่อนที่ความเคลื่อนไหวเรื่องการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะปรากฏให้เห็น ชัดเจนขึ้นในปัจจุบัน ผู้รอบรู้หลายท่านเคยออกมาแสดงความกังวลว่า หากถอนมาตรการเร็วเกินไปก็อาจทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะเปราะบางและสุ่ม เสี่ยงที่จะถดถอยอีกระลอก ที่เสียงดังที่สุดคงจะเป็นโจเซฟ สติกลิทซ์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นกับการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ มิหนำซ้ำยังสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับที่ 2 เอาไว้เนื่องจากเศรษฐกิจยังเปราะบางอยู่มาก
สติกลิทซ์ยังกล่าวด้วยว่า การที่สหรัฐและประเทศอื่นๆเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นับว่าเร็วเกินไป เนื่องจากตลาดแรงงานของสหรัฐยังตึงตัวอย่างหนัก ซึ่งการแสดงความเห็นของสติกลิทซ์สอดคล้องกับที่ พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ กล่าวไว้ว่า สหรัฐจะต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับที่ 2 มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่อัตราว่างงานพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใน รอบหลายปี

ภาระหนักตกอยู่ที่รัฐบาลสหรัฐที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบว่า จะจัดการกับปัญหาเงินเฟ้ออย่างไรจึงจะไม่ส่งผลกระทบกับการขยายตัวของ เศรษฐกิจ และต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าควรใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองตามคำแนะนำ ของเหล่ากุนซือหรือไม่ แต่สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกำลังคิดหนักในเวลานี้ก็คือการควบคุมยอดขาดดุลงบ ประมาณที่ส่อเค้าว่าจะพุ่งแตะ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2553 เพราะสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่อย่างมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ติดตามสถานการณ์งบประมาณของสหรัฐอย่างไม่ลดละ ถึงขนาดเตือนว่า อันดับความน่าเชื่อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐอาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในอนาคต นอกเสียจากว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณ

นอกจากนี้ มูดีส์ยังกล่าวด้วยว่า อันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอยู่ในกลุ่มยืดหยุ่น (Resilient AAA) ซึ่งนับว่าด้อยกว่าแคนาดา เยอรมนี และฝรั่งเศสที่อยู่ในกลุ่มต้านทาน (Resistant AAA) เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกน้อยกว่าสหรัฐ และจากข้อมูลขององค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) พบว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐมีแนวโน้มพุ่งแตะ 97.5% ของกิจกรรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในปี 2553 จากปีนี้ที่ระดับ 87.4%

เงินเฟ้ออาจจะได้เป็นวาระของโลกแทนที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ในขณะ นี้ แต่ก็เป็นวาระที่ทุกฝ่ายไหวตัวรับมืออย่างทันท่วงที ผลจากนี้ต่อไปคงต้องติดตามกันอย่างไม่ละสายตา

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 14:01:06 น.

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 6/

ไพ่ Bank of England หรือธนาคารกลางอังกฤษ ใบนี้เค้ากำลังบอกอะไรเราที่ค่อนข้างลึกครับ จะเฉลยเลยเดี๋ยวจะหาว่าดูถูกผู้อ่าน เอาอย่างนี้...ลองทายกันซิครับว่าผู้หญิงในภาพเป็นใคร ที่สามารถทำให้ธนาคารกลางอังกฤษกลายเป็นเพียงตู้ ATM ที่สามารถไปเบิกเงินมาใช้ได้อย่างง่ายดาย ( EZ Cash คือ Easy Cash )  หรือในความหมายก็คือ Bank of England หรือธนาคารกลางอังกฤษเป็น Financier หรือกระเป๋าสตางค์ให้เธอนั่นเอง

อย่างที่บอกไพ่ใบนี้ลึกครับ เพราะเปิดเผยขึ้นไปถึง "ใคร" ที่อยู่เหนืออีลูมินาติขึ้นไปอีกชั้นนึง คงต้องบอกใบ้ให้นิดครับว่า "ผู้หญิง" คนนี้เป็นเพียง "สัญลักษณ์" แทนอีกองค์กรหนึ่งที่มักใส่ชุดสีแดงบ้างม่วงบ้างแล้วแต่งตัวประมาณเนี้ยยยย แล้วผู้หญิงคนนี้ในใบเิบิ้ลเรียกเธอว่า "WHORE" ครับ ใบ้ไปเยอะแล้วนะคร๊าบบบ ส่วนใครที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเธอคงต้องติดต่อไปที่ Steve Jackson คนที่สร้างเกมส์นี้ เพราะเค้าเป็นคนบอกครับ ผมเพียงแต่เข้าใจในสิ่งที่เค้าต้องการบอกเท่านั้นเอง 555 

เฉลยครับ....... คำเฉลยก็คือไพ่อีกใบที่อยู่ในเกมส์นั่นเอง คือไพ่ Vatican City ครับ แต่สงสัยว่าคำเฉลยจะทำให้ทุกท่านสงสัยกันมากขึ้นหรือเปล่า แล้วคงจะมีคำถามตามมาว่าทำไมใช่ไม๊ครับ เหมือนเดิมคือในไพ่ Vatican City เค้าก็บอกอะไรเรามากขึ้นอีก เป็นอีกหนึ่ง "ความลับสุดยอด" ของโลกที่ถูกซ่อนอยู่ครับ ถ้าท่านใดสงสัยคงต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ หาไม่ยากเลยครับ ค้นดู Time Line ความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวพันกันตรงไหนและเมื่อไหร่ สิ่งนี้ผมอยากให้ทุกท่านค้นพบด้วยตัวเองครับ ถ้าเพียงอ่านจากที่ผมบอกเล่าอาจจะฟังได้ในระดับหนึ่งแต่อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด เพราะถ้าต้องการการยืนยันต้องค้นครับ แล้วจะพบอย่างแน่นอน


ครั้งนึงเค้าทำงานร่วมกันครับ คือฝ่ายแรกคือคริสตจักรแต่งตั้งอีกฝ่ายนึงคือ Knight Templar หรืออัศวินแห่งวิหารย์ ขึ้นมาในช่่วงปี คศ.1129 เพื่อให้ทำงานบางอย่างที่สำคัญคือการปกป้องคริสตจักรและพระชั้นผู้ใหญ่จากการรุกรานและลอบสังหารโดยกลุ่ม Assasin ของมุสลิม จนกลุ่มอัศวินแห่งวิหารย์เข้มแข็ง เติบใหญ่ มั่งคั่งอย่างที่สุดและแผ่อิทธิพลไปทั่วยุโรป แต่เมื่อหัวหน้ากลุ่ม Knight Templar ถูกจับได้ว่าบูชาลัทธิซาตาน ประกอบพิธีนอกรีตด้วยการบูชายันต์ ไสยศาสตร์และมนต์ดำต่างๆ ( โดยคำกล่าวอ้างของคริสตจักรในขณะนั้น )
 

ในที่สุดก็เกิดการแตกแยกกันอย่างรุนแรงจนถึงขั้นสั่งกำจัดกลุ่ม Night Templar ทั้งหมด โดยการไล่ฆ่าไล่ล้างกันไปทั่วยุโรป อีกทั้งยังจับตัวผู้นำของฝ่าย Templar คือ Grand Master Jacques de Molay ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม คศ.1307 ( เป็นที่มาของตำนานอาถรรพ์ศุกร์ 13 ในปัจจุบัน ) ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ทำการทรมานต่างๆ ในรูปแบบต่างเพื่อให้ยอมรับสารภาพและพิพากษาลงโทษให้เผาทั้งเป็นในปี คศ.1314 กำลังบางส่วนที่เหลือของฝ่ายที่ถูกกระทำจึงหนีแล้วหลบลงใต้ดินกระจายไปทั่ว ทั้งต้องหลบหนีการตามล่าจากฝ่ายคริสตจักรที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในยุโรป 

Knight Templar หรืออัศวินแห่งวิหารย์ส่วนที่เหลือที่แตกกระจายและซ่อนตัวจึงตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาอีกหลายกลุ่ม คือ Mason หรือ Free Mason, Illuminati, Rosicrusians, Knight of Malta และ Knight of ต่างๆ ตามถิ่นหรือประเทศที่กระจัดกระจายกันไป ทั้งเปลี่ยนชื่อ หลบลงใต้ดินและกลายเป็นสมาคมลับต่างๆไปในที่สุด พวกเค้าตั้งปณิธานว่าต้องกลับมาเอาคืนโดยมีเป้าหมายหลักก็คือ...ทำลายคริสตจักร!!!

แต่นอกเหนือจากความคิดที่จะทำลายคริสตจักรแล้วการครอบงำน่าจะเป็นประโยชน์กว่าการทำลาย เพราะโดยโครงสร้างทางอำนาจและโดยตำแหน่งแล้ว "โป๊ป" เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด เปรียบเสมือนตัวแทนที่แต่งตั้งโดยพระเจ้าให้อยู่เหนือกษัตริย์ของประเทศเกือบทั้งหมดในทวีปยุโรปที่ปกครองด้วยระบบกษัตริย์ ด้วยวิธีการเดิมคือแทรกซึม บ่อนทำลาย แล้วยึดครอง ลอบสังหารแล้วส่งคนของตัวเองเข้าไปนั่งในตำแหน่งสำคัญๆ ขยายผลเพื่อจะเดินหมากตัวต่อไป และที่สำคัญเรื่องนี้เกิดมาแล้วกว่า 700 ปีครับ  

ครั้นมีการเสียชีวิตของโป๊ปองค์หนึ่งอย่างกระทันหันที่ส่อพิรุธ จึงเป็นสาเหตุให้ "ดาวินชี" นักวิทยาศาสตร์และจิตรกรหนุ่มในสมัยนั้นได้รับหน้าที่เป็นผู้ผ่าชันสูตรร่างของโป๊ปองค์ดังกล่าว ดาวินชี่พบความผิดปรกติบางอย่างคือพบ "สารพิษ" ในพระศพ ซึ่งก็คือสาเหตุการตายที่"แ่้ท้จริง" ที่ไม่ใช่สาเหตุตามที่คริสตจักรกล่าวอ้างและเปิดเผยต่อสาธารณะชน แต่พูดไม่ได้ครับเพราะมีการแต่งตั้งโป๊ปองค์ใหม่ขึ้นมาครองตำแหน่งแล้วและมีความพยายามปกปิดสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของโป๊ปองค์ก่อน ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าเพราะการค้นพบนี้เอง ดาวินชี่จึงพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่ชาวโลก โดยการซ่อนสัญลักษณ์และรหัสไว้ในภาพเขียนที่ีลือลั่นของเค้า และนี่ก็คือที่มาของ "The Davinci Code" ฉบับจริงนั่นเองครับ ที่เห็นในหนังน่ะโดนเค้าเปลี่ยนไปหมดแล้วล่ะครับ

ชิลี....... 8.8 Magnitude Earthquake

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Commitment of Traders ( COT Report Feb 26, 2010 )

GOLD - COMMODITY EXCHANGE INC.
CFTC Commitment of Traders  
*Combined Futures and Options*February 26, 2010
Reportable Positions as of 02/23/2010 Non- Reportable Positions
Speculators Commercial Total
Long Short Spreading Long Short Long Short Long Short
238,959 27,138 161,859 152,567 403,980 553,385 592,976 76,890 37,298

Changes from last report - Change in Open Interest: 20,311
12,739 -5,737 11,961 -5,892 20,089 18,809 26,313 1,502 -6,003

Percent of Open Interest for each category of traders
37.9 4.3 25.7 24.2 64.1 87.8 94.1 12.2 5.9

Number of traders in each category; Total Traders: 353
205 74 131 46 64 299 226    
(CONTRACTS OF 100 TROY OUNCES) Open Interest: 630,275

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Are you ready???

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Technical Analysis.......


คลิกที่กราฟเพื่อดูููภาพขยาย

คงต้องจับตาการประกาศขายทองคำ 191.3 ตันของ IMF ครับ เมื่อมีการประกาศออกมา กรอบสามเหลี่ยมสีน้ำเงินด้านบนน่าจะเอาไม่อยู่แล้ว ตอนนี้กรอบนี้ชักอึดอัดเต็มทน ราคาพุ่งขึ้นไปชนหลายรอบแบบมีนัยสำคัญและแรงขึ้นทุกที อาจจะได้เห็น Super Bull อีกครั้งเร็วๆ นี้ แต่ตอนนี้จะติดก็เพียงปัจจัยบางอย่าง อย่างที่เรารู้ๆกันนั่นเองครับ

ประเด็นร้อนๆ.......

1.สหภาพยุโรป - ปัญหาของกรีซและยูโรโซนยังไม่มีอะไรคืบหน้าครับ เพราะหลังจากที่เรื่องการหมกเม็ดปัญหาของรัฐบาลกรีซที่ทำธุรกรรมทางการเงินไว้กับโกลแมน แซคเปิดเผยออกมา ก็ยิ่งทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นเป็นเงาตามตัว มีการคาดการจากนักวิเคราะห์ซึ่งมองว่า เงินยูโรจะอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 แม้ EC หรือ European Commision และ ECB หรือ ธนาคารกลางแห่งชาติยุโรป จะประกาศมาตรการใดๆ ออกมา  

แต่ในทางลึก กลับไม่มีประเทศใดที่กล้าประกาศมาตรการที่เข้มข้นพอที่จะอุ้มกรีซ หรือแม้แต่เยอรมันซึ่งเป็นหนึ่งในชาติที่แข็งแกร่งที่สุดของสหภาพยุโรป เพราะชาติเหล่านั้นก็ยังต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเองจากมติของที่ประชุม G20 จึงทำได้แต่เพียงให้กรีซกลับไปพิจารณาปรับลดการขาดดุลย์งบประมาณ จาก 12.7% ให้กลับเข้าไปอยู่ในกรอบของ  EU คือที่ 3%  ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ ในภาวะที่กรีซต้องการมาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเองเช่นกัน ซึ่ีงจะต้องเป็นการตัดลดการใช้จ่ายในภาคต่างๆ ลง ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดเงินเดือนหรือลดบุคลากรของภาครัฐลงถึง 30% 

และมีการคาดการณ์ว่ากรีซอาจจะยังไม่ใช่กรณีที่แย่ที่สุด ถ้าหากวัดโดยขนาดของประเทศ ประชากรและปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะมีกรณีเช่นกรีซเกิดขึ้นได้อีก แต่ปัญหาอาจจะใหญ่โตกว่าจากประเทศในกลุ่ม PIIGS นั่นเอง

http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601087&sid=acOoDNFwLiAs&pos=3

http://www.calculatedriskblog.com/2010/02/german-finance-minister-no-concrete.html?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+CalculatedRisk+%28Calculated+Risk%29

2.สหรัฐ - ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของธนาคารที่กำลังประสบปัญหาการเงินขึ้นรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็น 617 แห่งครับ ซึ่งไม่รวมกับธนาคารที่ล้มไปแล้วในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีธนาคารที่ถูกสั่งปิดเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง คือ 


ลิงค์ข้อมูลและรายชื่อธนาคารในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด คลิกที่นี่ และข้อมูลเิ่พิ่มเติมในเชิงตัวเลข คลิกที่นี่



3.สหรัฐ - กลุ่มธุรกิจคาสิโนทั้งหมดในรัฐเนวาดา (ลาสเวกัส) ประสบภาะขาดทุนรวมกันทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงินถึง $6.7 Billion หรือ 6,700 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 ที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ


4.สหรัฐ - จำนวนผู้เข้าโปรแกรมเพื่อขอรับคูปองอาหารจากรัฐบาลพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1932 ใน The Great Depression หรือเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรงที่สุดของโลก โดยมีคนอเมริกันที่ต้องเข้ารับคูปองอาหารถึง 13% ของประชากรทั้งหมด หรือ 38 ล้านคนเข้าไปแล้ว และอีก 25% หรือ 1 ใน 4 ของเด็กทั้งหมดฝากท้องไว้กับคูปองอาหารนี้ครับ 


5.สหรัฐ - ซิตี้แบงค์ประกาศมาตรการถอนเงินใหม่แบบเงียบๆ

Seen on a recent Citibank (C) statement: "Effective April 1, 2010, we reserve the right to require (7) days advance notice before permitting a withdrawal from all checking accounts. While we do not currently exercise this right and have not exercised it in the past, we are required by law to notify you of this change."

ใครที่ใช้บัญชีกระแสรายวัน หรือ Checking Account ของธนาคารซิตี้แบ๊งค์ในสหรัฐคงจะร้อนๆ หนาวๆ กับมาตรการการถอนเงินที่จะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 7 วันครับ โดยข้อบังคับใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2010 นี้ครับ หรือก็คือคุณยังมีสิทธิ์ถอนครับแต่ธนาคารอาจจะไม่มีให้จนกว่าจะครบ 7 วัน ตามที่คุณต้องแจ้งล่วงหน้านั่นเอง เรามาดูกันครับว่าถ้าเรื่องนี้แดงและเป็นข่าวออกมาจะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับธนาคารแห่งนี้ 


6.สหรัฐ - 5 ล้านราย กับการฟ้องยึดที่อยู่บ้านหรือที่อยู่อาศัย รวมทั้งอาคารชุดต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จากผลการศึกษาของ John burns Real Estate Consulting Inc., หรือที่ปรึกษาในธุรกิจนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่า ณ ขณะนี้มีอสังหาริมทรัพย์ที่ติดภาวะจำนองถึง 5 ล้านรายที่กำลังประสบปัญหาการผ่อนชำระ ( Under Water ) และถ้าไม่มีปฏิหารย์หรือการแก้ปัญหาใดๆ ทั้ง 5 ล้านรายนี้กำลังจะถูกฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์โดยธนาคารเจ้าหนี้ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และผลจากการฟ้องยึดนี้จะทำให้เกิดสภาวะอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาดไปอย่่างน้อยอีก 10 เดือนข้างหน้า และอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18-27 เดือนโดยเฉลี่ยเพื่อที่จะระบายออกสู่ตลาดครับ


7.สหรัฐ - กองทุนบำเน็จ บำนาญ ของสหรัฐกำลังประสบปัญหาการขาดดุลย์ในงบประมาณผูกพันธ์ (Shortfall) ที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ประกันตนในอนาคตเป็นเงินอย่างน้อย $1 Trillion ( $1,000,000,000,000) ตัวเลขโดยหน่วยงานวิจันของรัฐสภาสหรัฐหรือ Pew Research Center, Washington D.C.

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Technical Analysis.......

กราฟตัวบนจะเป็นภาพกว้างๆของปี 2010 ครับ กราฟนี้เป็นกราฟของวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นไปตามการวิเคราะห์ที่จะมีการแตะ $1050 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 โดยมีหลายบทวิเคราะห์ที่มองว่า ที่จุดนี้คือจุดต่ำสุดของการปรับฐานใหญ่รอบนี้ครับ โดยสรุปราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในลักษณะของ "กระทิง" เป็นปีที่ 10 ลองดูกราฟตัวต่อไปครับ


กราฟตัวนี้จะเป็นกราฟราคาของวันที่ 16 กุมภาที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นตัวยืนยันการใกล้ที่จะสิ้นสุดของการปรับฐานใหญ่ที่เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาครับ และยังพูดถึงกาีรที่ดอลล่าแข็งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากวิกฤติการของยูโรโซน แต่เมื่อกรณีของยูโรเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว ดอลล่าก็คงอ่อนลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่สกุลเงินนี้ครับ

คลิกที่กราฟเพื่อดูภาพขยายครับ

Commitment of Traders ( COT Report Feb 19, 2010 )

GOLD - COMMODITY EXCHANGE INC.
CFTC Commitment of Traders  *Combined Futures and Options*
February 19, 2010
Reportable Positions as of 02/16/2010 Non- Reportable Positions
Speculators Commercial Total
Long Short Spreading Long Short Long Short Long Short
226,220 32,875 149,898 158,459 383,891 534,576 566,663 75,387 43,301

Changes from last report - Change in Open Interest: -22,317
-871 -5,571 -15,166 -9,759 -7,425 -25,795 -28,162 3,478 5,845

Percent of Open Interest for each category of traders
37.1 5.4 24.6 26.0 62.9 87.6 92.9 12.4 7.1

Number of traders in each category; Total Traders: 354
199 81 138 49 61 301 231
(CONTRACTS OF 100 TROY OUNCES) Open Interest: 609,964

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กล่องค้นหาข้อมูลภายในบล๊อก !!!

จากการที่ข้อมูลของบล๊อกที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผมจึงเพิ่มกล่องเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลที่อยู่ในบล๊อกนี้ทั้งหมดครับ โดยเหมือนเดิมครับคือจะอยู่ที่แถบด้านซ้าย เหนือคลังบทความของบล๊อก โดยจะมีกล่องค้นหาข้อมูลสำหรับใส่ Key Words ที่ท่านต้องการค้นหาจากบล๊อกนี้ครับ เช่น HAARP, ปี 2012 หรือ ไข้หวัด 2009 เป็นต้น 

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 5/

WW III.......Preview 

แม้ว่าสงครามใหญ่ครั้งหน้าหรือสงครามโลกครั้งที่ 3 จะยังดูไกลตัวครับ และเท่าที่ผมมีข้อมูลในมือ การเปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐ อาจจะยังไม่เริ่มขึ้นไปอีกหนึ่งปีถึงหนึ่งปีครึ่งข้างหน้าครับ แต่แผนการณ์โจมตีและสงครามอิหร่านถูกวางไว้โดยเสร็จสมบูรณ์แล้ว สหรัฐคงจะใช้อิหร่านเป็นตัวจุดชนวนของสงครามใหญ่ครั้งหน้านี่เองครับ และวีดีโอนี้เป็นการออกมาเตือนโดยทหารระดับสูงของรัสเซียว่า สหรัฐจะทำอะไรขอให้คิดให้ดีๆ เพราะกรณีของอิหร่านไม่เหมือนกับอิรัคและอัฟกันครับ เพราะ 

1.อิหร่าน อยู่ใกล้กับพรมแดนรัสเซีย ถ้าเกิดปัญหาสงครามขึ้นรัสเซียคงจะนิ่งเฉยไม่ได้
2.อิหร่าน เป็นชาติที่มีการรวมศูนย์ทางจิตวิญญานที่แข็งแกร่ง ในความหมายก็คือประชาชนในประเทศจะรวมเป็นหนึ่งแล้วร่วมกันต่อต้านสหรัฐ
3.อิหร่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาติอาหรับโดยรวม ซึ่งจะหากสหรัฐเริ่มโจมตีจะทำให้มีพันธมิตรหลายชาติเข้าร่วมกับฝ่ายอิหร่าน แล้วขอบเขตของสงครามคงจะขยายวงกว้างออกไปครับ 
4.กรณีอิหร่านต่างจากอิรัค เพราะอิรัคเริ่มยึดคูเวตก่อน เป็นการเปิดช่องให้สหรัฐอ้างความชอบธรรมในการเข้ายึดอิรัคในที่สุด แต่การรุกรานอิหร่านกลับหมายถึงความกระหายสงครามและการบ่อนทำลายสันติภาพในตะวันออกกลางและชาติมุสลิมโดยรวมครับ 
5.ในทางลึกทั้งรัสเซียและอิหร่าน เปรียบเสมือนชาติพันธมิตรกันอยู่ในทีครับ ทั้งเรื่่องการแลกเปลี่ยนทางการค้าและการทหาร หรือระหว่างอาวุธของรัสเซียและน้ำมันของอิหร่าน และที่สำคัญที่สุดคือรัสเซียอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีทางนิวเคลียร์ทั้งหมดของอิหร่านนั่นเอง

คำถามคือสหรัฐตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้หรือไม่ คำตอบคือรู้ และรู้อย่างทะลุปรุโปร่งครับ ที่รู้เพราะกลุ่ม Elites ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลสหรัฐและยุโรปเป็นผู้จัดวางตัวหมากแทบจะทุกตัวในกระดานนี้่ครับ วันนี้เราคงเห็นแกนด้านนี้ชัดขึ้นทุกทีคือ จีน+ รัสเซีย + อิหร่านและกลุ่มชาติอาหรับ แต่แกนอีกด้านนึงถ้าใครไม่ได้ติดตามเรื่องนี้หรือประวัติศาสตร์โลกอาจจะยังมองไม่ชัดครับ แต่ในความเป็นจริงแกนอีกด้านนึงเค้ารวมกันไว้เสร็จตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วคร๊าบบ

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 4/


 ไพ่ International Weather Organization ไพ่ใบนี้คงเป็นความชัดเจนอีกใบ ซึ่งหมายถึงโครงการ HAARP นั่นเอง หรือโครงการที่ใช้บิดเบือนสภาวะอากาศเพื่อสร้างภัยภิบัติต่างๆ เช่น ความแห้งแล้ง น้ำท่วม โคลนถล่ม พายุเฮอริเคน พายุทอนาโด ซึนามิ หรือแม้แต่แผ่นดินไหว ในหลายๆภูมิภาคของโลก ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลในปัจจุบัน ถ้าใครที่ยังสงสัยในเรื่อง Chem Trail หรือสายเคมีว่าเป็นจริงหรือไม่ ลองดูด้านบนของภาพนี้ให้ละเอียดอีกทีครับ 



ไพ่ Earthquake Projector หรือเครื่องสร้างแผ่นดินไหว ชัดเจนขึ้นอีกมากกับไพ่ใบนี้ครับ เป็นไพ่ที่อธิบายการทำงานของโครงการ HAARP ได้อย่างง่ายๆ คือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์บางอย่างในมุมล่างซ้าย ส่งคลื่นความถี่ที่อยู่ด้านล่างของภาพลงไปยังชั้นหินใต้ดินหรือรอยเลื่อนต่างๆ ใต้เปลือกโลก ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นรอยเลื่อน มันจึงต้องเลื่อนครับ สิ่งที่เกิดตามมาก็คือแผ่นดินไหวและมีซึนามิในบางกรณีไงครับ  ทั้งหมดก็มาจากเครื่อง  Earthquake Projector นั่นเอง  


อย่าลืมนะครับ เกมส์ไพ่ชุดนี้ออกสู่ตลาดในช่วงปี 1995 แต่โครงการ HAARP สร้างเสร็จสมบูรณ์ ออนไลน์ และพร้อมใช้งานก่อนในปี 1994 โดย ปธน.จอร์จ ดับเบิ้ลยู บูช หนึ่งในสมาชิกระดับสูงของกลุ่มอีลูมินาติและสกัลแอนโบนด์ ( Skull and Bone ) ครับ


Earthquake หรือแผ่นดินไหว คือใพ่ใบสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้  คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นตลอดตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา ทั้งที่ปากีสถาน อิหร่าน อินเดีย ใต้หวัน ญี่ปุ่น หมู่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย จีน และล่าสุดคือเฮติครับ 

พายุทอนาโดที่เกิดถี่ขึ้นอย่างผิดปรกติในช่วงระยะเวลาเดียวกันมากกว่าในอดีตถึง 3 เท่า และความรุนแรงมากขึ้นถึง 10 เท่า และสุดท้ายคือ Tidal Wave หรือคลื่นยักษ์หรือซึนะมิที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 3/

ผ่านคอร์สการอบรมมาพอสมควรแล้ว ลองหาดูครับว่าเค้าซ่อนอะไรไว้ในไพ่ใบนี้บ้าง แล้วจะเฉลยให้ครับ บอกใบ้ให้ว่าใบนี้เป็นตอนจบของ"วิกฤติการณ์" ค่าเงินโลกที่กำลังเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ไงครับ 

เฉลยครับ : ก็คือเงินยูโรจะล้มไปก่อน ตามไปด้วยปอนด์อังกฤษ แล้วดอลล่าสหรัฐก็ตามเค้าไป  เมื่อดอลล่าไป หยวนก็เรียบร้อยครับ เพราะถือครองเงินและทรัพย์สินสกุลดอลล่าไว้มากที่สุดถึง 2-2.5 Trillion และปริมาณทองคำสำรองที่จีนมีอยู่ขณะนี้มีเพียง 1.5% ของทุนสำรองทั้งหมด 

แล้วเจ้าปลาตัวใหญ่สุดก็คือพวกเค้าเอง ที่จะ launch หรือสร้างเงินสกุลใหม่ขึ้นมาเป็นเงินสกุลหลักของโลก เพื่อกินรวบทั้งหมดอีกที ถ้าถามว่าแล้วจะยอมกันหรือ คำตอบคือคงไม่มีใครอยากให้เกิดครับ แต่คงไม่มีทางเลือกกันแล้วถ้าออกมาในรูปนี้ คงต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาไปซักทาง แล้วเจ้าภาพก็คงเป็น...G20, UN, IMF, หรือ World Bank ก็เข้าทางเ้ค้าไปเต็มๆ ครับ แล้วจากวิกฤติการณ์ของค่าเงินนี้ก็จะทำให้ธนาคารล้มจำนวนมหาศาลจนต้องทำการควบรวม หรือ Merge หรือที่เค้าบอกไว้ด้านบนคือการทำ Bank Merger นั่นเองครับ  และอีกนัยหนึ่ง Bank Merger นี้กำลังเกิดขึ้นทุกวันศุกร์ในสหรัฐที่ คือการที่ FDIC ไล่สั่งปิดธนาคารต่างๆ ทั่วสหรัฐแล้วจับขายหรือควบรวมกับธนาคารอื่น และธนาคารที่เข้ามาไล่เทคไล่ซื้อโดยส่วนใหญ่ ก็คือกลุ่มการเงินของพวกเค้านั่นเอง ในราคา 10 เซนต์จากมูลค่าพาร์ของหุ้นที่ 1 เหรียญเท่านั้นครับ


สังเกตุที่ตาของปลาตัวที่เล็กกว่าทั้งหมดจะเป็นวงกลมธรรมดาครับ แต่ทำไมเจ้าปลาตัวใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยมปิระมิดล่ะ ซึ่งก็สื่อถึงดวงตาที่เป็นอักขระโบราณ หรือโลโก้ของพวกเค้านั่นเองครับ 

เหตุผลที่จะมารองรับในเรื่องนี้คือ เงิน 2 สกุลแรกทั้งดอลล่าและปอนด์ เป็นเงินเพียง 2 สกุลในโลกที่ไม่ใช่ระบบ Gold Back หรือไม่มีทองคำหนุนในการพิมพ์พันธบัตร ซึ่งก็คือกระดาษล้วนๆ ครับ ส่วนหยวนก็ไปเอาเงินกระดาษของสกุลแรกมาเป็นทุนสำรองจำนวนมหาศาลและยังมีทองคำสำรองน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับทุนสำรองทั้งหมด อย่าถามถึงทองคำสำรอง 8,000 ตันของสหรัฐครับ เพราะไม่มีการ Audit หรือการตรวจสอบใดๆ ในระดับสากลที่ "ฟอตนอกซ์" มากว่า 50 ปีแล้ว และในทางลึกทั้งสหรัฐและอังกฤษใช้ทองคำที่ตัวเองเคยมีทุ่มตลาดกดราคาทองมาตลอดหลายสิบปี ก่อนที่จะสร้างระบบการซื้อขายล่วงหน้าหรือ Derivatives มาบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศและราคาทองคำหรือ Metals ต่างๆ เพื่อรักษาระบบเงินกระดาษที่เค้าสร้างขึ้นนั่นเอง  

จีนส่งสัญญาน.......( อีกแล้ว )

แล้วก็เป็นไปตามกระแสข่าวครับ ในประเด็นที่จีนจะลดการถือครองทรัพย์สินในสกุลดอลล่าลง หรือโดยการกระจายความเสี่ยงออกไปโดยเข้าซื้อทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ เช่นการเข้าซื้อหน่วยลงทุนของ SPDR Gold Trust เป็นต้น คงต้องจับตาจีนในประเด็นนี้ครับ ว่าเค้าทำในลักษณะไหน คือเป็นเพียงการกระจายความเสี่ยง หรือจะมีการดั๊มพ์กระดาษเหล่านี้ออกมาเพิ่มเพื่อตอบโต้ในกรณีที่สหรัฐขายอาวุธให้ใต้หวัน และการพบปะกันระหว่างนายบารัค โอบาม่าและองค์ดาไล ลามะครับ 

อีกเรื่องที่ต้องติดตามคือปริมาณการถือครองทองคำของ SPDR ว่าจะไปในทิศทางใด หลังจากการเข้าไปของจีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า SPDR จะซื้อเพิ่มครับ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่จะผลักดันราคาทองคำในตลาดให้พุ่งสูงขึ้น เพราะโดยตัว SPDR เองซึ่งตลาดมองว่าเป็นกองทุนขนาดใหญ่ (ขาใหญ่) จะมีอิทธิพลชี้นำตลาดไม่ว่าจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด ถ้าปริมาณการถือครองเพิ่มขึ้นโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แบบมีนัยสำคัญ ก็จะเป็นดัชนีอีก 1 ตัวเพิ่มขึ้นมา ที่ชี้ไปในทิศทางขาขึ้นครับ


จากการเปิดเผยข้อมูลของ US Tresury เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า จีนขายและลดการถือครองหนี้หรือพันธบัตรสหรัฐลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจีนถ่ายเทพันธบัตรออกมาอีก 34.2 Billion ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐมากที่สุดในโลกโดยอยู่ที่ 768.8 Billion นำจีนไปซึ่งมีอยู่ 755.40 ในรายงานล่าสุดของ US Treasury ครับ และสิ่งเหล่านี้ก็คงจะเป็นการส่งสัญญานอีกครั้งหนึ่งของจีนในมุมมองของทางการจีนต่อทรัพย์สินในสกุลดอลล่า และคงจะส่งผลไปที่การประมูลพันธบัตรและความมีเสถียรภาพของเงินดอลล่าในที่สุุดครับ

http://www.google.com/hostednews/afp/article/ALeqM5h0SLuwOeqp8NaDAKtuo2642Z7Xyw

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"กรีซ" รุนแรงขนาดนั้นจริงหรือ???

วีดีโอนี้เป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาของกรีซ ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมารัฐบาลของกรีซได้เข้าทำธุรกรรมซื้อ-ขายตราสาร ( SWAP )กับบริษัท การเงิน "ลึกลับ" ขนาดยักษ์แห่งหนึ่งครับ โดยทำในนามของรัฐบาล ซึ่งทำให้ตัวเลขขาดดุลย์งบประมาณของประเทศ อยู่ที่ 7% กว่าครับ แต่ด้วยข้อบังคับของการเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรป จะต้องรักษาระดับตัวเลขตัวเลขการขาดดุลย์งบประมาณอยู่ที่ไม่เกิน 3 % ต่อจีดีพี จึงทำให้รัฐบาลของกรีซ "เล่นกล" กับระบบการคลังและการลงบัญชี แล้วรายงานไปที่ EU ว่ากรีซทำงบประมาณขาดดุลย์อยู่ที่ 3-3.1 % มาตลอดในรอบหลายปี

จนสุดท้ายวิกฤติแฮมเบอร์เก้อเน่า ที่ลุกลามเข้าไปในทวีปยุโรป ทำให้ต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ซึ่งเป็นไปตามมติของที่ประชุม G20 ตัวเลขการขาดดุลย์ "จริง" ของกรีซจึงถูกเปิดเผยออกมา เพราะทำท่าจะไปไม่ไหวครับ โดยล่าสุดตัวเลขการขาดดุล์อยู่ที่ 12.7% หรือสูงกว่า 4 เท่า เกินกว่าที่ทาง EU จะรับได้ จนถูกบริษัทจัดอัันดับคือ Moody และ S&P ลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 5 ประเทศรวดในที่สุดและทั้งหมดนั่นก็คือเบื้องหน้าครับ

ส่วนเบื้องหลังก็คือบริษัทที่รัฐบาลกรีซทำธุรกรรมต่างๆ ด้วยมาตลอด 9 ปีก็คือ "โกลด์แมน แซค" มือทำงานของรัฐบาลบาบิโลนหรือกลุ่มอีลูมินาติ หรือขาใหญ่ "จอมปั่น" ของพวกเรานั่นเองครับ แล้วก่อนหน้าที่เรื่องนี้จะแดงแล้วสร้างความวุ่นวายไปทั่วโลกในขณะนี้ มีมือดีกลุ่มนึงเหมือนเดิมครับ เข้าไปช๊อตเงินสกุลยูโรไว้จำนวนมหาศาลอีกตามเคย คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นใคร แล้วสุดท้ายบริษัทจัดอันดับที่เข้าไปลดเครดิตเค้าจนเกิดเป็นปัญหา ก็คือกลุ่มเดียวกันนั่นเองครับ สรุปก็คือรู้ก่อนแล้วว่าจะมีการลดเครดิต แล้วจะทำให้เงินยูโีรเกิดการกระเิืพื่อม ก็เลยไปช๊อตดักไว้ก่อนซะเลย เห็นไม๊ครับว่าเค้าบริการแบบครบวงจรจริงๆ 55555...

นี่เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ครับ ยังมีประเด็นอีกพอสมควร ลองดูจากวีดีโอนี้ครับ

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 2/

ไพ่ใบแรกสุดของเกมส์ไพ่อีลูมินาติคือใบนี้ครับ Rewriting History  หรือการย้อนกลับไปเขียนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาใหม่นั่นเอง วีธีการก็คือ ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 หรือ ในช่วงปี 1900 กว่า กลุ่มอีลูมินาติเข้าไปไล่ซื้อโรงพิมพ์ใหญ่ีๆ ที่พิมพ์แบบเรียน หรือหนังสือต่างๆ ทั้งในยุโรป อังกฤษ และหลายอีกหลายประเทศในซีกโลกตะวันตก เพื่อที่จะเขียนสิ่งที่เรียกว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ในทิศทางที่เค้าอยากให้เป็น รวมทั้งก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกต่างๆ ทั้งในอังกฤษ อเมริกา แคนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย หรือก็คือกลุ่มชาติตะวันตกและประเทศในเครือจักรภพนั่นเอง 

แล้วนั่นก็คือที่มาของ Knowledges หรือองค์ความรู้ต่างๆ ที่ถ่ายทอดมาจากมหาวิทยาลังดังๆ ระดับท๊อปเท็นของโลกในซีกโลกตะวันตก มาสู่พวกเราในซีกโลกตะวันออก หรือทุกภูมิภาคของโลกที่อริยธรรมตะวันตกแทรกซึมเข้าไปถึงครับ สรุปก็คือพวกเค้าบิดเบือนประวัติศาสตร์โลก แล้วเขียนขึ้นมาใหม่ในทิศทางที่เค้้าต้องการนั่นเองเพราะฉะนั้นจะมีหลายๆ เรื่องในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะมีประเด็นถกเถียงขี้นมาบ่อยๆ ครับ เช่น การล่มของเรือไททานิค ไม่ได้เกิดจากการชนภูเขาน้ำแข็งครับ เหตุการณ์ที่เิพิลฮาเบอร์ ที่ลากให้สหรัฐข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ หรือการจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการที่สหรัฐส่งเครื่องบินเข้าไปทิ้งระเิบิดที่เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิ อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดครับ 

เพราะประวัติศาสตร์เหล่านี้เขียนโดยผู้ชนะแทบทั้งสิ้น ลองใช้คำว่า Fact ตามหลังเหตุการณ์ต่างๆ เช่น "Titanic Fact" หรือ "WW II Fact" แล้วค้นในอินเตอร์เน็ตครับ เราจะเจอทฤษฏีเทียบเคียงหลายๆ ทฤษฏี แล้วจะมีหลายทฤษฏีที่คนกลุ่มนี้คือ "อีลูมินาติ" เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์แบบที่เราคิดไม่ถึงครับ  

เกมส์ไพ่อีลูมินาติ.......Your Future on the Card !!! 1/

ไหนๆ ก็เปิดเผยไปหลายใบแล้ว คงจะทยอยเปิดไพ่ให้ทุกท่านอ่านไปเรื่อยๆ ครับ โดยส่วนใหญ่ผมตีความออกหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ออกทั้งหมดครับ ก็เพราะเค้าเอาตัวละครหรือ Characters จากภาพยนตร์ในอดีตบางตัวมาใช้ประกอบเหตุการณ์ในไพ่บางใบ ก็คือผมยังไม่มีเวลาสาวไปถึงนั่นเอง 

ทำไมผมถึงมองว่าเกมส์ไพ่ชุดนี้สำคัญ ซึ่งจะเรียกได้ว่าเค้ากำหนด "ชะตากรรม" อืมมมมม คงแรงไปครับ ใช้คำว่า "อนาคต" จะดีกว่า แต่พอตามกันไปซักพัก หลายคนคงจะเลือกใช้คำแรกมากกว่า เรากลับมาที่ไพ่ 2 ใบ ย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา หนึ่งในเหตุการณ์ช๊อคโลกของมนุษยชาติ ก็คงไม่พ้นเหตุการณ์การถล่มตึกเวิลด์เทรด หรือ 911 นั่นเอง จำได้ไม๊ครับผมย้ำมาตลอดว่า เกมส์นี้ออกวางตลาดในปี 1995 ซึ่งแน่นนอนว่าไพ่ทุกใบเสร็จสมบูรณ์หมดแล้ว และมีไพ่ 2 ใบนี้รวมอยู่ด้วยครับคือ ไพ่การถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ และอีกใบคือการถล่มกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนรวมอยู่ด้วย ก็คือ 2 ใบนี้ครับ 

จำกันได้ไม๊ครับว่าเหตุการณ์ 911 เกิดขึ้นเมื่อไหร่ "11 กันยายน 2001" หรือ 6 ปี หลังจากที่เกมส์ชุดนี้วางตลาดแล้ว แล้วเวลาที่เริ่มโจมตีในวันนั้นคือ 8.03 น เราจึงได้ตัวเลขเหล่านี้ออกมาครับ 911 สำหรับวันและ 11 เป็นการลงลายเซ็นของเวลาที่เริ่มปฏิบัติการครับ

ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เหมือนพวกเค้ากำลังเล่นเกมส์กัน คือต้องเปิดไพ่ใบนี้ก่อนในปี 2001 เพื่อจะเดินเกมส์ต่อไปครับ และด้านล่างก็คือตัวอย่างเกมส์ไพ่ที่วางขายตามท้องตลาด จะแพ๊คเป็นกล่อง แล้ววางโชว์ไว้ตามร้านที่ขายบอร์ดเกมส์ทั่วไปครับ

รูปภาพทั้งหมดสามารถคลิกเพื่อดูภาพขยายได้ครับ

เรื่องนี้ต้องขยาย..."ดร.โกร่ง" ทำไมวิกฤตรอบนี้จึงแรงกว่าปี 1929 !!

ต้องขอขอบคุณ คุณ cool_kid สำหรับข่าวนี้ และไม่อยากให้มองข้ามไปครับ เพราะ ดร.โกร่ง มองได้ทะลุและสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจโลกออกมาให้พวกเราเห็นได้ชัดพอสมควร ถ้าใครที่เคยอ่านสามก๊ก น่าคิดครับว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมอาจจะ "ต้องกลห่วงโซ่" ของกุนซือบังทอง( New World Order ) เข้าแล้วครับ โดยการผูกโลกเข้าด้วยกันผ่านโลกาภิวัฒน์ หรือ Globalization และสร้างวิกฤติเศรษฐกิจในระดับโลก แล้วซ้ำเติมด้วยวิธีการกู้ พิมพ์ ปั๊ม แล้วอัดฉีดเงินกระดาษเข้าสู่ระบบพร้อมๆ กันทั่วโลก โดยแทบจะไม่มีการแก้ปัญหาพื้นฐานใดๆ นั่นก็คือตัว Capitalism หรือระบบทุนนิยมนั่นเอง 

หลายๆ ประเทศทดลองยาขนานนี้มาแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเรา เกาหลีใต้ บราซิล และอาเจนติน่า ครั้งนี้เล่นกันในระดับโลกเลย และยาขนานนี้ก็ได้รับการรับรองจาก IMF มาแล้วครับ ว่าทำให้ประเทศนั้นๆ "เกิด" แน่นอน แต่คือการ "เกิดใหม่" ครับ ก็คือต้องล้มตายลงไปก่อน ที่น่าสังเกตุคือการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ทั้งหมดออกมาจากที่ประชุม G20 ครับ แล้วรู้ไม๊ครับว่าใครเป็นคนริเริ่มการประชุม G20 ก็คือบาบิโลน(สหรัฐ)โดยการผลักดันของกลุ่ม NWO นั่นเอง ถ้าใครตามอ่านบล๊อก "ประหลาด" นี้มาตลอดคงจะรู้จักเกมส์ไพ่อีลูมินาติครับ นี่ก็เป็นอีก 1 ใบที่อยู่ในเกมส์ ต้องดูกันต่อไปครับว่่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะลมพายุทางเศรษฐกิจก็โหมแรงขึ้นทุกทีแล้ว เค้าจะเริ่มจุดไฟเมื่อไหร่เท่านั้นเองครับ???

"ดร.โกร่ง" วีรพงษ์ รามางกูร ออกโรงปาฐกถาพิเศษมุมมองศก.อีกครั้งหลังจากห่างหายไปถึง2ปี มารอบบี้ดร.โกร่งก็ยังฟันธงว่าศก.ยังไม่ฟื้นดี พร้อมให้จับตาสหรัฐฯว่าจะถอยกลับไปมีวิกฤตอีกหรือไม่ เชื่อยุโรปยังอ่อนแอ เหลือแต่เอเชีย ที่มี จีน อินเดีย เป็นหัวหอกจะเป็นหลักให้กับเศรษฐกิจโลก ส่วนในเอเชียแนะจับตาแหนมเนืองไครซิสในเวียดนาม
 
ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ บริษัท แอ๊ดวานซ์อะโกร จำกัด (มหาชน) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก หลังวิกฤตซับไพรม และผลกระทบต่อประเทศไทย" จัดโดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่ง ดร.วีรพงษ์ได้วิเคราะห์การเคลื่อนย้าย "จุดรวมศูนย์โลกใหม่" ว่า 

 ผมเงียบมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี วันนี้เกรงใจจริง ๆ เพราะคนเชิญคุ้นเคยกันมาก วันนี้อาจจะพูดไม่คล่องเหมือนเมื่อก่อนเพราะได้ว่างเว้นการพูดในที่สาธารณะ มานาน หัวข้อที่ตั้งให้เป็นหัวข้อที่ผู้จัดเป็นคนตั้ง ผู้จัดถามว่า อยากจะพูดเรื่องอะไร ก็บอกว่า อยากจะฟังเรื่องอะไรให้ตั้งมา ทางผู้จัดได้ตั้งหัวข้อว่า "ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกและผลที่อาจจะกระทบต่อประเทศไทย"
 
เป็นที่ทราบดี ว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาซับไพรมในสหรัฐอเมริกาลุกลามไปยังยุโรปและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก วิกฤตการณ์ครั้งนี้ใหญ่มากและก็ลึกอย่างมาก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้จะเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย Recession ปี 1929 วิกฤตการณ์ครั้งนี้อาจจะใหญ่กว่าเสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะสถานการณ์โลกได้เชื่อมต่อกันหมด ทั้งด้านการค้า สินค้าและบริการ และทางด้านการเงิน ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา และยุโรปแล้ว สถานการณ์ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก 

อาการของวิกฤตการณ์ ครั้งนี้เกิดขึ้นกับสถาบันการเงินและลุกลามไปที่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ  เที่ยวนี้เป็นเที่ยวที่แปลกกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งโลกพร้อมใจกันใช้นโยบายอย่างเดียวกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ เมื่อก่อนนั้นเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งจะใช้นโยบายการเงินเฉพาะภูมิภาคนั้น ส่วนที่อื่นที่ไม่เกิดก็จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน 

ข้อที่ น่าสังเกตเที่ยวนี้คือ การประกาศใช้นโยบายเหมือนกันหมด คือนโยบายการขาดดุลงบประมาณ ไม่ว่าจะที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และประเทศอื่น ๆ แม้กระทั่งประเทศจีนและอินเดีย สิ่งที่น่าสนใจคือ ประกาศว่านโยบายที่ใช้ขณะนี้เป็นนโยบายที่ทำตามความเห็นของจอห์น เมนาร์ดเคนส์
 
แต่ถ้าให้ดูลึกลงไปจะเห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ stimulation package ไม่ว่าจะของสหรัฐ ยุโรป มาตรการทางด้านการเงิน มาตรการการคลังขาดดุลอย่างมาก จะหยุดอยู่แค่การช่วยเหลือสถาบันการเงิน บริษัทใหญ่ไม่ให้ล้มละลายเท่านั้น ในสหรัฐจะเห็นได้ชัดเจนว่า มาตรการทั้งหมดที่ใช้ 1.2 ล้านล้านเหรียญ เป็นมาตรการด้านการเงินที่ใช้ช่วยเหลือสถาบันการเงินและบริษัทใหญ่ ๆ เช่น บริษัทรถยนต์ให้รอดพ้นจากการล้มละลาย ในกรณีของยุโรปก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วเงินช่วยเหลือที่นำมากระตุ้นเศรษฐกิจก็หยุดแค่การช่วยสถาบันการ เงินและบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีปัญหาทางด้านการเงิน

ดังนั้นตามความเห็นของผม นโยบายที่ใช้อยู่ไม่ใช่มาตรการหรือนโยบายตามทฤษฎีของจอห์น เมนาร์ดเคนส์ หากเป็นไปตามที่ทฤษฎีของเคนส์ เงินที่นำมาใช้ในนโยบายที่จะต้องต้านการตกต่ำเศรษฐกิจน่าจะไปที่ภาคเศรษฐกิจ ที่แท้จริงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดเศรษฐกิจซบเซาหลังที่เกิดวิกฤตการณ์ ในช่วงที่เอกชนไม่สามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำสุด หากท่านเรียนเศรษฐศาสตร์ก็คงอยู่ในช่วงที่เส้น LM ขนานกับแกนนอน เพราะส่วนที่จะลงทุนได้ก็จะเป็นภาครัฐบาล แต่เราไม่ได้ยินโปรแกรมการลงทุนจากภาครัฐทั้งในสหรัฐหรือยุโรป
 
การใช้จ่ายเงินที่ได้จากการขาดดุลงบประมาณมุ่งไปรักษา เสถียรภาพสถาบันการเงินและบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้จึงมีเสียงบ่นว่า หลังจากที่ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมา 2 ปี ทั้งในสหรัฐและยุโรปอัตราการว่างงานไม่ได้ลดลง จึงไม่น่าแปลกใจ เพราะการใช้เงินในการบรรเทาวิกฤตการณ์ไม่ได้มุ่งไปที่การลงทุน การสร้างงาน เป็นแต่เพียงพยายามพยุงฐานะของภาคการเงินไม่ให้เกิดภาวะล้มละลายเท่านั้นเอง ภาวะเศรษฐกิจซบเซาจึงดำเนินต่อไปและยังอยู่ทั้งที่สหรัฐและยุโรป ผลคือหนี้ภาครัฐบาลเพิ่มขึ้น  

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Avatar.......ภาคพิเศษ???


ว่าแล้ว.......หน้าตาเธอคุ้นๆ เคยเห็นที่ไหนน๊าาาา 


 เอามาจากคุณคนนี้นี่เอง โอย...โดนมันเข้าไปอีก 1 ดอกแล้วครับ 

 รูปนี้อาจจะพุงพลุ้ยไปหน่อย คือว่าเมื่อวานตรุษจีนกินเยอะไปหน่อยครับ สำหรับใครไม่รู้จัก รูปนี้ก็คือ Baphomet หรือ Lucifer หรือซาตานนั่นเองครับ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งความชั่วร้าย กิเลศ ตัณหาทั้งปวงซึ่งเป็นศาสดาหรือกลุ่มอีลูมินาติที่ครอบงำฮอลลีวูด นับถือว่าเป็นพระเจ้าของเค้านั่นเองครับ

Currency Speculation.......การเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อีก 1 ใบจากเกมส์ไพ่อีลูมินาติ

ช่วงนี้คงต้องอัพเดตแผนงานของอีลูมินาติ ที่เค้าวางกันไว้ครับ และใบนี้ก็เป็นการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือส่วนต่างของค่าเงิน ถ้าสังเกตุที่ด้านหลัง ก็คือทองคำนั่นเองครับ คือการเข้า Short หรือ Long ทั้งในตลาดทองคำและเงินสกุลต่างๆ ผ่านทางตลา่ดล่วงหน้าหรือ Derivatives ที่เค้าสร้างและวางระบบไว้ให้ทั่วโลกนำไปใช้นั่นเอง แล้วด้วยข้่อมูลภายในหรือ Insider ก็เข้าไปไล่จับกินแมสเม่า แม้กระทั่งกองทุน ในตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลกนั่นเองครับ

การที่เราจะรู้ทันคนกลุ่มนี้คงต้องรู้ทันเค้าในหลายๆ มิติครับ แล้วเกมส์ไพ่ทั้งหมดนี้ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1994 หรือ 16 ปีมาแล้วครับ ก็คือเค้าวางแผนทั้งหมด "อย่างน้อย" ก็ 16 ปีมาแล้วนั่นเองครับ  


หมายเหตุ : เกมส์ไพ่อีลูมินาติ หรือ Illuminati Card Game จะมีขายทั่วไปที่ร้านเกมส์หรืิอสั่งออนไลน์ผ่านอินเตอร์เนตในทวีปอเมริกาเหนือครับ โดยออกวางตลาดตั้งแต่ปี 1994 แผนการในอนาคตที่เค้าวางไว้ทั้งหมดจะเปิดเผยไว้ในนั้นทั้งหมดแล้ว จนถึงไพ่ใบสุดท้ายคือ "สงครามโลกครั้งที่ 3" ครับ เห็นไม๊ล่ะเค้าจริงใจขนาดไหน บอกเราไว้ทั้งหมดแล้วว่าเค้าจะทำอะไรบ้าง เพียงแต่เราไม่เคยรู้เท่านั้นเองครับ

Censorship.......ไพ่ใบต่อไปจากเกมส์ไพ่อีลูมินาติ

และแล้วอิลลูมินาติ ก็เล่นไพ่ใบต่อไปครับ คือไพ่ Censorship หรือการควบคุมการสื่อสารทางอินเตอร์เนต เมื่อวันที่  4 กุมภาพันธ์ 2010 ที่ผ่านมา สภาครองเกรส ผ่านร่างกฏหมายใหม่อีก 1 ฉบับคือ HR4061 ด้วยคะแนนเสียง 422 ต่อ 5 เสียง คือกฏหมายที่จะให้อำนาจกับประธานาธิบดีแบบเบ็ดเสร็จในการเซนเซอร์ เพื่อตรวจสอบ ระงับ หรือปิดส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของเวบไซท์ ข่าวสารหรือข้อมูลใดๆ ทางอินเตอร์เนต ซึ่ง ณ เวลานี้แทบจะมีเพียงอินเตอร์เนตช่องทางเดียวเท่านั้นที่ยังเปิดกว้างให้กับ Patriot หรือนักรบผู้รักชาติ หรือฝ่ายต่อต้านใช้สื่อสารและแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวต่างๆของกลุ่ม NWO อย่างเปิดเผย ซึ่งอินเตอร์เนตถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหรืออุปสรรคที่ขัดขวางและเปิดโปงการทำงานของพวกเค้ามากว่า 10 ปี เพราะอินเตอร์เนตทำให้เรารู้และตามทันพวกเค้ามากขึ้น ตัวอย่างคือเรื่องไข้หวัด 2009 และวัคซีน ที่ถูกต่อต้านและรู้ทันอย่างมากจากสื่ออินเตอร์เนตนี่แหละครับ คงได้เวลาจัดการซะที ก่อนที่จะทำเรื่องอื่นต่อไปครับ

http://www.executivegov.com/2010/02/cybersecurity-act-passed-by-house/

หมายเหตุ : เกมส์ไพ่อีลูมินาติ หรือ Illuminati Card Game จะมีขายทั่วไปที่ร้านเกมส์หรืิอสั่งออนไลน์ทางอินเตอร์เนตในทวีป อเมริกาเหนือครับ โดยออกวางตลาดตั้งแต่ปี 1994 แผนการในอนาคตที่เค้าวางไว้ทั้งหมดจะเปิดเผยไว้ในนั้นทั้งหมดแล้ว ก็คือปรากฏการณ์ในโลกของเราตอนนี้ เค้าวางแผนกันไว้อย่างน้อยก็ 16 ปีมาแล้วครับ เห็นไม๊ครับว่าเค้าจริงใจขนาดไหน บอกเราไว้ทั้งหมดแล้วว่าเค้าจะทำอะไรบ้าง เพียงแต่เราไม่เคยรู้เท่านั้นเองครับ 

ติดอาวุธเพิ่มให้กับบล๊อกครับ

ผมเพิ่ม features ใหม่เป็นอัพเดตข่าว สามารถค้นหา เลือกภูมิภาค และภาษาของข่าวสารที่จะดูได้ อยู่ในกล่องข่าว (  News Feed ) ใต้กราฟ ที่แถบด้านซ้ายเหมือนเดิมและปุ่ม Refresh สีเขียวจะอยู่ที่มุมบนด้านซ้ายครับ

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวราคาทองคำ ( Physical & Future ) โพสต์นี้เลยครับ

โพสต์นี้เราจะคุยกันถึงข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  ทั้งทองคำแท่งและ Gold Future ครับ ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารประจำวันและในเชิงลึกที่จะส่งผลกับราคาและตลาดทองคำครับ 

โพสต์นี้จะ ถูกส่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติในทุกวันทำการของตลาดเวลา 06.01 น. ครับ.......

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ประเด็นร้อนๆ.......


1.ทางการจีนมีคำสั่งให้ธนาคารในระบบเพิ่มสัดส่วนเงินสำรองเป็นรอบ 2 ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน เรื่่องนี้คงจะส่งผลกับดีมานด์ของทองคำทางฝั่งฮ่องกงในระดับหนึ่งครับ ซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่จะเทขายหรือไม่คงต้องอ่านสัญญาณกันให้ดี ถ้าฝั่งนี้เทไม่ธรรมดาแน่นอนครับ

http://www.ft.com/cms/s/0/1483f994-17c3-11df-a74d-00144feab49a.html?nclick_check=1

2.EU กับการแก้ปัญหาของกรีซ ถ้า EU ไม่มีมาตราการใดที่ชัดเจนและแรงพอที่จะเข้าไปอุ้ม กรีซก็คงใกล้จะ Default  หรือเบี้ยวหนี้เข้าไปทุกทีครับ ซึ่งอาจจะลากให้อีกหลายๆ ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปตามไปด้วยครับ 


3.อาจจะมีอะไรบางอย่างที่หนักๆ กำลังจะมากระทบต่อดอลล่าครับ นั่นก็คือการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพของจีนเสนอให้รัฐบาลจีนเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้สหรัฐในกรณีที่สหรัฐขายอาวุธให้ใต้หวัน  และสิ่งนี้คงจะกระทบกับเศรษฐกิจของสหรัฐโดยตรงครับ และจีนยังมีความพยายามที่จะลดความเสี่ยงโดยการลดการถือครองสินทรัพย์ในสกุลดอลล่าลง 

ถ้าในระดับเราเรายังดูการเข้าช๊อตดอลล่าในรายงาน COT ได้ รัฐบาลจีนก็คงไหวตัวแล้วล่ะครับ แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่จีนเท แล้วเกิดรายการร่วมด้วยช่วยกันจากหลายๆชาติเจ้าหนี้ เพราะคงไม่มีใครยอมให้จีนเทอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อนั้นความเชื่อมั่นในสกุลดอลล่าก็อาจจะมีปัญหาใหญ่ขี้นมาทันทีครับ แล้วยังไม่นับรวมกับที่ขาใหญ่ไปช๊อตไว้อีกมหาศาล ร่วมด้วยช่วยถล่มเข้าไปอีก อ่านไม่ถูกเลยครับว่าใครซ้อนแผนใครกันแน่ จีนก็ได้เหตุผลในการดั๊มตราสารเหล่านี้ออกซะที สมเหตุสมผลแล้วล่ะครับทีนี้

http://georgewashington2.blogspot.com/2010/02/china-to-sell-us-securities.html
http://www.zerohedge.com/print/72753 

คลิกที่ชาร์ตเพื่อดูภาพขยาย

4.รัฐนิวเจอร์ซี ประกาศภาวะฉุกเฉินทางงบประมาณ (อีกแล้ว) ไหนบอกฟื้นแล้ว ฟื้นแล้วไงครับ


http://www.reuters.com/article/idUSTRE61A49V20100211


5.รายชื่อ 10 เมืองในสหรัฐที่ยังคงโดนกัดกร่อนจากปัญหาการฟ้องยึดที่อยู่อาศัย ยังคงวนเวียนอยู่ในรัฐเดิมๆ คือ แคลิฟอเนียยังคงเป็นเต็ง 1 เหมือนเดิม, เนวาดา, มิชิแกน, อริโซน่า และ ฟลอริด้าครับ


http://www.businessinsider.com/these-are-the-ten-us-cities-getting-crushed-in-the-new-foreclosure-crisis-2010-2#orlando-kissimmee-1

6.ผลของการประมูลพันธบัตรสหรัฐในชุดที่ผ่าน ผลออกมาแย่กว่าที่คาด ซึ่งสะท้อนถึงดีมานด์ที่น้อยกว่าซัพพลายครับ  การประมูลในรอบที่ผ่านมาคือวันที่ 9-10-11 กุมภาัพันธ์ ที่อายุ 3 ปี 10 ปี และ 30 ปี จำนวนรวม 81 Billion แยกเป็น 40 bil., 25 bil., และ 16 bil. ตามลำดับ ส่งผลให้ Yield หรือผลตอบแทนพันธบัตรตัวยาวคือ 10 และ 30 ปี พุ่งขึ้นสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ขายยากขึ้น ทำให้ต้องปรับดอกเบี้ยขึ้น เพื่อดึงดูดผู้ซื้อนั่นเองครับ ดูผลตอบแทน ตัวเลขต่างๆและ Bid Coverage ลิ๊งค์นี้เลยครับ 


http://www.bloomberg.com/markets/rates/index.html