วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

Egyptian peoples : We will not be silenced !!!




ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

But just When???


ผมเห็นแผนที่อันนี้แล้วชัดเจนดีครับ เป็นแนวของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของโลกในอดีตที่บริเวณรอยเลื่อน New Madridid นี้ ที่ขนาดความรุนแรง " 8.6 ริกเตอร์ " เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม คศ.1811

และ เจ้า Plate หรือรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกแผ่นนี้ล่ะครับ ที่จะส่งผลไปทางฝั่งซ้ายหรือตะวันตกทั้งหมด โดยเฉพาะจะส่งผลต่อเนื่องไปยังอีกรอยเลื่อนหนึ่งทางซ้าย สุดแถบชายฝั่งของแคลิฟอเนีย หรือ Pacific Plate ที่ไปต่อกันตรงเมืองชายฝั่งรัฐแคลิฟอเนียพอดี ในลักษณะเดียวกับที่เราเห็นในหนัง 2012 นั่นเลยครับ " คือถล่มลงไปทั้งแถบ " ดูจากเทคโนโลยีที่เค้ามีอยู่และศักยภาพของพวเค้าในวันนี้แล้ว มีลุ้นครับ !!!

จากข้อมูลที่ผมมีและศึกษาอยู่ พวกเค้าจะสร้างแผ่นดินไหว "ครั้งร้ายแรงที่สุดในโลก" ขึ้นในบริเวณนี้ครับ คือภาคตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งมันก็ตรงกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ครับ และอีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือ...ภูเขาไฟ...ยุคดึกดำบรรพ์ที่รอเวลาปะทุในอุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน เพียงแค่มีแรงระเบิดขนาดใหญ่ไปเปิดปากปล่องมันเท่านั้น ก็จะกลายเป็น "หายนะ" ที่ยิ่งกว่านรกแตกเลยครับ

อยู่ดีๆพวก MSM หรือสื่อกระแสหลักในสหรัฐก็หยิบยกเรื่องภูเขาไฟในเยลโลสโตนอาจจะประทุขึ้นมาอีกครั้งในเร็วๆนี้ขึ้นมาเล่น ก็แปลกดีครับ หรือว่ากำลังคิดอะไรอยู่ 

 



จากความเคลื่อนไหวและหลักฐานข้อมูล โดยเฉพาะในส่วนการเตรียมความพร้อมของ FEMA คงจะมีอะไรซักอย่างในบริเวณนั้นครับ อาจจะภายใน 1-2 ปีนี้หรือไม่ โดยเฉพาะให้ระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ที่จะมี NLE 2011 เท่าที่ผมเห็นความเป็นไปได้ก็มีอยู่ 2-3 อย่าง ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านใดที่มีญาติพี่น้องอยู่ในแถบนั้นคงต้องระวังให้มากครับ 

เข้ายูทูป add ช่อง 1)PoliticalSeer 2)patrioticspace 3)believersunderground 

ทั้ง 3 ช่องเค้าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นคนในพื้นที่ ที่จะได้รับผลกระทบครับ จึงเฝ้าศึกษา ติดตาม หาข้อมูลลงพื้นที่ตลอด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องกันและน่าเชื่อถือมาก โดยเฉพาะจากการเตรียมพร้อมของภาครัฐโดยเฉพาะ FEMA อย่างเป็นขั้นเป็นตอน หรืออย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้มีการแตกตื่นหรือ " รู้ตัว ".....สัญญานที่ไม่ดีถูกส่งออกมาเรื่อยๆ และเป็นระยะๆ ฉะนั้นต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่มีการพยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ซึ่งทั้งหมดไม่ค่อยพลาดหรอกครับ ...But just When ???

Link : World Largest Volcano in Yellowstone
Link : ซูเปอร์วอลเคโน อสูรร้ายกลืนกินสหรัฐ 


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Welcome to New World Order !!!


มองเรื่องอิยิปต์กันอย่างไรบ้างครับ เรื่องนี้ไม่ธรรมดาครับ ระวังจะเป็นชนวนไปสู่อะไรอีกหลายๆ อย่าง แต่อย่างนึงที่คอนเฟิร์มได้เลยคือ กลุ่ม NWO อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางตอนนี้ก็คือสิ่งที่ Lindsey Williams พูดไว้เมื่อหลายเดือนก่อนไงครับ


เพราะตอนนี้ลุกลามไปหลายๆประเทศในตะวันออกกลางแล้ว ทั้ง ตูนิเซีย เยเมน จอร์แดน และอิยิปต์ และข้อมูลล่าสุดที่ผมมีคือ จะมีความขัดแข้งใหญ่ในกลุ่มประเทศรอบๆ คลองสุเอช ถ้าเรื่องนี้ยืดเยื้อน้ำมันคงขึ้นยาวครับ ดูเหมือนตอนนี้อินไซด์เดอร์เหล่านี้เข้าเป้ามากขึ้นทุกที 


ทองคำคงจะเกาะกับน้ำมันไปด้วยครับ นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไม่ พวกอิลลูมินาติแบงค์เกอร์ถึงเร่งปิดช๊อตมากผิดปกติจริงๆ ผมตามดูเรื่องนี้มาดได้ 3 สัปดาห์ ตัวเลขที่ออกมาคือ 2 สัปดาห์ก่อนปิดไป 16xxx สัญญา สัปดาห์ที่ผ่านมา 18xxx สัญญา ส่วนสัปดาห์นี้ทองลงหนักเลยปิดไปอีก 26,466..... บอกได้คำเดียวว่า "สุดยอด" ครับ รวมกันไปแล้ว 50,000 กว่าสัญญาเข้าไปแล้วภายใน 3 สัปดาห์ ซึ่งมันผิดปรกติมาก


อย่างนึงก็คือ นายมูบารัค ปธน. อิยิปต์ก็เป็นหุ่นเชิดและคนของพวกเค้าเอง แสดงเจตนาว่าเหตุการณ์นี้ตั้งใจจุดครับ ขณะนี้ลูกชายของ ปธน.มูบารัค ก็เผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว ถ้าเรื่องนี้ถูกขยายผลแล้วคงจะส่งผลไปที่ราคาน้ำมัน ชิ่งไปที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในระดับโลก และกระทบทุกอย่างในที่สุด โดยเฉพาะราคาอาหาร เศรษฐกิจโลก พลังงาน การขนส่ง แต่ครั้งนี้คงจะรุนแรงกว่าปี 51 เพราะมีปัญหาหลายๆอย่างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วโดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติในช่วงที่ผ่านมาครับ

Welcome to New World Order !!!

COT ที่ปิดช๊อตไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา -26,466 สัญญา ตัวเลขถึงวันพฤหัส ล่าสุดก่อนหน้าที่จะทองจะพุ่งขึ้นมาในวันศุกร์ http://www.321gold.com/cot_gold.html .....เร่งปิดกันอย่าง "น่าเกลียด" ขนาดนี้ เหมือนจะตั้งใจไปหน่อยนะครับ


และนี่ล่ะครับ คือตัวเขี่ยลูก....วิกิลีกส์เผยข้อมูลทูตมะกัน-เติมเชื้อไฟประท้วงอียิปต์


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2554 17:22 น.
ทเลกราฟ - วิกิลีกส์ตีแผ่ข้อมูลทูตสหรัฐฯ ชิ้นใหม่ ซึ่งเป็นเสมือนการเติมเชื้อไฟการประท้วงในอียิปต์ โดยเอกสารลับดังกล่าวระบุว่า สหรัฐฯ กังวลถึงการคุมเข้มบล็อกเกอร์ และการทรมานผู้ต้องสงสัยของตำรวจอียิปต์

เอกสารดังกล่าวยังเผยให้เห็นถึงวิธีที่ทางกรุงวอชิงตันกดดันตอกย้ำให้ พันธมิตรใกล้ชิดอย่างอียิปต์ ปรับปรุงการปฏิบัติต่อผู้เป็นปฏิปักษ์ของรัฐบาล และอิสรภาพในการพูดของประชาชน

ผู้ประท้วงอียิปต์ได้รับแรงกระตุ้นจากตูนิเซีย ซึ่งสามารถโค่นล้มประธานาธิบดีได้ด้วยพลังมวลชน คาดกันว่าวันนี้ (28) จะเข้าสู่สถานการณ์วิกฤต หลังจากชาวอียิปต์อีกส่วนหนึ่งเสร็จสิ้นการจากเข้ามัสยิดในวันศุกร์

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ตีพิมพ์ข้อมูลจากโทรเลขทูตสหรัฐฯ ว่า ทางกรุงวอชิงตันได้กดดันให้ทางการอียิปต์ปล่อยตัว นักบวชคอปติกรายหนึ่งกับบล็อกเกอร์อีก 3 คน อย่างไรก็ตามคำขอให้ปล่อยตัวชาวสหรัฐฯ ทั้งสาม ซึ่งสนับสนุนประชาธิปไตยก็ถูกปฏิเสธ

ข้อมูลจากวิกิลีกส์ดังกล่าวยังระบุถึง คำครหาต่อ ซูซาน มูบารัค สตรีหมายเลขหนึ่งของอียิปต์ โดยมีรายงานว่า เธอเรียกใช้รถโรงเรียนที่ซื้อด้วยเงินสนับสนุนของสหรัฐฯ ระหว่างเดินทางไปยังคาบสมุทรไซนาย ทั้งนี้รถโรงเรียนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อเด็กๆ ชาวอียิปต์

อย่างไรก็ตาม ซูซาน มูบารัคได้รับคำชมเชยเรื่องการรณรงค์เพื่อสิทธิสตรี และต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก ตรงกันข้ามกับ เลย์ลา ทราเบลซี สตรีหมายเลขหนึ่งของตูนิเซีย ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วง โดยเธอถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังอำนาจเก้าอี้ประธานาธิบดี

บรรยากาศการประท้วงในอียิปต์ยังอยู่ในช่วงวิกฤต
[url=http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000012323]Around the World - Manager Online - .



และจุดตายของเรื่องนี้คงจะอยู่ ที่ตรงนี้ครับ......By Harvey Organ....... "Many cargo ships pass through the Suez canal and if blocked, then ships will have to cross the Cape of Good Hope. Costs of oil in rise sharply. The other concern is I...srael who depends on Egyptian oil as Israel gave up its oil discoveries in exchange for peace. If militants take power in Egypt, Israel will have to attack to get its needy oil .

Last night the President of Egypt Hosni Mumbarak fired his entire government. He is not giving up."


สรุปก็คือ "ถ้า" ปัญหาบานปลายแล้วมีการปิดคลองสุเอซ(เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักอีกเส้นหนึ่งของโลก)เกิดขึ้นล่ะ ราคาน้ำมันจะไปทางไหน??? หรือ ถ้าทหารเข้ายึดอำนาจ ปธน.มูบารัค ซึ่งเป็นรัฐบาลที่คอยป้อนน้ำมันให้กับอิสราเอลอยู่ แล้วถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ขึ้น อิสราเอลคงอยู่เฉยไม่ได้ อาจจะต้องบุกโจมตีเพื่อเอาน้ำมัน เพราะไม่มีทางเลือกอื่น เพราะฉะนั้น 
 
Welcome to New World Order (อีกครั้งครับ)


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ประเด็นร้อนๆ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา 2

  1. ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆครับ จากวาทะของ ปธน.หู จิ่นเทา ในการเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ โดยการแสวงหาความร่วมมือจากสหรัฐ(หรือเปล่า?) โดยการตั้งคำถามเกี่ยวกับ "สถานะ" ของเงินดอลล่า ทั้งยังกล่าวว่าระบบการเงินโลกที่มีเพียงเงินดอลล่าของสหรัฐสกลุเดียวเป็นเงินสกุลกลางเป็นระบบที่ "ล้าสมัย" ไปแล้ว อีกทั้งยังมุ่งเป้าไปที่การผลักดันเงินหยวนของจีนขึ้นมา เทียบชั้นกับเงินดอลล่าในระบบการเงินโลก ( He called the present U.S. dollar-dominated currency system a "product of the past" and highlighted moves to turn the yuan into a global currency.)
  2. เมื่ออเมริกามีหนี้ 14 Trillion ...เรามาดูกันว่า.... 1 Trillion เนี่ย มันแค่ไหนกัน 
  3. หน่วยงานคลังสหรัฐ US Mint รายงานยอดขายเหรียญเงินในเดือนมกราคม 2011 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 26 ปี
  4. รัฐบาลในระดับมลรัฐของสหรัฐเตือน กองทุนบำนาญต่างๆ ทั่วสหรัฐขาดงบประมาณไม่ต่ำกว่า 2 Trillion ....."Will force state and local governments to sell assets and make deep cuts to services" ภาพคงจะออกมาเหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก คือความรุนแรงและการประท้วง คำถามคือเมื่อไหร่ แต่ก็คงอีกไม่นานครับ 
  5. จีนลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐลง(อีกแล้ว) ในเดือนพฤศจิกายน 2010 ที่ผ่านมา This is another big story. China is continually dropping the usa dollar as if it is the plague: (courtesy of Jim Sinclair)
  6. Gun Control "นโยบายการปลดอาวุธคนอเมริกัน" จากสถิติ มากกว่า 50% ของคนอเมริกันจะมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครองไม่น้อยกว่า 2 กระบอกครับ แต่กำลังทหารที่รัฐบาลสหรัฐเตรียม ไว้รองรับการ "ล้ม" ของเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 500,000 นายโดยประมาณ ซึ่งวางกำลังกระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นกองกำลังจากสหประชาชาติ ซึ่งก็คือกองกำลังผสมจากประเทศต่างๆ (หาคลิปวีดีโอดูครับ มีเยอะ) เพราะการสื่อสารในภาษาอังกฤษของทหารต่างชาติเหลล่านี้จะไม่ดี ฉะนั้นเป้าหมายหลักก็คือให้ "ปฏิบัติตามคำสั่ง" อย่างเดียวเท่านั้นครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องใช้กองกำลังของยูเอ็นซะเป็นส่วนใหญ่เพื่อปฏิบัติการดังกล่าว /// Gun Control ต้องหาเหตุในการทำก็เพื่อ "ปลดอาวุธ" คนอเมริกันเพื่อลดการต่อต้าน NWO ในกรณีที่เศรษฐกิจและการเงินล้มแล้ว ประชาชนจะลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล ..."อย่างแน่นอน"... /// ดังนั้นที่เราเห็นกรณีการกราดยิงตามที่ต่างๆ ที่เป็นข่าวใหญ่โต สื่อ MSM หรือสื่อกระแสหลัก นำมาเล่นพร้อมหลายเหตุการณ์ถูก Set Up ขึ้นก็เพื่อการนี้ ในลักษณะเดียวกับที่ใช้ "วิกี้ลีค" ออกมาป่วนโลกไซเบอร์ แล้วแสดงท่าทีเดือดร้อน แล้วจบลงด้วยการ.....เข้าควบคุมการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต /// เพราะฉะนั้น จำโมเดลหรือรูปแบบนี้ไว้นะครับ คงจะได้เห็นอีกเยอะในความเคลื่อนไหวระดับโลก ในด้านต่างๆ " รวมทั้งเหตุการณ์ 911 ที่ผ่านมา " /// จะสังเกตุได้ว่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่าง "แนบเนียน" "แยบยล" และ "เป็นขั้นเป็นตอน" ทุกอย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้นจะถูกนำมา Integrate หรือประสานกันเข้าในอีกไม่นานครับ น่าจะได้เห็นทั้งหมด ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ไคลแม๊กซ์น่าจะอยู่ที่ปี 2012-2013 ครับ
  7.  หนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งแตะระดับ 14 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
  8. กองกำลังทหารสหประชาชาติในสหรัฐ  หาดูหลายๆอันนะครับ เพราะเค้าจะวางกำลังแยกกันไปหลายๆ เมืองทั่วสหรัฐ คำถามคือ เค้าจะใช้กองกำลังของยูเอ็น "ทำอะไร???" เพื่อเป็นการรองรับการล้มตัวของเศรษฐกิจและการเงินในครั้งนี้ จุดก็คือ...ไม่ต้องการ...ให้สื่อสารกันรู้เรื่องกับคนอเมริกันแล้วให้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
  9. รัฐบาลสหรัฐ โดยหน่วยงาน FEMA เร่งเก็บสต๊อคอาหารสำรอง เพื่ออะไร??? เป็น "คำตอบ" ที่ต้องเร่งค้นหาครับ โดยเฉพาะคนไทยที่ยังอาศัยอยู่ในสหรัฐ ณ เวลานี้  ใช้คีย์เวิร์ด FEMA NLE 2011 และ New Madrid seismic zone เพื่อหาข้อมูลครับ เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นเหตุการณ์ช๊อกโลกอย่างหนึ่งของปี 2011 นี้ ที่จะนำไปสู่อีกหลายๆ เหตุการณ์ และ FEMA มีกำหนดการซ้อม ( Drill ) รับมือเหตุการณ์ใหญ่ในช่วงพฤษภาคม 2011 นี้ หรือก็คือ NLE 2011 นั่นเอง ที่ผ่านมาเตรียมทีไรมีเรื่องทุกทีครับ
  10. คลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์วินาทีที่ระเบิดทำงาน ณ สนามบินโดโมเดอโดโว ในกรุงมอสโคว 
  11. นายโอบาม่า กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหรัฐ หรือ State of the Union
  12. ประชาชาติ : S&P หั่นเครดิตญี่ปุ่น เหตุหนี้กระฉูด
  13. รอยเตอร์ : S&P หั่นเครดิตญี่ปุ่น เหตุหนี้กระฉูด
  14. อัตราว่างงานใน 'สเปน' พุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี แตะ 20.33%!!!
  15. เงินเฟ้ออาการสาหัส นักลงทุนตั้งการ์ดรับ 
  16. รัสเซียเร่งเพิ่ม "ทองคำ" ในทุนสำรอง ขึ้นสู่อันดับ 8 ของโลก
  17. มูดี้ส์ขู่ (อีกแล้ว) ว่าสหรัฐเสี่ยงถูกลดอันดับเครดิต คงอย่างที่เคยบอกครับ ถ้าเค้าใช้เครื่องมือตัวนี้ "ทำร้ายตัวเอง" เมื่อไหร่ ก็เข้าใจเลยนะครับว่านั่นคือสัญญานของการ "End Game" แล้ว แต่คงยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้หรอกครับ แค่ออกมาไม่ให้น่าเกลียดและสมจริง สมจังที่ไปทำกับคนอื่นก่อนนั่นเอง !!! 
  18. เวบลิ๊งค์ดาวน์โหลดเกมส์เตรียมความพร้อมสำหรับ "แผ่นดินไหว" สำหรับรัฐอิลลินอย ซึ่่งจัดทำขึ้นโดย FEMA

    Illinois Emergency Management Agency (IEMA) to demonstrate a new educational approach for ...children... to learn effective disaster preparedness and response strategies. The first simulation, "The Day the Earth Shook" focuses on preparing for an ...EARTHQUAKE..., such as one that could occur along the " New Madrid " or Wabash Valley Seismic Zones in southern Illinois.

    ดูเหมือนเค้าจะบอกใบ้ให้ขนาดนี้เลยล่ะครับ...
ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ในปี 2011 นี้ จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งเหล่านี้ !!!

ในปี 2011 นี้ จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งเหล่านี้ครับ ซึ่งจะทยอยเกิดขึ้นโดยลำดับ :

1.จับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นระยะๆ เงินยูโรจะ "ล้ม" ก่อน และโอกาสที่กลุ่มสหภาพยุโรปจะแตกออกมีสูงมาก ความพยายามเข้าไปให้ความช่วยเหลือของจีนและญี่ปุ่นอาจจะช่วยซื้อเวลาได้บ้าง


2.ทันทีที่เงินยูโรล้มแล้ว ไม่เกิน 1 เดือน ดอลล่าสหรัฐจะล้มตาม ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์จะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน และต่อเนื่องกัน


3.หลังจากเงินดอลล่าล้มแล้ว โลกจะเข้าสู่ " The Great Darkness " หรือยุคมืด หรือ "ยุคเข็ญ" ในทุกๆ ด้าน


4."เงินสกุลใหม่ของโลก" ซึ่งจะเป็นเงินสกุลเดี่ยว สกุลกลาง หรือ One World Currency อยู่ในระหว่างการประชุมจัดตั้งที่กรุงมอสโคว โดยมีการประชุมในเรื่องนี้ทุกๆต้นเดือน มาอย่างน้อย 18 เดือนแล้ว โดยขั้นตอนนี้มีนาย ซาโคซี่ ปธน.ฝรั่งเศษเป็นผู้ดูแล ในฐานะประธานกลุ่ม G20 ในช่วงเวลาดังกล่าว


หมายเหตุ : โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้ามารับตำแหน่งประธานกลุ่ม G20 ในครั้งนี้ วาระ "ที่สำคัญที่สุด" ของนายซาโคซี่คือการปรับโครงสร้างระบบการเงินของโลกใหม่ การวางพื้นฐานระบบการเงินใหม่ และเงินสกุลใหม่


5.เงินสกุลใหม่ และระบบการเงินใหม่จะมีความคืบหน้าออกมาในการประชุม G20 หรือ "อาจจะ" มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือน มีนาคม-กรกฏาคม ปี 2011 นี้ หรืออาจจะเป็นช่วงเดียวกับการประชุม G20 ที่จะมาถึงในช่วงเดือนดังกล่าว


6.US Dollar Super Devaluation เงินดอลล่าสหรัฐจะถูก "ลดค่า" ลงอย่างน้อย 50%-70% หลังการประกาศใช้เงินใหม่ดังกล่าว ในขั้นตอนนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายซาโคซี่ได้เยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการเพื่อพูดคุยกับนายโอบาม่าเพื่อให้ ..."ยอม"... ถอนเงินดอลล่าสหรัฐ ออกจากการเป็น World Reserve Currency หรือเงินสกุลกลางของโลก


7.ผลของการลดค่าเงินดอลล่าดังกล่าวจะส่งผลให้ ราคาสินค้า เชื้อเพลิง อาหาร และทุกอย่างที่นำเข้าไปในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว หรือมากกว่านั้นซึ่งขึ้นอยู่กับว่าลดค่าเงินลงเท่าไหร่ ( แต่คงไม่ต่ำกว่า 50% )


8.จะมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ออกมาจากองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ในปี 2011 นี้ เพื่อวางโครงสร้างการจัดระเบียบโลกใหม่ หรือ New World Order เพื่อจะให้มีการประกาศจัดตั้ง "อย่างเป็นทางการ" ในปี 2012 นี้


9.โลกกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร หรือ Food Crisis เนื่องจากภัยพิบัติร้ายแรงที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ในหลายๆ มุมโลก ซึ่งกำลังประทุขึ้น รวมทั้งภาวะเงินเฟ้อที่ก่อตัวขึ้นพร้อมๆกันทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาอาหาร แร่ธาตุและพลังงานถีบตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก และจะเริ่มเข้าสู่วิกฤติและเป็นปัญหาของหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในเดือนเมษายน 2011 นี้

 

หลายๆ ประเด็นข้างต้นก็กำลังเป็นหัวข้อข่าวที่ชัดเจนอยู่แล้วในขณะนี้ครับ


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

เงินเฟ้ออาการสาหัส นักลงทุนตั้งการ์ดรับ

นี่แหละครับสิ่งที่ผมพยายามเตือนมาได้ซักระยะแล้ว ก็คือ "Inflationary Depression" หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำบวกด้วยสภาวะเงินเฟ้อไปในตัวอีกแรงที่ก่อตัวขึ้นแล้วทั่วโลก แต่...

หลังจากที่ยูโรและดอลล่าล้มแล้วก็จะนำไปสู่ "Hyper-Inflationary Depression" หรือหรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำขั้นรุนแรงบวกด้วยสภาวะเงินเฟ้อ "ยิ่งยวด" นั่นคือในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า น่าจะเห็นภาพชัดเจนทั้งหมดครับ แต่บางสำนักวิเคราะห์ให้ไว้ถึง 2015 ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไปไม่ถึง

แต่ภายในปีนี้ ราคาน้ำมันคงวิ่งเข้าสู่ $152-$200 ตามข้อมูลของนาย Lindsey Williams เพื่อเป็นตัวหนุนกับประโยคข้างต้น เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้พวกขาใหญ่หรือิลลูมินาติแบงค์เกอร์ กำลังเร่งเข้า L ฟิวเจอร์น้ำมัน พวกเค้าคงกำลังเริ่มดันราคาน้ำมันขึ้นแล้วล่ะครับเพื่อผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น

ลองนึกภาพเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่จุดนี้และเร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการประกาศ QE3 ที่น่าจะออกมาช่วงเดือนพฤษภาถึงมิถุนายนที่จะทำให้ดอลล่าอ่อนยวบลงไปอีกแต่ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ดอลล่าอ่อนแต่ "Fear" หรือความกลัวน่าจะเกิดขึ้นในตลาดโดยเฉพาะในมุนของชาติเจ้าหนี้ต่างๆ ที่ยังคงถือครืองทรัพย์สินในสกุลดอลล่าอยู่มหาศาล รวมทั้งการปั่นราคาน้ำมันขึ้นพร้อมๆ กัน ที่จะส่งผลกระทบกับราคาอาหาร สินค้า ค่าขนส่ง และสินค้าทุนต่างๆ ขึ้นพร้อมๆ กัน

ถ้ารัฐบาลประเทศไหนไม่แข็งหรือแก้เกมส์ได้ไม่ดี ก็จะเกิดเหตุการณ์ประท้วงเพราะความหิวโหยและความเดือดร้อนของประชาชนในลักษณะเดียวกันกับตูนิเซีย เลบานอน จอร์แดน อิยิปต์ และอีกหลายๆประเทศที่เกิดขึ้นแล้ว

เพราะฉะนั้นเตรียมรับมือได้เลยครับ


เงินเฟ้ออาการสาหัส นักลงทุนตั้งการ์ดรับ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ โพสต์ทูเดย์
 
ปัญหาเงินเฟ้อกำลังลุกลามไปทั่วโลก ประเดิมด้วยกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย เหยื่อรายล่าสุดในภูมิภาคนี้ คือ สิงคโปร์ ซึ่งเปิดเผยตัวเลขช่วงเดือน ธ.ค. 2553 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 4.6% จาก 3.8% ช่วงเดือน พ.ย. นับเป็นการปรับขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี

ปัญหาเงินเฟ้อกำลังลุกลามไปทั่วโลก ประเดิมด้วยกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย เหยื่อรายล่าสุดในภูมิภาคนี้ คือ สิงคโปร์ ซึ่งเปิดเผยตัวเลขช่วงเดือน ธ.ค. 2553 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 4.6% จาก 3.8% ช่วงเดือน พ.ย. นับเป็นการปรับขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง เมื่อปัญหานี้ได้ระบาดไปถึงยุโรปแล้ว หลังจากที่มีการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อของกลุ่ม Eurozone ช่วงเดือน ธ.ค. ปี 2553 ซึ่งปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.2% สูงกว่าเป้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดไว้ที่ 2%ขณะสถานการณ์เงินเฟ้อในอังกฤษส่อเค้าน่าเป็นห่วงเช่นกัน เพราะขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% และคาดว่าจะทะลวงขึ้นมาเหนือระดับ 4% ในอีกไม่นานซึ่งสูงกกว่าเป้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กำหนดไว้ถึง 2 เท่า

ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สาธารณะกลับต้องพบกับปัญหาเงินเฟ้อซ้ำเติม ดังเช่นกรณีของไอร์แลนด์ ที่ต้องรับทั้งความช่วยเหลือจาก EU และ IMF แต่ความช่วยเหลือนับหมื่นล้านยูโร ไม่อาจสกัดกั้นเงินเฟ้อที่ทะลุ 1.3% ได้ จากตัวเลขเดือน พ.ย. ที่ 0.6% นับเป็นการปรับเพิ่มถึงเท่าตัว

แนวโน้มที่เริ่มน่าเป็นห่วงในยุโรป ยังผลให้ ECB ต้องออกโรงเสริมความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย โดยฌอง โคลด ตริเชต์ กล่าวผ่านหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล ว่า “ในสถานการณ์ที่มีภาวะเงินเฟ้อเป็นภัยคุกคามต่อสินค้าโภคภัณฑ์ ธนาคารกลางทุกแห่งจะต้องใช้ความรอบคอบ และระมัดระวังว่าจะไม่มีผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อรอบที่ 2”

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของตริเชต์บ่งชี้ว่า ECB กังวลกับปัญหานี้ แต่ยังเชื่อว่าเป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น หรือเป็นเพียงเงินชั่วครั้งคราว ไม่มีรอบที่ 2 (ซึ่งหมายความว่า เป็นปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาวอย่างแน่นอน) ไม่เพียงเท่านั้นคำพูดนี้แฝงนัยบางประการ ซึ่งจะกล่าวต่อไปในส่วนถึงมูลเหตุที่ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ไม่เพียงเกิดภาวะแพร่ระบาดของภาวะเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ปริมณฑลของผลกระทบยังสั่นสะเทือนไปถึงกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น

แต่แรกเริ่มนั้นผู้บริโภคเป็นกลุ่มแรกที่ต้องบอบช้ำจากราคาสินค้าและ บริการที่แพงขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย อันเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ยังผลให้รัฐบาลต้องเร่งรักษาเสถียรภาพด้านราคา เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายทางสังคม อันจะกระทบไปถึงสถานะทางการเมืองของรัฐบาลนั้นๆ

ในเวลาต่อมา กลุ่มนักลงทุนเริ่มเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลงทุนกับพันธบัตรของรัฐบาล ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากเงินเฟ้อเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อการลงทุนประเภทนี้

ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่และนายทุนส่วนน้อย จึงต่างรับผลกระทบจากปัญหาเดียวกันและด้วยความวิตกที่คล้ายคลึงกันนั่นคือ กำลังซื้อของตัวเองกำลังถดถอยลงอย่างรวดเร็ว

จากการสำรวจโดยบริษัท Northern Trust พบว่า นักลงทุนทั่วโลก 62 ราย เชื่อว่าปัญหาเงินเฟ้อจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้ และอีก 53 รายเชื่อว่า จะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในช่วงไตรมาสแรก

ปัญหาเงินเฟ้อส่วนหนึ่ง (ซึ่งอาจเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ) มาจากการที่ประเทศตะวันตกพิมพ์และปั๊มเงินเข้าสู่ระบบอย่างล้นหลาม ทั้งสหรัฐและยุโรป โดยเฉพาะสหรัฐที่อ้างสิทธิในการพิมพ์ธนบัตรโดยไม่ต้องอิงกับทองคำสำรองได้ ตามใจชอบ ดังที่ล่าสุดได้ใช้มาตรการ QE2 และอาจมี QE3 ติดตามมาอีกในอนาคต

การพิมพ์ธนบัตรในกรณีของสหรัฐนั้น มีจุดประสงค์ก็เพื่อซื้อพันธบัตรของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จีนจะเข้ามาระดมซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอย่างต่อ เนื่อง เพราะยังมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการมีอิทธิพลเหนือเศรษฐกิจสหรัฐในทางอ้อม แต่แล้วเงินเหรียญสหรัฐกลับยิ่งอ่อนค่าลงยังผลให้นักลงทุนเริ่มผละหนี

ส่วนสถานการณ์ของยุโรป การอัดเงินเข้าสู่ระบบยิ่งทำให้นักลงทุนแห่หนีไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีความ คึกคักและปลอดภัยกว่า เนื่องจากพันธบัตรของยุโรปแทบไม่เหลือความน่าเชื่อถืออีกต่อไปในหลายๆ ประเทศ เว้นเพียงเยอรมนี และอาจกล่าวได้ว่า อนาคตของ Eurozone อยู่ในกำมือของเยอรมนี ซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ดังจะเห็นได้จากระดับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับขึ้นมาเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน และสูงสุดนับตั้งแต่เยอรมนีรวมชาติเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

อนึ่ง การที่ ECB ไม่แสดงอาการร้อนอกร้อนใจต่อทิศทางเงินเฟ้อ ก็เพราะยังจำเป็นจะต้องพิมพ์ธนบัตรต่อไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่บั่นทอน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากกว่า ทว่า การทำเช่นนี้เท่ากับดึงประเทศที่ไม่มีปัญหาให้ต้องแบกรับปัญหาไปด้วย ดังเช่นเยอรมนีที่คัดค้านการกระทำเช่นนี้มาโดยตลอด

นอกจากนี้ เยอรมนีเพียงประเทศเดียวไม่ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น เพราะนี่คือสิ่งเกิดขึ้นกับ “กลุ่ม”มิใช่ “ปัจเจก” นักลงทุนจึงผละหนีเช่นกัน และเข้าทำนองหนีเสือปะจระเข้โดยแท้ เพราะช่วงที่สหรัฐเผชิญกับวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจถดถอยนั้น นักลงทุนฝากความหวังไว้ที่ยุโรปค่อนข้างมาก ว่าจะเป็นทางเลือกที่ “น่าจะ” ปลอดภัยกว่า

ด้วยปัจจัยรุมเร้ารอบด้านยังผลให้เม็ดเงินเหล่านั้นเริ่มไหลทะลักไปยัง ภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะเอเชีย ทำให้เงินเฟ้อในภูมิภาคทะลุเป้าในทันตา สิ่งที่ตามมาคือ รัฐบาลของนานาประเทศพยายามปิดกั้นกระแสไหลบ่าของทุนนอก นับว่าเป็นอีกคราที่นักลงทุนเริ่มตระหนักว่า ปริมาณเงินที่ล้นทะลักในระบบเศรษฐกิจโลกนั้น เป็นภัยคุกคามต่อตัวเองมากเพียงใด

ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงหันไปลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กันอย่างโกลาหล ไม่ว่าจะเป็นทองคำ น้ำมัน ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ดังจะเห็นได้ว่า หลังจากที่ตลาดเกิดใหม่เริ่มตั้งปราการสกัดทุนนอก ปรากฏว่าราคาน้ำมันถีบตัวขึ้นมาในทันที และเมื่อใดก็ตามที่น้ำมัน สินค้าทุกประเภทจะแพงตามไปด้วย เนื่องจากเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญที่สุด

ในระยะแรกนั้นราคาทองคำและน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่นับว่าหวือหวารุนแรง จนกระทั่งมีปัจจัยลบเข้ามารุมเร้าทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คาด เพราะประจวบเหมาะกับที่ยุโรปมีสภาพการณ์ที่ย่ำแย่ลง มิหนำซ้ำสินค้าโภคภัณฑ์หลายตัวยังได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ตั้งแต่สินค้าเกษตรไปจนถึงพลังงาน อย่างเช่นถ่านหิน กลายเป็นแรงกระหน่ำให้การลงทุนในตลาดโภคภัณฑ์ร้อนแรง

นายทุนหรือนักลงทุน เป็นกลุ่มคนที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้สะดวกกว่าผู้บริโภคทั่วๆ ไป การที่นักลงทุนโยกย้ายหนีปัจจัยลบจากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่ง จากตลาดหนึ่งสู่อีกตลาดหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงเวลาที่เงินเฟ้อกำลังคุกคามรอบด้าน นักลงทุนกลุ่มหนึ่งอาจเริ่มได้รับผลกระทบ แต่มีอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อมั่นว่า ตลาดโภคภัณฑ์คือตลาดที่มั่นคงที่สุด ยิ่งเงินเฟ้อรุนแรงเพียงใด ยิ่งสามารถกอบโกยได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังมีเหตุผลที่จะต้องกังวลกับปัญหานี้ อย่างน้อยในฐานะผู้บริโภค และอย่างน้อยปัญหาเงินเฟ้อจะส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพทางการเงิน หากเกิดความวุ่นวายถึงขั้นจลาจลดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ในฐานะประธานกลุ่ม G20 ถึงกับต้องกำหนดแนวทางเพื่อสกัดกั้นราคาสินค้าแพง และป้องกันจลาจลจากวิกฤตอาหารที่สุ่มเสี่ยงจะปะทุขึ้นอยู่รอมร่อ

ด้วยเหตุนี้ต่อให้การลงทุนมีความยืดหยุ่นหรือรู้หลบเป็นปีกเพียงใด ย่อมหลีกไม่พ้นความเสี่ยงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบด้าน

ถึงที่สุดแล้วปัญหาเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นหอกทิ่มแทงนักลงทุนเอาง่ายๆ


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ประเด็นร้อนๆ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา 1

  1. ในปี 2010 อัตราการฟ้องล้มลายในสหรัฐเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน
  2.  อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มสหภาพยุโรปพุ่งขึ้นสูงในลักษณก้าวกระโดด
  3.  ในปี 2011 เมื่อมลรัฐต่างๆของสหรัฐเริ่มเกิดการ Default หรือผิดนัดชำระหนี้ การล้มของรัฐบาลและธนาคารน้อยใหญ่ในระดับท้องถิ่นก็จะเกิดขึ้น ดังที่เกิดขึ้นแล้วในปี คศ.1841
  4. กว่า 60% ของการเกินดุลย์ในงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ ถูกซื้อโดยเฟดผ่านทางการเข้าซื้อพันธบัตร
  5. อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน เสนอให้รัฐบาลลดการถือครองสินทรัพย์ในสกุลดอลล่าลง เพื่อจำกัดและลดการขาดทุนจากเงินคงคลังในสกุลดอลล่า
  6. หลังจากที่เราได้ยินข่าวธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐล้มลงอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ปี คราวนี้ก็ถึงคราวของธนาคารในกลุ่มสหภาพยุโรปแล้วล่ะครับ โดนทุบโดนตีซะขนาดนี้สงสัยจะล้มดังแน่นอน !!! 
  7. โชวชิลล่า เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในรัฐแคลิฟอเนีย ที่มีการผิดนัดชำระ หรือ default ในพันธบัตรรัฐบาลระดับท้องถิ่นหรือ Municipal Bond ซึ่งได้เริ่มขึ้นแล้วเป็นเมืองแรกๆ ของสหรัฐในปี 2011 นี้
  8. จีนเข้าหนุนยุโรป โดยการเข้าซื้อหนี้รัฐบาลอียู
  9. ค่าพรีเมียมหรือค่าธรรมเนียมในการเข้าซื้อทองคำแท่งพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี ตลาดซื้อขายทองคำแท่งของจีนและฮ่องกง
  10. ทองขาขึ้น มีแววแตะบาทละ 23,000-วอลุ่มโกลด์ฟิวเจอร์สพุ่งเท่าตัว
  11. ภาพชุดเหตุการณ์ภัยพิบัติโคลนถล่มในบราซิล 
  12. จีนผงาดปล่อยกู้ชาติกำลังพัฒนามากกว่าธนาคารโลก  

ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Trust Me and.......Be Prepare 2

ตัวอย่างการเตรียมความพร้อมของชายคนหนึ่งในสหรัฐ ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านต่างๆ ผ่านทางช่องในยูทูป โดยเค้าจำแนกออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.Food Storage หรือการเตรียมและจัดเก็บอาหาร อย่างน้อย 3-6 เดือน
2.Water Srorage หรือการเตรียมการเรื่องน้ำดื่ม น้ำใช้
3.Protection หรือการป้องกันตนเอง โดยการฝึกซ้อมและใช้อาวุธปืน
4.Tools การเตรียมความพร้อมในเรื่องเครื่องมือเครืองใช้ รวมทั้งยารักษาโรค และอุปกรณ์ในการประกอบอาหารต่างๆ


สำหรับท่านที่ยังอยู่ในสหรัฐ*** อีกหนึ่งตัวอย่างของการเตรียมพร้อม "ที่ดี" สำหรับสิ่งต่างๆ ที่ต้องเตรียมหรือต้องมีครับ


BUG OUT BAG หรือ " ถุงสัมภาระฉุกเฉิน "


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ตัวจริง เสียงจริง กับ David Rockyfeller Jr.

อันนี้ก็ต่อต้าน NWO สุดๆ เหมือนกันครับ ของจริงกับคนจริง ( ชายแก่ในคลิปคือ เดวิด ร๊อคกี้เฟลเลอร์ เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงสุดในกลุ่ม NWO สายสหรัฐ )

LEAVE KILLING RIGHT NOW !!!


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Trust Me and.......Be Prepare

ลองดูข่าวนี้ครับ เพนตาก้อน เพิ่มกำลังทหาร 20,000 นาย ภายในปี 2011 เพื่อประจำการ ..."ภายใน"... ประเทศสหรัฐเองเพื่อ

1 ) รองรับการก่อวินาศกรรมวินาศกรรมครั้งใหญ่ หรือ Mass Terrorist Attack
2 ) การจลาจลครั้งใหญ่หรือ Civil Unrest ..........หลัง...จาก
3 ) การ "ล่มสลาย" ของระบบเศรษฐกิจ หรือ Economic Collapse

อย่างที่ผมเคยเขียน "เตือน" เสมอๆ ครับว่า มันเป็นสิ่งที่ผิดปกติ ..."มาก"... ครับ ที่กำลังทหารสหรัฐจะเข้าประจำการบนผืนดินเกิดของตัวเอง หรือ US Soil ในขณะที่ตัวเองกำลังก่อสงครามขึ้นในหลายๆ มุมโลก ณ ขณะนี้ แล้วการเคลื่อนไหวและการเปิดเผยโดยสื่อของอีกฟากหนึ่งคือ RT หรือรัสเซียทูเดย์ ก็คงเป็นการส่งสัญญานอีกอย่างหนึ่งออกมา เพราะโดยปกติแล้วรัฐธรรมนูญสหรัฐแทบจะไม่ให้อำนาจใดๆ กับกองกำลังทหารให้เข้ามามีบทบาทบนผืนแผ่นดินสหรัฐเอง ด้วย "ภาพ" การเป็นต้นแบบของโลกเสรี หรือค่ายประชาธิปไตยเต็มรูปแบบนั่นเองครับ

ลองเชื่อมโยงความเคลื่อนไหวต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกันครับ เพื่อที่จะให้เรามองเห็นความเป็นจริงในมุมมองที่กว้างขึ้นครับ



ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

The Panic

ตัวอย่างเหตุการณ์จริงของการเกิด Panic หรือตื่นตระหนกเล็กๆ หลังจากการประกาศเตือนพายุหิมะในรัฐเซาท์ แคโรไลนา ในประเทศสหรัฐ ซึ่งทำให้อาหารขายเกลี้ยงชั้นวางและขาดสต๊อคไปในพริบตา แต่ถ้ามีอะไรที่ใหญ่กว่านี้แล้วล่ะก็???

ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

หรือนี่จะเป็น......." Beginning of the End "


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ในมุมมองอดีตนายกเทศมนตรีนครลอส แเองเจลลีส

" Throughout the country (US), 90% of the cities, states are gonna go bankrupt within the next 5 yrs. Probably many of them sooner !!! " Richard Riordan, Former Los Angeles Mayor
พูดได้คำเดียวว่า "อาการสาหัส" ครับ!!!
  

ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Biblical Flood ในออสเตรเลีย

คลิปวีดีโอเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรเลีย


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ทองขาขึ้น มีแววแตะบาทละ 23,000-วอลุ่มโกลด์ฟิวเจอร์สพุ่งเท่าตัว ( 11-1-11 )

สำหรับในช่วงไตรมาส 2/2554 ตลาดทองคำ และ Gold Future จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอีก 3 ตัวได้แก่ Gold ETF, Silver Futures และการขยายเวลาเทรดของ Gold Futures ไปถึง 22.30 น.จากปัจจุบันที่ 17.00 น.ซึ่งบริษัทก็พร้อมที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ดังกล่าว

เอ็มทีเอสโกลด์ เชื่อ ทองปีนี้มีลุ้นแตะสูงสุดบาทละ 2.3 หมื่นบาท หลังทิศทางทองขาขึ้น มีความต้องการในตลาดโลกสูง คาดราคาทองพักฐานที่ 1,360-1,380 ดอลลาร์ แนะซื้อเก็บช่วงย่อตัวและรอขายที่ราคา 19,850 บาท ชูกลยุทธ์เก็งกำไรเป็นรอบ ขณะที่ วอลุ่มเทรดโกลด์ฟิวเจอร์สพุ่งพรวดเป็นเท่าตัวที่ 8 พันสัญญา
       
       วันนี้ (11 ม.ค.) นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด และประธานกรรมการกลุ่มแม่ทองสุก เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกในปี 2554 ว่า มองราคาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีโอกาสที่จะไปสู่จุดสูงสุดที่ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนราคาทองคำในประเทศมองว่าจะไปอยู่ที่ระดับสูงสุดบาทละ 2.2-2.3 หมื่นบาท ขณะที่ราคาทองคำในปัจจุบันอยู่ที่ 1,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์
       
       ทั้งนี้ เชื่อว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในระดับสูงซึ่งในปี 2552 ราคาทองคำอยู่ที่ 1,097 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ที่ระดับ 1,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 300 กว่าดอลลาร์ เมื่อคิดเป็นอัตราผลตอบแทนในปี 2553 จะอยู่ที่ประมาณ 27% หากลงทุนในสกุลดอลลาร์ แต่ถ้าลงทุนทองคำในประเทศจะมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 14-15% ส่วนกองทุนที่ซื้อขายในประเทศ และทำเฮดจิ้งไว้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 16-25% แต่ถ้าไม่ได้ทำเฮ็ดจ์จิ้งไว้จะให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 13-15%
       
       ขณะที่ ช่วงเปิดตลาดในวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไปที่ 1,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงต้นและค่อยๆ มีแรงขายทำกำไรออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ ทำให้ราคาทองคำร่วงลงไปถึง 50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพียง 4 วันทำการ ซึ่งนั่นคือความผันผวนของราคาทองในตลาดโลกที่มีการคาดการณ์ตัวเลขทาง เศรษฐกิจออกมาไม่เป็นไปตามคาด
       
       อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังมั่นใจว่า ทองคำจะยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและยังสามารถลงทุนได้อยู่ เนื่องจากความต้องการทองคำในตลาดโลกยังมีอยู่สูงโดยเฉพาะในประเทศจีนที่ช่วง นี้ใกล้สู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงทำให้ทองคำขาดตลาด และจีนมีการปลดล็อกการซื้อขายทองมาเป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้ว จึงทำให้มีการซื้อขายทองคำได้อย่างอิสระ ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แม้ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐ จะลดลงสู่ระดับ 9.4% แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งตัวเลขการว่างงานควรอยู่ที่ระดับ 6% จึงจะแสดงว่าเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอย่างแท้จริง
       
       “ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงสัปดาห์ก่อนที่ลงไปถึง 1,352 ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากราคาเปิดตลาดปีนี้ที่ระดับ 1,420 ดอลลาร์ ถือเป็นการพักฐานหลังปรับตัวขึ้นมาแรงเมื่อปีที่แล้ว คาดว่าราคาทองคำจะพักฐานที่ระดับประมาณ 1,360-1,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปอีกประมาณ 10 วัน ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นใหม่ ส่วนราคาทองคำในประเทศจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 19,700-19,850 บาท” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
       
       ส่วนกลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนระยะสั้นด้านเทคนิคอลอาจจะมีการรี บาวนด์ ให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายที่บริเวณแนวต้าน 19,850 บาท ส่วนนักลงทุนระยะยาวให้ซื้อแล้วถือข้ามเทศกาลตรุษจีนเพื่อรอขายที่ระดับ 22,000-23,000 บาท
       
       “กลยุทธ์ของทองตอนนี้เปลี่ยนเร็วมาก มันผันผวน เล่นเก็งกำไรเป็นรอบเหมือนหุ้น ถ้าเล่นโกลด์ฟิวเจอร์ส แล้ว Short ไว้ ในช่วงต้นปีแค่เพียง 4 วันก็จะได้กำไรแล้วประมาณ 25% แต่ในทางกลับกันถ้าซื้อหรือเปิดสถานะ Long ไว้ก็จะขาดทุน 25% เหมือนกัน” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
       
       ประธานกรรมการ กล่าวต่อว่า ในปี 2554 นี้ เชื่อว่าปริมาณการซื้อขายทองคำล่วงหน้าขนาด 50 บาท หรือ Gold Future จะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวจากปัจจุบันที่มีการซื้อขายประมาณ 4,000 สัญญา เป็น 8,000 สัญญาส่วนการซื้อขายทองคำล่วงหน้าขนาด 10 บาท หรือ Mini Gold Futures จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่งของ Gold Futures ขนาด 50 บาท
       
       สำหรับในช่วงไตรมาส 2/2554 ตลาดทองคำ และ Gold Future จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอีก 3 ตัวได้แก่ Gold ETF, Silver Futures และการขยายเวลาเทรดของ Gold Futures ไปถึง 22.30 น.จากปัจจุบันที่ 17.00 น.ซึ่งบริษัทก็พร้อมที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ดังกล่าว
       
       ด้านธุรกิจการลงทุนซื้อขายสัญญาการลงทุนทองคำล่วงหน้าที่ดำเนินการ ผ่านบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ในปี 2553 บริษัทมีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับที่ 1 ในจำนวน 5 โบรกเกอร์ทองคำ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 18% ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในการซื้อขายโกลด์ ฟิวเจอร์สในปี 2554 ไว้ประมาณ 20-25% ซึ่งในปีที่ผ่านมาปริมาณสัญญาการซื้อขายของตลาดโกลด์ฟิวเจอร์สโดยรวมมี ประมาณ 300,000 สัญญา เฉลี่ยการซื้อขายประมาณ 25,000 สัญญาต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 200% จากปีก่อน ซึ่งในปีนี้คาดว่าตลาดการลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์สจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุน และลูกค้าทั่วไปมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความรู้และความเข้าใจในสินค้านี้เพิ่มขึ้น
 
ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ปฏิทินวันสิ้นอายุสัญญาตลาดโลหะ Comex ปี 2011

คำอธิบายจะอยู่ในหน้า 18 ครับ GC คือ Gold Future ส่วน OG คือ Gold Option  

ส่วนที่เหลือที่ต้องหามาเติมคือ วันปิด Stock Option และทั้ง 3 วันของเดือนในปฏิทินก็คือ Gold Option, Stock Option และ Gold Future ก็คือ "วันแดงเดือด" ที่ต้องโดนทุบเสมอ แต่ก็ต้องดูปัจจัยข่าวอื่นๆประกอบด้วยนะครับ และถ้าไม่มีไม่ข่าว ปัจจัยหรือ Events แรงๆ ก็ต้อง "แดงเดือด" เป็นธรรมดาครับ


ส่วนลิ๊งค์นี้จะเป็นสถิติการชกเดิมที่ทำไว้ครับ...คลิก!

ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Mega Earthquake.......แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง ที่นี่เร็วๆ นี้

เมือง New Madrid รัฐมอนทาน่า สหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกกันว่า New Madrid Fault Line ซึ่งกำลังถูกจับตา "เป็นพิเศษ" ว่าอาจจะเป็นเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในระดับรุนแรงในปี 2011 และ FEMA หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีกำหนดการซ้อมรับมือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หรือที่เรียกว่า NLE2011 ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้


ประชาชนที่อยู่ในเขตเสี่ยงภัย กำลังสงสัยไปที่โครงการ HAARP ที่อาจจะอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ประหลาดต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นรอบๆเขต New Madrid Fault Line ในขณะนี้
 
ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ถึงเวลาวัดใจ ที่ 14.25 Trillion...2/2

จดหมายรัก ที่ รมต.คลัง ทิม ไกเนอร์ ทำถึงแฮรี่ รี๊ด ผู้นำเสียงข้างมากในสภาคองเกรส เสนอให้ "ปรับเพิ่ม" ระดับเพดานหนี้สาธารณะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้รีบทำอย่างเร่งด่วนก่อนหนี้จะชนเพดาน เพราะจะเกิดการเบี้ยวหนี้ทันทีเพราะรัฐบาลจะก่อหนี้เพิ่มอีกไม่ได้ แล้วการคลังของประเทศสหรัฐจะล้มลงทันที ทั้งขู่ทั้งขอร้องขนาดนี้แล้วยังไงก็ต้องผ่านครับ แต่จะให้ประเทศอื่นเค้าคิดยังไงโดยเฉพาะเจ้าหนี้ อันนี้ต้องรอดูกันต่อไปครับ

Link : จดหมายรักจากทิม ไกเนอร์


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

ถึงเวลาวัดใจ ที่ 14.25 Trillion...1/2

และแล้วมูลหนี้สาธารณะของสหรัฐก็ใกล้พุ่งขึ้นไปชนเพดานที่กำหนดไว้คือ 14.25 Trillion ตามกรอบรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง เร็วๆนี้(ประมาณปลายมีนาคม)เรื่องนี้คง "แดง" ขึ้นมาแล้วเป็นที่ถกเถียงกันในสหรัฐและระดับโลก เพราะสภาครองเกรสจะต้องทำการพิจารณาอนุมัติเพื่อ "ขยาย" วงเงินหนี้สาธารณะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป้าของการขยายในครั้งนี้คือ 15.50 Trillion

ยังไงก็ต้องขยายครับ เพราะถ้าไม่ขยายก็หมายถึงจะเกิดการ Default หรือการเบี้ยวหนี้ในระดับโลกเพราะรัฐบาลสหรัฐจะเป็นหนี้เพิ่มไม่ได้อีกต่อไป แต่เกมส์การเมืองในคองเกรสจะเป็นอย่างไร ถ้า
กลุ่ม NWO เค้าจะ End Game สหรัฐและโลกใบนี้ โดยไม่ให้ฟากรีพับลิกันผ่านเรื่องนี้ให้เดโมแครต ก็คงถึงเวลา "เผาจริง" ซะทีครับ แต่ก็น่าจะผ่านไปได้ครับ นอกจากเค้าจะเชคบิลพวกเราแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ากระพริบตาครับ ก่อนปลายมีนาคมนี้ ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา ก็ Welcome to...New World Order หรือเตรียมพบกับการจัดระเบียบโลกใหม่ เร็วขึ้นอีกหน่อยครับ





ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

Barron's: US Will See Run on Treasurys, Hyperinflation

Barron's: US Will See Run on Treasurys, Hyperinflation 
Wednesday, 05 Jan 2011 10:44 AM
By Greg Brown

Investors in U.S. debt around the world are worryingly near a "psychological breaking point" that could force a "run on the bank" against Treasurys. 

If that happens, hyperinflation quickly follows and gold will soar much, much higher from its now record-setting levels, argues author and longtime trader Victor Sperandeo in the latest issue of Barron's. Sperandeo has traded for many top investors including George Soros.
Anyone who believes that the United States faces a comparatively mild 1970s-style inflation risk is ignoring history at his own peril, Sperandeo writes in the weekly investment newspaper. 


"Unlike normal inflation, which may be attributed to a variety of factors, hyperinflation has a single cause: It occurs when a government cannot borrow money because its debt has risen so much that investors believe they will never be paid back with close to the same purchasing power," he writes.
 
Historically, he writes, investors lose confidence in government debt when borrowing hits 40 percent of spending over an extended period of years. The telltale sign will be non-annualized inflation of 50 percent or more in a single month. 


In 2009, the author notes, the deficit was 44 percent of spending, although not all of it was borrowed. It happened again in 2010. U.S. debt is now more than $13.7 trillion (not counting state and agency debts) and deficits are running $1 trillion a year.
"A nation needs to inspire a lot of confidence to keep that Ponzi scheme alive," Sperandeo writes. 
 
"Unfortunately, markets know that even the U.S. government will print money to meet expenses when necessary."
 
The key is the gap between the rate paid investors to own Treasury debt vs. the inflation rate. If that narrows by too much, there is no longer any compelling reason to hold the debt. Foreign investors then dump U.S. bonds in a rush not to be left holding the bag.
Right now, Sperandeo points out, 30-year 

Treasury bonds pay 4.21 percent. Inflation might be low, but it has averaged 4.12 percent over nearly a half-century. Foreign holders of U.S. debt know perfectly well how tiny that return gap is and how fast it can turn into a loss.
 
"This leads to the question, being asked from Beijing to Brussels: Does the risk match the reward? A negative response to that question could lead to hyperinflation," writes Sperandeo.
 
"Potentially, investors in U.S. debt will begin something similar to a run on the bank, selling Treasurys, even at severe losses."
If hyperinflation takes hold, expect gold to run quickly higher, Sperandeo writes. In hyperinflation, the metal can gain between 2,000 percent and 50,000 percent in value against a hyperinflated, collapsing currency.
Meanwhile, a retiring member of the policy committee of China's central bank has reiterated his call for China to cut its holdings of U.S. Treasurys in order to minimize losses on its foreign-denominated exchange reserves.
 
According to press reports, Yu Yongding made the renewed call to dump U.S. debt and move the yuan toward market-driven exchange rates in an opinion piece in Caijing magazine.
Allowing the yuan to float would help China wind down its massive dollar-asset holdings, Yu argued.
 
"China should strive to reduce instead of further increasing (its holdings of) dollar assets," he said. "Specifically, China should reduce the growth of its foreign-exchange reserves as soon as possible."
 
As recently as July, Yu had called for Beijing to sell off U.S. Treasurys. He believes that continued U.S. fiscal measures to stave off recession will ultimately weaken the dollar, causing China's estimated $2.65 trillion in dollar holdings to quickly lose value.
 
end

ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

NWO Documentary.......The UN Deception หรือ องค์การ "เพื่อล่อลวง" สหประชาชาติ

"The UN Deception"...การก่อกำเนิด เส้นทาง และเป้าหมาย "ที่แท้จริง" ขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN ( 47 mns )


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :

The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

The Movie.......Rollover ( 1981 )

" Rollover " หนังฮอลลีวูดอีกเรื่องที่สร้างขึ้นในปี 1981 พยากรณ์ถึงการล่มสลายของเศเศรษฐกิจสหรัฐ ตลาดหุ้นวอลสตรีท และเงินดอลล่า


ลิ๊งค์สำหรับเฟสบุ๊ค :
The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1