วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

" NWO " The End of Day ( เส้นทางสู่การสิ้นยุค 3 of 3 )

คำแนะนำ : สำหรับผู้ที่สนใจในการศึกษาเรื่องราวของ NWO และกลุ่มอีลิต โดยเฉพาะ Agenda  หรือ วาระ ที่พวกเค้ากำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับโลกใบนี้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ก่อนจะอ่านโพสต์นี้ กรุณาดาวน์โหลดวีดีโอชุดนี้ทั้งหมด 23 ตอน (ตอนที่ 15 หายไป ซึ่งเปิดโปงเกี่ยวกับการ "หลอกลวง" ในเรื่องเอเลี่ยน เกรย์ เรพไทเลี่ยน แพลนเน็ตเอ็กซ์ หรือนิบิรูต่างๆ)เก็บไว้ก่อนเลยครับ เพราะเป็นข้อมูล...เปิดโปง...ที่ตรงไปตรงมาและ "ลึก" มาก(เกินไป) ซึ่งคาดว่าคงอยู่ในยูทูปได้ไม่นานก็คงโดนแบนหรือลบอีก เหมือนที่โดนมาตลอด ถ้าโดนลบอีกก็ใช้คีย์เวิร์ด "NWO THE END OF DAY" ลองเข้าไปค้นใหม่ครับ แต่สุดท้ายก็คงไม่ค่อยมีใครกล้าโพสต์อีก เพราะทีนี้จะโดนลบออกไปทั้งช่องเลยครับ     

"NewWorldOrder" = OWN(การครอบครอง)

ตอนที่ 17 ปรากฏการณ์ยูเอฟโอ สมุนรับใช้ความชั่วร้าย

ในตอนที่ผ่านมาเราได้รู้ความจริงกับสิ่งที่เรียกว่า "นิบิรู" และได้เรียนรู้เกี่ยวกับบันทึกของเรื่องดังกล่าวจาก ปฐมกาล บทที่ 6 ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ในตอนนี้เราจะได้ทำความเข้าใจความหมายลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ในเรื่อราวของโนอาห์ ในประเด็นดังกล่าว 


สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เชื่อว่ามาจากต่างดาวหรือเอเลี่ยน ที่ถูกพบมากในปัจจุบันมาในรูปแบบของ "เกรย์" หรือมนุษย์ตัวเขียวต่างๆ ก็คือรูปแบบหนึ่งของวิญญานชั่วที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็คือ "ผี" ชั้นต่ำหรือเป็นเพียงวิญญานชั้นต่ำผู้รับใช้ลูซิเฟอร์ ที่ปรากฏร่างให้เราเห็นในรูปปัจจุบัน ดังที่พระคำภีร์เรียกเอเลี่ยนเหล่านี้ว่า "ผีโสโครก"


ซึ่งเป็นการยากที่มนุษย์จะตีความไปถึงและเชื่อว่า สิ่งที่ถูกเชื่อว่ามาจากนอกโลกหรือต่างภิภพจะมีความเชื่อมโยงกับคัมภีร์โบราณที่มีอายุเก่าแก่หลายพันปี (ไบเบิ้ล) ได้อย่างไร และยังมีคนอีกจำนวนมากคิดหรือเชื่อว่า "ไบเบิ้ล" เป็นเพียงหนังสือที่ใช้อ่านในศาสนาคริสต์ "ซึ่งผิด" และทำให้มนุษย์จำนวนมากหลงทางไปในที่สุด



ตอนที่ 18 เอเลี่ยนและสงครามอามาเกดโดน


จึงมีคำถามว่า ถ้าเอเลี่ยนเหล่านี้เป็นเพียง "ผี หรือผีโสโครก" ที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์ ทำไมจึงมีความเกี่ยวข้องกับยูเอฟโอ หรือจานบินรูปร่างประหลาดต่างๆ 



จานบินหรือวัตถุบินประหลาดเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในผนังหินในหลายๆ อริยะธรรมดึกดำบรรพ์ ก่อนยุคของการพัฒนาอาวุธของมนุษย์ซะอีก มีการค้นพบภาพเขียนสีของวัตถุบินลึกลับเหล่านี้มาตั้งสมัยการสร้างหอบาเบล มายัณ และอิยิปต์โบราณ จากการค้นคว้าพบว่าวิญญานเหล่านี้ไม่ได้ใช้เจ้าวัตถุบินเหล่านี้เพื่อเดินทางระหว่างดวงดาว หรือกาแลกซี่ที่อยู่ใกลออกไป แต่เป็นการเดินทางระหว่าง "มิติ" หรือ Dimensions พวกมันอาศัยอยู่ในมิติที่ต่างๆ ออกไป มิติของจิตวิญญาน มิติของชีวิตหลังความตาย หรือที่เรียกว่า "มิติที่ 4" หรือ The 4th Dimension หรือที่มนุษย์เรารู้จักในชื่อเรียกว่า "นรก" นั่นเอง







การกล่าวถึงนรกในพระคัมภีร์จะใช้คำว่า "Bottomless Pit" หรือเหวที่ไม่มีก้นหลุม หรือหลุมไฟต่างๆ 



อีกหนึ่งโครงการในอนาคตอันใกล้ วาติกันและสหรัฐจะมีการเปิดเผยและเปิดตัวในเรื่องดังกล่าว แต่จะเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว และชี้นำให้มนุษย์ "เชื่อว่า" เอเลี่ยนหรือหรือสิ่งมีชีวิตในลักษณะเกรย์เป็นความจริงหรือมีอยู่จริงทั้งหมดแต่... 

จะถูกชี้นำไปในทิศทางว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มาจาก "นอกโลก" เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งในวาระของการจัดระเบียบโลกใหม่หรือ NWO อีกแล้วนั่นเอง ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เค้าเปิดตัวสิ่งมีชีวิตหรือเอเลี่ยนเหล่านี้แล้ว ก็ขอให้นึกถึงบทความนี้ครับ ในขณะที่มนุษย์อีกหลายพันล้านคนจะ "หลงเชื่อ" ตามและจะตกเป็นเครื่องมือของพวกเค้าไปอีกอย่างแน่นอน



ตอนที่ 19 
" ดิสนี่ย์ " อีกหนึ่งความชั่วร้ายของฮอลลีวูดโดยอิลลูมินาติ

ถึงตรงนี้ คงทราบแล้วนะครับว่า "ดิสนี่ย์" หรือ วอลต์ ดีสนี่ย์ ก็เป็น 1 ใน 13 ตระกูลของกลุ่มอิลลูมินาติ ที่มีหน้าที่หลักในการผลักดันวาระโลกใหม่ หรือ NWO ผ่านทางแผ่นฟิลม์ หรือฮอลลีวู๊ดนั่นเอง ในหนังทุกเรื่อง หรือแม้แต่ในการ์ตูนสำหรับเด็กจะมีหลายๆ อย่างซ่อนไว้โดยที่ผู้ชมไม่รู้ตัวว่ากำลังเสพสิ่งเหล่านี้อยู่คือ 


1.Ritual หรือพิธีกรรมความเชื่อในสิ่งชั่วร้ายหรือซาตาน ไสยศาสตร์ เวทมนตร์ต่างๆ
2.Subliminal Messages การซ่อนข้อความสกปรกต่างๆไว้ โดยเฉพาะเรื่องเพศ
3.การล่อลวงและการชี้นำ ทำความชั่วร้ายให้กลายเป็นสิ่งดีหรือสิ่งปกติ เช่นเรื่องรักร่วมเพศ เกย์ เลสเบี้ยน โสเภณี และ เซ็กส์
4.การสรรเสริญหรือการบูชาความชั่วร้ายเหล่านั้น 


แล้วมนุษย์เราและลูกหลานของเราก็เสพสิ่งเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ในหลายสิบปีที่ผ่านมา 


ตอนที่ 20 ลัทธิซาตาน เวทมนตร์ โดยดิสนี่ย์และฮอลลีวูด

ดังที่เราทราบแล้วว่า ไซออนนิสต์ อิลลูมินาติ และลัทธิลูซิเฟอร์ ได้เข้าควบคุมสื่อระดับโลก และยังเป็นเจ้าของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด ดิสนี่ย์ และอุตสาหกรรมสื่อและภาพยนตร์ลามกต่างๆ รวมทั้ง PLAYBOY ที่ใช้เป็นเครื่องมือล่อลวงมนุษย์มาตั้งแต่ปี 1953

สิ่งเหล่านี้ก็คือวิธีการที่ใช้ในการเสี้ยมสอน ปลูกฝัง หล่อหลอม มนุษย์ในศตวรรษที่ 20 มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการควบคุมจิตใจ ความนึกคิดและการล้างสมอง ถ้าวันนี้คุณยังใฝ่ในสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วล่ะก็ ก็จงตระหนักไว้เถอะครับว่าคุณก็เป็น "เหยื่อ" ของพวกเค้าไปแล้วนั่นเอง   



เครื่องมืออีกหลายๆอย่างซึ่งใช้ได้ผลมาตลอดนั่นก็คือความกลัวและการคอรัปชั่น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะทำให้มนุษย์ขาดสติ ง่ายต่อการควบคุมและปกครองในด้านจิตวิทยา




ตอนที่ 21 อุตสาหกรรมเพลงอิลลูมินาติ

หากคุณเป็นแฟนเพลงของศิลปินจากค่ายดังในสหรัฐ ลองสำรวจดูครับว่าศิลปินเหล่านั้นเป็นคนของพวกเค้าหรือเป็นเครื่องมือของเครืองข่ายอิลลูมินาติและนิวเวิร์ลออเดอร์หรือไม่ นั่นก็เพราะพวกเค้าใช้เพลงเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงและปลูกฝังหลายๆ วัฒนธรรมของมนุษย์ในหลายๆ ยุคที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ร๊อคแอนด์โรล หรือเฮฟวี เมททัล ในลักษณะเดียวกับที่ใช้ภาพยนตร์และฮอลลีวูดในการทำสิ่งเหล่านี้คือ 

1.Ritual หรือพิธีกรรมความเชื่อในสิ่งชั่วร้ายหรือซาตาน ไสยศาสตร์ เวทมนตร์ต่างๆ
2.Subliminal Messages การซ่อนข้อความสกปรกต่างๆไว้ โดยเฉพาะเรื่องเพศ
3.การล่อลวงและการชี้นำ ทำความชั่วร้ายให้กลายเป็นสิ่งดีหรือสิ่งปกติ เช่นเรื่องรักร่วมเพศ เกย์ เลสเบี้ยน โสเภณี และ เซ็กส์
4.การสรรเสริญหรือการบูชาความชั่วร้ายเหล่านั้น 

ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงก็คือการทำลายจิตวิญญานความเป็นมนุษย์ของเรา ให้เป็นไปตามวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่พวเค้าสร้างขึ้น และพวเค้าก็รู้ว่าศิลปินเหล่านี้ซึ่งถูกสร้างและผลักดันขึ้นมาด้วยวิธีการต่างๆ ให้เป็นต้นแบบในด้านต่างๆ ของสังคม ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากอาวุธในการทำลายล้าง ด้วยความยินยอมของเราเอง 




ตอนที่ 22 "แอนตี้ไครส์" ในอุตสาหกรรมเพลงอิลลูมินาติ


จากตอนที่แล้ว ไม่ใช่พวกดนตรีร๊อค และเฮฟวี เมททัลต่างๆ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มอิลลูมินาติ แต่รวมทั้ง ป๊อป แร๊พ ฮิพฮ๊อพ อาร์แอนด์บี เฮ้าส์ รวมทั้งศิลปินนักร้องชื่อก้องโลกต่างๆ ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าศิลปินเหล่านั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม และก็มีศิลปินนักร้องอีกหลายๆ คนที่ถวายตัวยอมเป็นเครื่องมือหรือประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า ฉันคือส่วนหนึ่งของอิลลูมินาติ เช่น มาดอนน่า, บริตนี่ สเปียต์, เจซี, คิดร๊อค, อิมมิเนม, ริฮันน่า, คริสติน่า อากิเลร่า, เลดี้กาก้า, ไมเคิล แจ๊คสัน และอีกมากมาย ที่ผลงานเพลงขึ้นสู่ท๊อปชาร์ท ไม่ว่าจะมีผลงานเพลงอะไรออกสู่ตลาดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงที่ "ซ่อน" สิ่งต่างๆไว้ ดังกล่าวมาแล้วจะได้ได้รับการโปรโมตหรือผลักดันให้เป็นศิลปินในระดับโลกในที่สุด และเค้าเหล่านั้นก็จะนำวัฒนธรรมแปลกๆ ใหม่ๆ (ในทางลบ) เพื่อปลูกฝังให้กับผู้ฟังรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างที่เป็นมาตลอดหลายสิบปี


แต่หากศิลปินคนไหนที่ไหวตัว กลับใจ เพราะรู้ตัวว่าตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายความชั่วเหล่านี้ แล้วพยาตีตัวออกห่าง อนาคตในวงการก็จะดับวูบลงในที่สุด ยิ่งกว่านั้นหากมีความพยายามต่อต้านหรือเปิดโปงเรื่องราวเหล่านี้ เขาเหล่านั้นก็จะจบชีวิตลงอย่างปริศนา "ทุกราย" ไม่มีการยกเว้น แล้วยังจะถูกทับถมซ้ำเติมหลังจากการเสียชีวิตว่าเกิดจากการใช้หรือเสพยาเสพติดหรือการใช้ยาเกินขนาด รวมทั้งมีการอธิบายด้วยสื่อในเครือข่ายให้ร้ายป้ายสีในทางที่เสียหายแทบทั้งสิ้น



ตอนที่ 23 พิธีกรรมในเพลงของซาตาน


ในโลกอนาคต เป้าหมายอีกอันหนึ่งที่ถูกวางๆไว้ คือการเข้าสู่ "ยุคโรบอท" หรือยุคมนุษย์หุ่นยนต์ อย่างที่ทุกภาคส่วนของ NWO พยายามนำเสนอไม่ว่าจะเป็นทั้งฮอลลีวูดและอุตสาหกรรมเพลงในระดับโลก ในความหมายก็คือมนุษย์ทุกคนจะถูก "ควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ" ในลักษณะเดียวกับการโปรแกรมการทำงานให้กับหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรต่างๆ ให้ทำงานตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็คือจุดมุ่งหมาย "ที่แท้จริงสูงสุด" ของเครือข่าย NWO หรือการจัดระเบียบโลกใหม่ที่จะมาถึงในระยะเวลาอันไกล้นี้ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อชี้นำและหลอกล่อมนุษย์ให้ "ลุ่มหลง" ติดอยู่ในสิ่งที่เค้าสร้างขึ้น และให้ออกจากเส้นของ "พระเจ้า" เส้นทางของความจริง ความดีงามหรือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และบริสุทธิ์ในที่สุด และ ณ วันนี้ดูเหมือนว่ามนุษย์ "จำนวนมากมายมหาศาล" ก็เป็นอย่างที่พวกเค้าต้องการไปแล้วครับ


The Gold War Phase II...by Jimmy Siri บน Facebook
http://www.facebook.com/home.php?sk=group_170408246326805&ap=1

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ8 พฤศจิกายน 2554 11:06

    แล้วพระเจ้าให้อะไร เงินไปโรงเรียน เงินไปหาหมอ หรือเงินค่าครองชีพหล่ะครับ

    ตอบลบ
  2. ถ้าเช่นนั้น คุณลองให้ "ใจ" ของคุณกับพระเจ้าก่อนสิครับ แล้วสิ่งที่คุณจะได้รับคือ

    1.สติปัญญาและความรู้ที่โรงเรียนให้คุณไม่ได้หรือมากกว่าที่คุณจะได้จากการไปโรงเรียน ดังนั้นเงินไม่ใช่ประเด็น เพราะถึงแม้คุณมีเงินมากแค่ไหน ใช่ว่าคุณจะซื้อสติปัญญาและความรู้ได้ จริงไม๊ครับ??? คนจำนวนไม่น้อยอาจจะมีเงิน...แต่โง่หรือขาดซึ่งสติปัญญา ก็มีได้ไม่นาน ก็ต้องกลับมาจนอีกครั้ง

    2.พระเจ้าจะสอนคุณว่าคุณต้องใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อที่จะไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ใช่ต้องทำงานหาเงินเพื่อจะเอาไปให้หมอ เพราะตัวหมอเองก็เจ็บ ก็ป่วย และตายเป็นเหมือนกับคนทั่วไป ถ้าไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร แล้วคุณจะเอาชีวิตของคุณไปฝากไว้ที่เค้าทำไม แล้วยังต้องทำงานหนักเพื่อเอาเงินไปให้เค้าอีก

    3.และถ้ามีคุณมีทั้ง 2 ข้อข้างต้นแล้ว คุณจะมีมากว่าคำว่า "ค่าครองชีพ" ครับ คุณจะมีมากพอ มีเหลือพอที่จะแจกจ่ายให้กับคนทั่วไปได้ ยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ...เป็นเรื่องธรรมดา ในทางกลับกันคนที่โลภที่คิดเอาแต่ได้ กลับไม่มีอะไรเลย แม้แต่ "ค่าครองชีพ"

    4.มีคนจำนวนมากมายครับที่ใช้เวลาเกือบท้้งชีวิตแสวงหา "เงิน เงิน เงิน" เพราะคิดว่ามันคือพระเจ้า แต่กลับมีคนจำนวนน้อยมากครับที่แสวงหาพระเจ้าก่อน แต่คนเหล่านั้นก็จะได้ "ทุกอย่าง" ...ไม่ใช่แค่เงิน

    ตอบลบ