วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กว่าจะถึงปี 2012.......1/2

โพสต์นี้ผมจะเขียนถึงสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นจากปัจจุบันไปจนถึงปี 2012  หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จะเป็นภาพรวมๆของทั้งหมดครับ ผมไม่ได้เป็นหมอดูหรือหมอเดาจากสำนักไหนครับหรือมีความรู้ใดๆ ในเรื่องการทำนาย แต่สิ่งเหล่านี้เป็นการเก็บรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน ด้วยเอกสาร หลักฐานที่จับต้องได้ทั้งหมดจากแหล่งต่างๆ ทั้งทางราชการ เอกชน การทหาร และในทางลับต่างๆ ครับ แล้วประกอบกับการค้นคว้าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมืองและเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้น ที่เป็นตัวกำหนด จัดรูป และเปลี่ยนโครงสร้างโลกใบนี้ ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันครับ 

ไม่ได้มีผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้ครับ แต่คนที่รู้เค้าจะพูดหรือไม่เท่านั้นเอง และรู้ลึกลงไปในระดับไหน แต่เท่าที่เห็น ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ วิธีตรวจสอบสิ่งที่ผมเขียน ง่ายๆ ครับ เอาคีย์เวิร์ดต่างๆ ที่อ่านจากบล๊อกนี้ ใส่เข้าไปใน Google เลยครับแล้ว ทั้งไทยทั้งอังกฤษ เข้าไปค้นทั้งเวบ ทั้งบล๊อก อะไรก็ตามที่หาได้ มาคานกันอีกทีครับ ถ้าสงสัยต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ อย่าปล่อยให้มันคาใจแล้วผ่านๆ ไป โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสหรัฐตอนนี้ เพราะเรื่องต่อไปนี้จะมีผลกระทบกับคุณมากๆ ครับ  ของคนไทยเองผมก็เห็นพอสมควร แต่เอามาเป็นจุดๆ เป็นเรื่องๆ กันมากกว่า ไม่มีการผูกโยงเข้าด้วยกัน คงเป็นเพราะข้อมูลที่ได้มาอาจจะ กระโดดไปมา ข้อมูลถูกต้องครับ แต่มาจากไหน แล้วจะไปยังไงต่อ แล้วไปจบลงตรงไหน



เรื่องปี 2012  ไม่ได้มีอะไรแปลก น่ากลัว หรือตื่นเต้นอะไรหรอกครับ แต่เป็นเรื่องของปฏิทินโบราณของชนเผ่านึงคือ "เผ่ามายัณ" ครับ หรือที่เค้าเรียกว่า Mayan Calendar นั่นเอง แม้แต่ตัวรายละเอียดหรือการพยากรณ์ในปฏิทินของมายัณเองก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอีก  วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หรือ Dec 21, 2012 หรือ 12/21/2012  ข้อเท็จจริงเรื่องนี้หาข้อมูลได้ในอินเทอร์เน็ทนี่แหละครับ  (GG, GV, Wiki, YT : Mayan Calendar) เต็มไปหมดครับ หาดูที่เป็นงานสัมนา หรือการจัดประชุมพูดคุยกันเรื่องนี้คือเรื่องปฏิทินมายัณ ก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง


แต่.......มีการนำวันที่นี้ของปฏิทินมายัณมาใช้งานบางอย่างโดยคนกลุ่มนึงครับ เรามาดูตัวเลขครับว่าทำไมต้องเป็นวันที่ 12/21/2012 ถ้าเราเอาตัวเลขทั้งหมดมาบวกกันจะได้ 1+2+2+1+2+0+1+2 = 11 ได้ 11 ครับ ก็คือกลุ่มนี้แหละครับ NWO ( New World Order ) หรือจะเรียกว่าพวก Globalist, New Age หรือ Illuminus ก็คือพวกเดียวกันแต่เรียกได้หลายชื่อครับ ลองคิดกลับไปสิครับว่า คุณได้ยินหรือรู้จักตัวเลขปี 2012 จากที่ไหน คำตอบคือโฆษณาหนังของฮอลลีวูดหลายๆ เรื่องไงครับ เห็นความเชื่อมโยงไม๊ครับ



อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าพวกเค้ากำลังพยายามผลักดันเรื่องการจัดระเบียบโลก หรือ NWO (New World Order) นี้ครับ 


คือเค้าจะใช้วันนี้เป็นวัน End Game หรือปิดเกมส์หรือแผนการที่เค้าวางกันมาเป็น 100 ปีครับ หรืออาจจะเป็นวันที่สงครามใหญ่ เปิดฉากอย่างเป็นทางการครับ อาจะเป็นวันที่มีการกดระเบิดของหลายๆ ประเทศเพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามครับ แต่จะขอกลับมาที่ปัจจุบันก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นครับ เท่าที่ผมมีข้อมูลผมเรียงตารางเวลาหรือ Time Line ไว้จากวันนี้ไปจนถึงปี 2012 คือเหตุการณ์หลักๆ ส่วนใหญ่เลยจะไปอยู่ที่ปลายปี 2011 ครับ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า คุณจะเห็น.......


1.ดอลล่าอินเด็กซ์หรือ USDX จะร่วงลงอย่างต่อเนื่องในลักษณะทรงและทรุด "เท่านั้น" จะมีการ Rally หรือดีดกลับบ้างเป็นช่วงๆ แต่กระแสหลักคือทรงและทรุดเหมือนเดิม แต่ถ้ามีการตัดตอนเงินสกุลดอลล่าหรือการตัดเกมส์ ในปลายปีหน้าหรือปี 2010 นี้ จะมีการประชุมในระดับโลก เช่น G20 หรือใหญ่กว่าเพื่อลงมติประกาศ Abandon หรือทิ้งดอลล่าอย่างอย่างเปิดเผยและเป็นทางการครับ หรือ 


2.ถ้าไม่มีการตัดตอน เงินดอลล่าอาจจะเสื่อมและล่มสลายภายใน 2-3 ปี ไม่ใช่ 8-10 ปีอย่างที่ชาติเจ้าหนี้ต้องการดึงกันไว้ครับ คนอเมริกันจะหมดสภาพ หรืออยู่ในสภาพที่ทำอะไรไม่ได้เลย ทั้งจนลง ขาดแคลนอาหาร จากภาวะเงินเฟ้อยิ่งยวด หรือ Hyper Inflation และอีกสารพัดปัญหา ไม่ต้องรอดูหรอกครับ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วครับ เพียงแต่คุณรู้หรือไม่เท่านั้นเอง ลองออกไปดูข้างนอกสิครับ เพราะมีหลายคนได้ไปดูและไปเห็นมาแล้วครับ 




3.ตลาดหุ้นสหรัฐ มี 2 ความเป็นไปได้คือ หนึ่ง "ถ้า" ( มีสารพัดเหตุผลให้ต้องมี ทั้ง FDIC, การล้มของรัฐต่างๆ ในทางงบประมาณ, การล้มของภาคการเงินการธนาคารต่าง) มี Stimulus Package 2 หรือการปั๊มและอัดเงินเข้าสู่กลุ่ม Wall Street เป็นระลอกที่ 2 จะทำให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง จะให้เป็นเท่าไหร่ก็ได้ "แต่ทั้งหมดเป็นกับดักครับ" หรือสอง ถ้าไม่มี Stimulus 2 เราจะได้เห็นการล้มของตลาดหุ้นสหรัฐในอีกไม่นานครับ และทรงกับทรุดไปเรื่อยๆ จนถึง 4,800-
3,500-2,500-1,500 จุด ในที่สุด แต่ทางเลือกนี้ ไกเนอร์ออกมาปฏิเสธบ่อยมาก ก็คือเค้าอาจจะเลือกเร่งเกมส์ให้สั้นเข้ามา


4.ราคาทองคำ เงิน น้ำมัน ทองแดง และโภคภัณฑ์ต่างๆ จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเสื่อมค่าลงของระบบเงินกระดาษหรือ Paper Currency พร้อมๆ กันทั่วโลก เราจะเห็นการทำ New High เหนือ New High ของสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติไปเลย  โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันราคาจะพุ่งขึ้นในอัตราเร่งที่สูงมากครับ ต้องยอมรับครับว่าเกือบทุกชาติ "ไปเอาดอลล่าเค้ามาแล้วมาหนุนการพิมพ์ธนบัตรออกมาหมุนเวียนในตลาด" จุดมันอยู่ตรงนี้ ถ้าดอลล่าเสื่อมค่าแน่นอนครับว่าก็คงตามๆ กันไป คงเลี่ยงลำบากครับ


5.ไข้หวัด 2009 จะระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่รุนแรงมากกว่านั้น แต่คนทั่วโลกจะแห่กันไปฉีดวัคซีนเพราะ"ความกลัว" จากการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ แล้วทำให้เกิดการ "ตาย" จำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลกจากวัคซีนนี่เองครับ รู้ไม๊ครับว่าไอ้  WHO ตัวดีตั้งเป้าผู้ติดเชื้อไว้เท่าไหร่  1-2 พันล้านคนครับ แล้วถ้าเข้าเป้าเค้าซัก 50% ก็พอ คือ 500 ล้านคน จะมีคนไปรับวัคซีนเท่าไหร่ แล้วต้องเจ็บออดๆแอดๆ พิการ และตายอีกเท่าไหร่ การระบาดของ Swine Flu ชนิด A หรือชนิดรุนแรง เชื้อหวัดที่คล้ายๆ กับตัวนี้เมื่อปี 1918 มีผู้ติดเชื้อ 500 ล้านคนหรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก ณ ขณะนั้นหรือ 1,500 ล้านคน เสียชีวิตไป 50-100 ล้านคนทั่วโลกครับ ตอนนั้นเค้าเรียกว่า Spanish Flu หรือไข้หวัดสเปนเพราะเริ่มที่ประเทศสเปนครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/1918_flu_pandemic

เพราะผลจากการรับวัคซีนก็ยิ่งจะทำให้เกิดการระบาดไม่หยุดนั่นเอง เพราะมีทั้งติด ทั้งแสดงและไม่แสดงอาการ และบางส่วนที่เป็นพาหะ แล้วที่สำคัญถ้ามีการตรวจพบว่าเป็น H5N1 หรือ Avian Flu หรือไข้หวัดนก ต้องเปลี่ยนแผนรับมือทันทีประมาทไม่ได้เลย เพราะอัตราการตายสูงกว่าหลายสิบเท่าครับ


6.โดยเฉพาะในสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศษ ซึ่งอาจจะรวม แคนาดา และ แม็กซิโก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐและอังกฤษจะเกิดการกดขี่ ข่มเหง บังคับให้ฉีดวัคซีน และจะนำไปสู่การสังหารหมู่ หรือ "Mass Genocide" คนอเมริกัน หลายล้านคนดังที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปในช่วงสงครามโลกครั้งที่  1 และ 2 ครับ จะมี Riot หรือการประท้วง Civil War หรือสงครามกลางเมือง และการต่อต้านรัฐบาลอย่างหนักมากๆ ครับ ทั้งในการบริหารประเทศเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ การว่างงานและการฉีดวัคซีน



7. อัตราการว่างงานในสหรัฐคงจะลดลงลำบาก ยิ่ง Commercial Real Estate Lender  หรือผู้ให้กู้อย่าง Capmark ซึ่งถือว่าใหญที่สุดในวงการล้มลงไป อาจจะทำให้สภาพคล่องของระบบตรงนี้แย่ลงอีกครับ การว่างงานในภาคนี้จะเพิ่มขึ้น มีแต่จะตกงานเพิ่มครับ แต่จะมีขยายตัวของรัฐบาลเองเพราะการเข้าไปอุ้มหรือยึดกิจการในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐ เช่นภาคการเงินการธนาคาร อุตสาหกรรมรถยนต์ การสร้างงานจะเกิดขึ้นโดยรัฐและเป็นของรัฐบาลเอง คือแรงงานโดยส่วนใหญ่จะทำงานให้รัฐบาลครับ



8.ภาคการเงินการธนาคาร จะถูกบีบให้ล้มและมีการควบรวมกิจการของธนาคาจำนวนมหาศาลและจะเริ่มรุนแรงและรวดเร็วขึ้นในปี 2010 (เพราะเรื่อง Mark to Maket ต้นปี 2010) โดยสุดท้ายจะมีธนาคารในระบบเหลือไม่ถึง 10 แห่งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และทั้งหมดจะกลายเป็นธนาคารขนาดยักษ์ใหญ่ของโลก หนึ่งในนั้นแน่นอนก็คือ Goldman Suck, JP Morgan ก็คือพวกเค้าเองครับ หรือกลุ่มผู้ถือหุ้น Fed หรือ Federal Reserve นั่นเอง 

9.การเข้าไปประมูลพันธบัตรของ Fed  หรือ Quantitative Easing หรือ Debt Monetization หรือการปั๊มเงินจะไปได้ถึงจุดนึงเท่านั้น 

  
10. "การจัดตั้งรัฐบาลโลก" จะเริ่มจากการเซ็นสนธิสัญญาโคเป็นเฮเก้น หรือ "โรคร้อน" นั่นเอง ปลายปีนี้ครับ ไปดูกันครับว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าผ่านครับ แล้วกลุ่ม NWO เค้าจะบีบแล้วตีกรอบประเทศต่างๆ ไปเรื่อยๆ ในทิศทางที่เค้าต้องการ 


11.ในสหรัฐจะเริ่มมี Gun Control หรือการควบคุมและยึดอาวุธปืนต่างๆ จากภาคประชาชน แต่เท่าที่เค้าพยายามทำในปัจจุบันคือปล่อยให้ซื้อให้เต็มที่ครับ เพราะพวกกลุ่ม NWO เป็นผู้ผลิตและขายนั่นเอง ซึ่งการผลิตอาวุธของพวกเค้าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากรัสเซียเท่านั้นครับ แต่จะลดปริมาณและไม่ค่อยมีกระสุนขายให้เท่านั้นเองครับ  คือให้ซื้อปืนไปแต่จำกัดปริมาณกระสุนครับ 


12.จัดการกับอินเตอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่ต่อต้าน NWO หรือการจัดระเบียบโลกครับ โดยเฉพาะจะมีอินเตอร์เนต 2.0 หรือ "INTERNET II" ก็คืออินเตอร์เนตแต่มีการควบคุมและเซนเซอร์สัญญาณต่างๆ ได้อย่างเต็มที่โดยภาครัฐโดยอ้างเรื่องการก่อการร้ายและความมั่นคงจะเข้ามาครับ 
**** ลองศึกษาเรื่องนี้ครับเพราะเค้าไปกันไกลแล้ว ไม่แน่ใจว่าเข้ามาในเมืองไทยหรือยังครับ เหมือนเดิม GG, YT : Internet 2, Internet 2.0  ในสหรัฐเค้าประท้วงเรื่องนี้กันไปมากแล้ว เพราะเป็นการจำกัดสิทธิเรื่องการรับรู้ข่าวสารของภาคประชาชนครับ เถ้าเค้าทำสำเร็จ พวกนักต่อสู้คงชนะยากครับ เพราะช่องทางในการสื่อสารเพื่อต่อต้านแทบไม่มีเลย


13.สงครามจะเริ่มขึ้นในตะวันออกกลางแล้วจะต่อยอดไปเป็นสงครามใหญ่ต่อมา ถ้าอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้ดูหนังสงครามทุกเรื่องที่ฮอลลีวูดสร้างออกมาครับ นั่นคือสิ่งที่เค้าจะทำในสงครามในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมบอกได้เลยครับ Theme หนังต่อจากนี้ไปของฮอลลีวูดที่จะออกมาคือ สงคราม นาซีเยอรมัน การทำลายล้างการสิ้นสุด เชื้อโรคและโรคระบาด (อันนี้เยอะแล้ว) โลกใหม่ การตั้งอาณานิคมในอวกาศ ประมาณนี้ครับ

 

นี่เป็นกรอบเวลาคร่าวๆ ที่ผมรวบรวมได้ แต่เค้าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนหรือเลือกเล่นไพ่ใบไหนขึ้นมาก่อนได้ทั้งหมด ทุกอย่างที่กลุ่ม NWO เค้าจะทำเค้าจะบอกก่อนครับ ว่าเค้าจะทำอะไร แต่จะไม่บอกตรงๆ เค้าจะซ่อนไว้ตามหนังดังๆ เรื่องต่างๆ ของฮอลลีวูดที่ออกมาฉาย เพลงและมิวสิควีดีโอค่ายของค่าย Viacom ครับ ให้สังเกตุที่โลโก้หรือตราสัญลักษณ์ต่างๆ เอาครับ 

โดยสรุปก็คือ อีก 2-3 ปีข้างหน้า สหรัฐอเมริกาจะไม่เป็นอย่างที่คุณเห็นในวันนี้ แล้วเค้าคงจะขมวดปมทุกอย่างแล้ว End Game ในวันที่ 21/12/2012 อย่างที่เค้าวางกันไว้ครับ ถ้าสงสัยลองมองกลับไปในปี 2007 ก่อนที่ฟองสบู่อสังหา Sub Prime จะแตก แล้วลองเปรียบเทียบกันดูกับตอนนี้ครับ  เกือบทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วและกำลังพัฒนาไปในทิศทางนี้ครับ

ปริศนาของอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูง 1 ( Microwave Weapon Myth??? )


สำหรับสหรัฐ หนึ่งในอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงคืออาวุธไมโครเวฟครับ  คือการใช้เครื่องยิงคลื่นไมโครเวฟความเข้มข้นสูงไปทำลายล้างข้าศึก เป็นอาวุธไฮเทคอันดับต้นๆ ที่คาดกันว่าสหรัฐอเมริกามีอยู่ในมือตอนนี้ครับ ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น มองไม่เห็น ยิงได้ในระยะไกล คลื่นไมโครเวฟ จะไปทำลายผิวหนังหรือส่วนของร่างกายให้เกิดความร้อนสูงแบบฉับพลันทันที จนสุก ใหม้และเสียชีวิตในที่สุด

วีดีโอนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสงครามอิรัคครั้งที่ผ่านมา มีความสงสัยและพยายามหาคำตอบว่าอาวุธชนิดใดเป็นเหตุของการเสียชีวิตของทหารและพลเรือนส่วนหนึ่ง ซึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธในระยะไกล ไม่มีรอยกระสุนหรือการกระแทกใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะศพของทหารเหล่านั้นมีการเผาไหม้เป็นส่วนๆ เช่นใบหน้าและฟัน แต่ส่วนอื่นของร่างกายเป็นปกติทุกอย่างครับ 

สารคดีชุดนี้ถูกเก็บหลักฐานจากสนามรบในอิรัค แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญทางอาวุธของประเทศต่างๆ ในตะวันตก เพื่อสืบหาว่าเป็นอาวุธชนิดใดกันแน่ เพราะไม่เคยมีการนำมาใช้ในสงครามครั้งใดมาก่อนเลยครับ 

Is The U.S. using new experimental "Tactical High Energy Laser" weapons in Iraq?
According to official Pentagon sources, military vehicles equipped with this laser device have been used in Afghanistan to explode mines. According to two reliable military information sites Defense Tech and Defense Industry Daily - at least three such vehicles are being used in Iraq as well and some people report having seen them.
Star Wars in Iraq report by Maurizio Torrealta and Sigfrido Ranucci.

A nightmarish US super weapon reportedly was employed by American ground forces during chaotic street fighting in Baghdad. The secret tank-mounted weapon was witnessed in all its frightening power by Majid al-Ghazali, a seasoned Iraqi infantryman who described the device and its gruesome effects as unlike anything he had ever encountered in his lengthy military service. The disturbing revelation is yet another piece of cinematic evidence brought back from postwar Iraq by intrepid filmmaker Patrick Dillon.

In the film, al-Ghazali, whose english is less than fluent, describes the weapon as reminiscent of a flame thrower, only immensely more powerful. It is unclear what principle the weapon is based on. Searching for a description, al-Ghazali said it appeared to be shooting concentrated lightning bolts rather than just ordinary flames. Drawing on his many years as a professional engineer, al-Ghazali speculates that radiation of some kind probably figures into the weapon's hideous capabilities. Like all men in Saddam's Iraq, al-Ghazali was compelled to serve in the Iraqi equivalent of the Army National Guard and fought in three wars over the past thirty-odd years. Via email, he told me he has seen virtually every type of conventional weapon employed in battle, and is well acquainted with their effects on people and machines, but nothing in his extensive combat experience prepared him for the shock of what he saw in Baghdad on April 12th.

On that date, al-Ghazali and his family sheltered in their house as a fierce street battle erupted in his neighborhood. In the midst of the fighting, he noticed that the Americans had called up an oddly configured tank. Then to his amazement the tank suddenly let loose a blinding stream of what seemed like fire and lightning, engulfing a large passenger bus and three automobiles. Within seconds the bus had become semi-molten, sagging "like a wet rag" as he put it. He said the bus rapidly melted under this withering blast, shrinking until it was a twisted blob about the dimensions of a VW bug. As if that were not bizarre enough, al-Ghazali explicitly describes seeing numerous human bodies shriveled to the size of newborn babies. By the time local street fighting ended that day, he estimates between 500 and 600 soldiers and civilians had been cooked alive as a result of the mysterious tank-mounted device.

In a city littered everywhere with burned-out civilian and military vehicles, US forces were abnormally scrupulous about immediately detailing bulldozers and shovel crews to the job of burying the grim wreckage. Nevertheless, telltale remnants remained as Dillon found when al-Ghazali later took him to the site. Dillon said they easily uncovered large puddles of resolidified metal and mounds of weird fibrous material that, al-Ghazali explained, were all that remained of the vehicles' tires. Dillon, who accumulated plenty of battlefield experience as a medic in Viet-Nam, and has since covered a number of wars from Somalia to Kosovo, told me that he has witnessed every kind of conventional ordnance that can be used on humans and vehicles. " I've seen a freaking smorgasbord of destruction in my life," he said, "flame-throwers, napalm, white phosphorous, thermite, you name it. I know of nothing short of an H-bomb that conceivably might cause a bus to instantly liquefy or that can flash broil a human body down to the size of an infant. God pity humanity if that thing is a preview of what's in store for the 21st century."

For Majid al-Ghazali, images of the terrifying weapon and its victims haunt his every day. In addition to his work as an engineer, he is also a highly accomplished classical violinist, occupying the first chair in the Baghdad Symphony. He is widely acknowledged as one of the preeminent violinists in the Middle East. Besides his family, one of his greatest joys is teaching at Baghdad's premier music conservatory. Unfortunately, the conservatory was utterly destroyed. Yet somehow, despite the war's horrors and its seemingly endless privations, he manages to maintain a remarkably hopeful outlook. He recently informed me that the Baghdad Symphony continues to exist and has been invited to perform in the United States in December. 

ในวีดีโอนี้มีภาพความรุนแรงและความโหดร้ายของสงคราม 
ขอให้ใช้วิจารณญาณในการชม คงจะไม่เหมาะที่จะให้เด็กชมด้วยครับ 

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

H1N1 ( ไข้หวัด 2009 ).......Update

เมื่อวานนี้วันพฤหัส(ตามเวลาสหรัฐ) รัฐนิวยอร์คประกาศยกระดับ National Emergency หรือการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของโอบาม่า ขึ้นเป็น State of Emergency หรือประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งรัฐเฉพาะรัฐนิวยอร์คครับ แรงขึ้นทุกที ซึ่งความรุนแรงของประกาศฉบับนี้เปรียบได้กับครั้งที่พายุเฮอริเคนแคทลีน่าซัดนิวออลีนนั่นเอง ไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอครับ??? State of Emergency จะไป trigger หรือ ไปเปิดช่องให้กองกำลังพิเศษต่างๆ เช่น FEMA, DHS และอื่นๆ รวมทั้งทหารเข้ามาเกี่ยวข้องครับ อีกไม่นานคงจะเริ่มปิดถนน ปิดสะพาน เพราะมีประกาศเรื่องการควบคุมการจราจรแบบแปลกๆ ออกมาแล้วครับ ตามลิ๊งค์ด้านล่าง

ที่สำคัญ ตลาดหุ้นวอลสตรีทอยู่ที่นั่นและหัวใจของภาคการเงินการธนาคารก็อยู่ที่นั่นทั้งหมด คำถามคือ

1.ทำไมไม่รอไปประกาศในวันศุกร์เย็น เพราะจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น เหมือนการเลือกประกาศในเหตุการณ์อื่นๆ
2.ตัวเลขการระบาดของรัฐอื่นๆ ยังคงสูงกว่านิวยอร์ค โดยเฉพาะรัฐทางตอนใต้ ซึ่งมีทั้งการปิดโรงเรียน และมหาวิทยาลัยครับ แต่ไม่ประกาศ ทำไมต้องเป็นนิวยอร์ค???

น่าคิดครับว่ามีการปล่อยของและอยากให้อะไรเกิดขึ้นหรือไม่??? จำได้ไม๊ครับ 11, 1, 11 (คือวันพฤหัสที่ 29/10/2009 หรือ 2+9, 1 และ 2+9) การใช้ทำให้อดคิดไม่ได้จริงๆ รอดูคืนนี้ครับคือเปิดตลาดหุ้นเช้าวันศุกร์ (ตามเวลาสหรัฐ) ว่าจะออกมายังไง เป็นปัจจัยซ้ำเศรษฐกิจเข้าไปอีก และอีกซักพัก เหตุการณ์ต่อๆ ไปก็จะเดินไปตามที่เขียนไว้ใน 5 โพสต์นั่นเลยครับ
 

Paterson declares swine flu emergency in NY
October 29, 2009 Associated Press

Gov. David Paterson declared a state of emergency, saying a recent rise in swine flu cases has created a “disaster” and that certain provisions of state law needed to be set aside to get people vaccinated as quickly as possible.
The executive order Thursday means that far more health care professionals — including dentists, dental hygienists, podiatrists, pharmacists, midwives and physicians...

http://www.newsday.com/news/new-york/paterson-declares-swine-flu-emergency-in-ny-1.1557020
http://www.nyc.gov/html/dot/html/motorist/weektraf.shtml
http://www.youtube.com/watch?v=A5WfP-iWAKw 

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 08.09 น. ครับ.......

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เรื่องที่ไม่อยากเขียน ( แต่ต้องเขียน ) 5/5 Final


ถ้ารับวัคซีนไปแล้วเกิดความเสียหาย อย่าหวังว่าใครจะช่วยคุณได้ครับ และการฉีดครั้งนี้ต้องมีการเซ็นยินยอมโดยตัวคุณเอง  และจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลหรือบริษัทยาที่เป็นผู้ผลิตวัคซีนใดๆ ทั้งสิ้นครับ  รัฐบาลบุชและโอบาม่ายังอุตส่าห์ออกกฏหมายต่างๆ มาป้องกันการเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อปกป้องรัฐบาล และ "บริษัทยาของพวกเค้าเอง" อีกด้วย เพราะเค้ามีประสบการณ์การโดนฟ้องร้องเมื่อปี 1978 และมีคดีความค้างอยู่ถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐครับ วีดีโอโดนาง Barbara Loe Fisher ประธานศูนย์ข้อมูลวัคซีนแห่งชาติครับ






ถ้าคุณอยู่ในสหรัฐและกำลังมีบุตรหลานกำลังอยู่ในวัยเรียน ต้องระวังการจับฉีดวัคซีนในเด็กโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาติจากผู้ปกครองครับ คุณจะต้องไปหาครูที่ปรึกษาหรือครูใหญ่แล้วบอกเค้าเรื่องนี้ไปเลย ว่าไม่มีความประสงค์จะรับวัคซีน Swine Flu หรือแม้แต่ Seasonal Flu ครับ เพราะตามโปรแกรมเค้าจะเริ่มฉีดในเดือนตุลานี้ครับ แต่มีการล่าช้าในการนำส่งวัคซีน ตรวจสอบเรื่องนี้ดูครับ วีดีโอโดนาง Barbara Loe Fisher ประธานศูนย์ข้อมูลวัคซีนแห่งชาติครับ




กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับไข้หวัด 2009 และการฉีดวัคซีนในสหรัฐ วีดีโอโดนาง Barbara Loe Fisher ประธานศูนย์ข้อมูลวัคซีนแห่งชาติครับ




ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตามปรกติของเราสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสหวัด 2009 ได้อยู่แล้ว และระบบภูมิคุ้มกันถูกควบคุมโดยปริมาณวิต D ในร่างกายซึ่งได้มาจากแสงแดด ตามธรรมชาติ การออกกำลังกายโดยได้รับแดดยามเช้าเพียง 1 ชั่วโมง ร่างกายสามารถสร้างวิต D โดยผ่านทางผิวหนังได้ถึง 1000 หน่วยต่อวันครับ และในกรณีที่ร่างกายเราอ่อนแอจากสาเหตุต่างๆ เช่นการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ปริมาณวิต D เราต่ำลงก็จะเป็นการเปิดช่องให้ไวรัสหวัดเข้าโจมตีได้ 


เรามาดูมุมมองของแพทย์หลายๆ คนพูดถึงสรรพคุณของวิต D ในการป้องกันและฆ่าเชื้อหวัด 2009 ครับ และยังเสริมในเรื่องของการนำวิตามิน D3 ที่เราหาซื้อได้ตามร้ายขายยาทั่วไป มาใช้ในกรณีร่างกายอยู่ในสภาวะวิต D ต่ำ และเสริมได้ด้วย D3 ครับ ใช้ทั้งในกรณีเพื่อป้องกัน หรือติดและมาอาการของไข้หวัด 2009 แล้วก็ตาม









คำถามที่ถูกถามบ่อย มีคำตอบรออยู่แล้วครับ โดย นาง Barbara Loe Fisher ประธานศูนย์ข้อมูลวัคซีนแห่งชาติครับ









ในทุกวีดีโอ คุณสามารถดับเบิ้ลคลิกที่จอเพื่อจะเปิดเข้าไปดูใน Youtube แล้วไปที่ด้านขวาของจอ คลิก More Info เพื่อเรียกดูข้อมูลสนับสนุนต่างๆ ทั้งหมด ทั้งงานวิจัย ผลการทดลอง และลิ๊งข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อศึกษาต่อยอดหรือขยายผลเพิ่มเติมได้ในวีดีโอทุกชุดครับ

เรื่องที่ไม่อยากเขียน ( แต่ต้องเขียน ) 4/5

การบังคังฉีดวัคซีน Swine Flu จะทำพร้อมกันทั้งที่สหรัฐและอังกฤษครับ ส่วนแคนาดาและแม๊กซิโกเป็นส่วนหนึ่งของแผนแต่ผมไม่กล้ายืนยัน 2 ประเทศหลังครับ เรามองกันว่าทั้งอังกฤษและอเมริกาคือคนละประเทศ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ เป็นเหมือนแขนซ้ายขวาขององค์กรนี้ครับ  ผมแปลกใจครับว่าทำไมโอบาม่าชิงประกาศภาวะฉุกเฉินก่อน เพราะอังกฤษยังไม่เคลื่อนไหวมากเรื่องนี้ 

ได้ยินมาบ้างครับและตามความเคลื่อนไหวเค้าตลอด แต่ก็เพราะข่าวออกมาน้อยหรือมาไม่ค่อยถึงนั่นเอง หรือเค้าจะปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่ อาจจะเป็นได้ว่ามีจำนวนผู้ที่ไม่ยอมไปรับวัคซีนสูงถึง 62% มันเลยทำให้ทุกอย่างไม่เข้าเป้าครับ เพราะคนอเมริกันน่าจะจัดการได้ง่ายกว่านี้มาก เพราะทั้งสื่อและอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือเค้าแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดครับ นี่อาจจะเป็นสาเหตุของการชิงประกาศฉุกเฉินออกมา


เพื่อสร้างและขายความกลัวครับ เพื่อที่จะ "เร่งให้ไปฉีดกัน" เพราะฉะนั้นถ้ามุขนี้เอามาใช้ที่นี่ ก็ให้รู้ทันไว้เลยนะครับ ไม่ต้องไปเต้นตาม เพราะวัคซีนเราก็คงออกมาเร็วๆ นี้ สูตรทั้งหมดก็มาจากพวกเค้าครับ ลองกับหนูก็เกิดฝีที่ปอดไปเรียบร้อย ซึ่งเป็นตัวทำให้ปอดล่มครับ นักวิทยาศาสตร์ของเราบอกว่าไม่ใช่เพราะวัคซีน แต่ผลมันไปตรงกับแล๊บที่ผมตามดูเค้าอยู่ เค้ารู้ตรงนี้หรือไม่ว่าผลมันตรงกับต่างประเทศตรงหนูเกิดฝีที่ปอดนี่แหละครับ ก็เลยคิดว่าเค้าอาจจะไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบหรือเปล่า สรุปว่าใครอยากลอง เอาไปก่อนเลยครับ ไม่ไปแย่งแน่นอน 


ถ้าถามว่าสหรัฐเค้าจะประกาศหรือไม่ และเมื่อไหร่ คำตอบคือต้องประกาศแน่นอนครับ เมื่อการระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงจุดหนึ่ง ตอนนี้ในสหรัฐเป็นฤดูไม้ร่วง หรือ Fall หรือ Autumn ไปเข้าฤดูหนาวหรือ Winter ก็ 21 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 20 มีนาคม ก็คืออีกเกือบ 5 เดือนเต็มครับที่จะหนาวจัดและแสงแดดน้อย หรือแทบไม่มีในช่วงวินเทอร์ ตอนนี้ก็ติดกันไปขนาดนี้แล้ว ประกาศฉุกเฉินไปแล้วด้วย


ผมไม่กล้าตอบเวลาที่แน่นอนครับ ผมรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ไหวถ้าไปบอกว่าตอนนั้น ตอนนี้ ผมถึงไม่อยู่รอไงครับ คือเค้าสามารถประกาศได้ทุกเมื่อครับ เพราะทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว อย่างที่โพสต์ไปทั้งหมดนั่นแหละครับ เพราะยังไม่ถึงจุดที่จะประกาศฉุกเฉินยังทำเลย น่าคิดครับ เพราะฉะนั้นเหมือนเดิมครับ


"อ่านเรื่องนี้แล้วทำความเข้าใจนะครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรึกตรอง จะเชื่อหรือหรือไม่  ไม่ใช่ประเด็นครับ ผมมีหน้าที่มาเตือนเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น การตัดสินใจอะไร หรือเมื่อไหร่ให้เป็นเรื่องของคุณ และเหตุผลของตัวคุณเองครับ"


ผมมีวีดีโอครับเป็นของ ผู้รู้  แพทย์ พยาบาล องค์กร และเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง มาพูดเรื่องหวัด 2009 อย่างละเอียดทั้งป้องกัน แก้ไขและแนวทางการรักษา วิตามินดี (D3) ที่จะเป็นพระเอกของเรื่องนี้ อาหารการกิน คำถามคำตอบอย่างละเอียดครับ ผมจะโพสต์วีดีโอและลิ๊งค์ไว้ให้มากที่สุดครับ

David Ike ลึกๆ ว่ากันว่าเค้าเป็นอีลูมินาติที่กลับใจ และเป็นผู้ที่ติดตามเรื่อง NWO หรือ New World Order และรู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากคนนึง ได้ออกมาพูดเรื่องไข้หวัด 2009 เค้าเน้นตลอดครับว่า "Don't have the vaccine"




ไข้หวัด 2009 สร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาต์จากห้องแล๊บของสหรัฐเอง และมีหลักฐานเป็นเอกสารของ FBI เป็นตัวยืนยันครับ 




เค้าหากินและทำกำไรจากไข้หวัด 2009 กันอย่างไร




แพทย์และพยาบาลออกมาพูดถึงอันตรายของวัคซีนครับ และเจ้าวัคซีนนี้จะฆ่าคนไม่ต่ำกว่า 60,000 คนในฝรั่งเศษครับ





ใครที่ใหม่สำหรับบล๊อกนี้และไม่รู้ว่า NWO (New World Order) หรือการจัดระเบียบโลกใหม่ คืออะไร เข้าไปที่นี่เลยครับ 
http://www.goldhips.com/board/viewtopic.php?t=1753&postdays=0&postorder=asc&start=135
อันนี้เป็นวีดีโอสรุปเรื่อง NWO

http://www.youtube.com/watch?v=G9psap4l-Yc&feature=related

ติดตามตอนต่อไปครับ.......

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 08.09 น. ครับ.......

เรื่องที่ไม่อยากเขียน ( แต่ต้องเขียน ) 3/5

เรามาว่ากันต่อเรื่อง Time Line ครับ  แต่ก่อนอื่นเรามาดูเนื้อหาของกฏอัยการศึก HR8791 ฉบับนี้ว่าเมื่อเค้าประกาศแล้ว เค้าให้อำนาจประธานาธิบดีและทหารทำอะไรได้บ้าง แล้วเรามาดูบรรยากาศการผ่านกฏหมายฉบับนี้ครับ เป็นกฏหมายที่ดำมืดฉบับหนึ่งของสหรัฐก็ว่าได้ แม้แต่ระหว่างการประชุมลงมติกฎหมายฉบับนี้ยังต้องใช้คำว่า " Classified " หรือเป็นความลับกว่า 20 คำครับ คือแทบจะมีการเปิดเผยเนื้อหาต่อสาธารณะเลยครับ??? ทำไมครับ??? 

นี่คือบรรยากาศในสภาคองเกรสในขณะที่กำลังเสนอให้ลงมติ ใน HR8791 หรือกฏอัยการศึกซึ่งเสนอโดยพรรคริพับลิกันในขณะนั้น และเสนอญัตติให้ลงคะแนนเสียงโดย นายจอห์น แฮลเลอร์ สส.จากพรรครีพับลิกัน จากรัฐเพนซิลวาเนียครับ 







สรุปเนื้อหาของกฏอัยการศึกก็คือ เค้าเตรียมพร้อมรับการล้มละลายของรัฐบาลกลางที่กำลังจะมาถึง การก่อวินาศกรรมและภัยพิบัติต่างๆ ทั้งยังให้อำนาจสิทธิขาดกับหน่วยงาน FEMA, DHS & Nortcom ในการเข้าควบคุมสถานการณ์ครับ แล้วให้จัดเตรียมที่หลบภัยฉุกเฉินไว้สำหรับ ประธานาธบดี คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาครองเกรสทั้งหมด เพราะเค้าคาดว่าประชาชนจะลุกฮือ เข้ามารุมทำร้ายนักการเมืองในสภาด้วยความโกรธแค้นครับ รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินต่างๆ เช่น งบประมาณฉุกเฉินสำหรับการเดินทาง ยานพาหนะ และเชื้อเพลิงต่างๆ


มีการพูดถึงการจัดการกับศพผู้เสียชีวิต การทำลายศพ และเรื่องวิธีปฏิบัติกับศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเช่นการก่อวินาศกรรม ระบาดของไข้หวัด และเหตุไม่คาดฝันต่างๆ 

วีดีโอต่อเป็นนี้เป็นทหารหญิงคนนึงที่จะคอยเอาเรื่องราวคำสั่งการเตรียม พร้อมต่างๆ ซึ่งเป็นความลับทางทหารมาเปิดเผยครับ ที่เค้าทำเพราะเค้าเค้ารับไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ เค้ามาเล่าถึงขั้นตอนทั้งหมดที่ถูกวางไว้ การฝึกที่ผ่านมา ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างหลังจากการประกาศ  " Martial Law " หรือกฏอัยการศึกแล้ว




สรุปได้ว่าหลังจากที่โอบาม่าประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติในเรื่อง ไข้หวัด 2009 ไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรอการประกาศ " กฏอัยการศึกเรื่องไข้หวัด 2009 " แล้วจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นครับ 

1.จะมีการบังคับฉีดวัคซีน Swine Flu โดยจะเริ่มที่ เด็ก และหญิงมีครรภ์ คนสูงอายุ และคนปกติตามลำดับ (เค้าผ่านกฏหมายฉบับนี้แล้วใน Lower State 40 กว่ารัฐ)

2.ถ้าใครที่ "ไม่รู้ทัน" พอที่จะไปรับวัคซีนแล้ว เค้าจะให้สวม Bracelet หรือสายรัดข้อมือที่เป็นเหล็กและมีไมโครชิพฝังอยู่ซึ่งจะเก็บข้อมูลส่วนตัว ของคนๆ นั้นทั้งหมด

3.Martial Law จะทำการ bypass หรือระงับใช้รัฐธรรมนูญทั้งหมด คือลืมไปเลยเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เค้าจะตั้งจุดตรวจของเค้าเรียกว่า Check Point ตามแยกต่างๆ ที่สำคัญทั่วทุกเมืองของอเมริกา โดยหน่วยงานของ CDC และตำรวจท้องถิ่น*** ถ้าไม่มีสายรัดข้อมือนี้จะเดินทางไม่ได้ในอเมริกาทั้งหมดครับ

4.เมื่อมาถึงจุดตรวจเค้าจะขอดูที่ข้อมือก่อน ถ้าใครไม่มีคือไม่ได้รับวัคซีน เค้าจะมีให้เลือก 2 ทาง คือรับวัคซีนเดี๋ยวนั้นเลย แล้วได้สายรัดข้อมือไป (แล้วค่อยๆ ล้มป่วยและตายในที่สุด) อีกทางเลือกนึงคือต้องขึ้นรถบัสไปเข้าค่ายกักกันเชื้อโรค หรือ FEMA CAMP  800 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วทุกเมืองใหญ่ในอเมริกาตอนนี้ ในค่ายนั้นมีอะไรหรือเป็นยังไง ก็ให้ไปดูที่พวกนาซีเยอรมันเคยทำ "ไม่ต่างกัน" ใครที่เคยเห็นวีดีโอแล้ว นั่นแหละที่เค้าเตรียมทั้งหมดก็เพื่อการนี้


5.จากข้อ 4 ใครที่เข้าเมืองหรืออยู่อย่างผิดกฏหมาย ไม่มี ID  หรือเอกสารแสดงตัวตนของคุณเอง เค้าคงเอาเข้า FEMA CAMP หรือค่ายกักกันเลย ไม่ต้องคุย ไม่ต้องหาทนาย หรือต่อรองอะไร เพราะคุณไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว หรือแม้แต่จะยืนอยู่ตรงนั้น ณ เวลานั้น

6.ส่วนใครที่คิดว่าจะหลบได้ตลอดก็ต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว ห้ามเดินทาง เค้ามีสิทธิ์ที่จะบุกรุกเข้าไปในบ้านของคุณโดยที่ไม่ต้องมี Search Warrant หรือ หมายค้นใดๆ และอย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าเค้าประกาศ Martial Law อำนาจอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เค้าจะเป็นคนต้ดสินสถานภาพของคุณ คุณไม่มีสิทธ์เลือก เพราะคุณ "ฝ่าฝืนกฏหมายโดยการไม่รับวัคซีนและซ่อนตัว" 


ข้อมูลจากการเปิดเผยของทหารหญิงรายนี้ ก่อนจะมีการบังคับใช้กฏอัยการศึก จะมีคำสั่งไปยังหน่วยทหารต่างๆ ให้เตรียมเข้ายึดพื้นที่ หรือเมืองที่คุณอยู่ เป็นเวลาล่วงหน้า 24 ชม. เท่านั้นครับ พูดง่ายๆ เมื่อว่ามีคำสั่งให้ "ลงมือ" ก็คือคุณมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงก่อนที่ระบบทุกอย่างจะถูกล๊อคครับ ทั้งสาธารณูประโภคเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ การจราจร การสื่อสารโทรคมนาคมรวมทั้งสนามบิน แม้แต่อินเตอร์เนตก็ตาม เพราะฉะนั้นอาจจะมีวันนึงครับที่อินเตอร์เนตในประเทศสหรัฐจะ Down หรือหยุดการให้บริการทั้งหมดครับ ขอให้เป็นที่รู้กันนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว



สรุปก็คือคุณมี 24 ชั่วโมงครับ หลังจากที่มีคำสั่งลงไปที่กองกำลังทหาร ผมเชื่อว่าทหารหญิงคนนี้ และจะมีเจ้าหน้าที่ผู้หวังดีทั้งทหารและตำรวจอีกหลายๆ คนคงจะเจ้ามาโพสต์เตือนไว้ทั้ง  Youtube และสื่ออินเตอร์เนตนี่ครับ เพราะแทบจะเป็นช่องทางเดียวที่เป็นอิสระจากรัฐบาลพอที่จะสื่อสารกันได้  แต่ผมแนะนำว่าถ้าคุณมีทหารหรือตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ให้ใช้จากตรงนั้นดีกว่า จะเร็วกว่าครับ เพราะตรงนี้ต้องผ่านกันไปมา เวลามีน้อยครับ  แค่ 24 เองครับ "ผมคงทำได้ดีที่สุดเท่านี้" ในการแจ้งเตือนทุกคนที่ยังอยู่ในอเมริกาครับ 

ติดตามตอนต่อไปครับ....... 

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 08.09 น. ครับ.......

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เรื่องที่ไม่อยากเขียน ( แต่ต้องเขียน ) 2/5

นั่นเป็น Time Line และการเริ่มต้นของเหตุการณในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาครับ ตั้งแต่โพสต์นี้จะว่ากันตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2012 ครับ ตอนนี้โอบาม่าประกาศภาวะฉุกเฉินเรื่องไข้หวัด 2009 มันคืออะไรครับ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นต่อ มีผลทางกฏหมายอย่างไรบ้าง ถ้าคุณตอบว่า "รู้" ยังอยู่ในสหรัฐต่อไปได้ครับแต่ต้องหูตาไวแล้ว ถ้า "พอรู้บ้าง" ก็เตรียมพร้อมมากหน่อยครับ ถึงเวลาค่อยกลับ ถ้า "ไม่รู้อะไรเลย" หรือ "ไม่อยากรู้" หรือเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นหรืออยู่ในความฝันต่อเถอะครับ ถ้ากลับทันก็ทัน ไม่ทันก็ขอให้โชคดีครับ

ก่อนที่โอบาม่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เกิดอะไรขึ้นครับ 3 ประธานาธิบดีคนก่อนไม่รวมโอบาม่า เค้าออกกฏหมายต่างๆในเรื่องนี้ไว้ เป็นพันๆ ฉบับ ตั้งแต่สมัยบู๊ชผู้พ่อครับ แต่มาหนักๆ ในสมัยตัวลูกนี่เอง รวมทั้งการตั้งหน่วยงานต่างๆ หลังเหตุการณ์ 911 และเฮอริเคนแคทลีน่าที่นิว ออรีนครับ ทั้งที่เหตุการณ์ 911 เค้าก็ทำกันเอง แต่ทำไมขยายผลขนาดนั้น บุกอิรัค ได้น้ำมัน สร้าง Military Complex หรือฐานที่มั่นทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก อ้างสงครามก่อการร้ายตามหาบิน ลาเด็น "คนเดียว" ใช้เงินไปเท่าไหร่ครับ แล้ววันนี้เผยใต๋อีแล้ว จะเล่นอิหร่านต่อแล้วครับ แล้วต่อไปล่ะซีเรีย แล้วต่อด้วยใครครับ โดยมีอิสราเอลเป็นตัวเดินเกมส์ ใครตั้งรัฐอิสราเอลครับ ก็เค้านี่แหละครับด้วยมือของ UN  ก็ของเค้าอีก

แคทลีน่าก็ HAARP ครับ ก็ทำเองอีก มีหลักฐานไม๊ มีครับ หนังฮอลลีวูดครับ เค้าบอกไว้ก่อนนานแล้ว ทุกอย่างอยู่ในหนังที่เค้าสร้างออกมาบอกก่อนหน้าหลายปีครับ เรื่องที่ชัดเจนที่สุดคือ "Oil Storm" ก่อนหน้าเฮอริเคนแคทลีน่าเข้าได้ 2 เดือนมั๊งครับ ทุกอย่างในหนังเกิดขึ้นจริงทั้งหมด แล้วเมือง New Orlean ทั้งเมืองก็อยู่ในจุดศูนย์กลางของพายุจริงๆ ครับ 




หลังจากนั้นเค้าก็ขยายผลตั้งหน่วยกองกำลังต่างๆ ขี้นมาอีก แล้วมีอำนาจสูงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกว่าทหารและตำรวจอีกครับ เพราะอ้างเรื่องความฉุกเฉิน หรือ Emergency  เป็นหลัก ฟังแล้วมันก็มีเหตุผลครับ แต่มันคือปลายเหตุ ต้นเหตุคือเค้าสร้างสถานการณ์ให้คุณปฏิเสธไม่ได้ แล้วต้องทำ ต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกอย่างถูก Set Up หรือ จัดฉากขึ้นมาทั้งหมดครับ หน่วยงานที่เห็นชัดเจนและมีอำนาจล้นฟ้า ทั้งยังขึ้นตรงกับ 2 หน่วยงานเท่านั้นคือประธานาธบดี และ สภาความมั่นคงแห่งชาติเท่านั้น

1.FEMA ( Federal Emergency Management Agent )  เป็นหน่วยงานกองกำลังอิสระที่เข้าควบคุม สั่งการทั้งตำรวจและทหารได้ทันทีมีสถานการณ์ฉุกเฉินครับ ประมาณว่าเข้าคุมได้ทั้งเมืองด้วยอำนาจสิทธิ์ขาด เพราะเค้าออกกฏหมายรองรับไว้ทั้งหมดแล้ว 

หนังสือเหล่านี้เป็นหนังสือคำสั่งที่เรียกว่า Executive Order ที่เซ็นโดย ปธน. เท่านั้นครับ

Executive Order No. 11002 ให้อำนาจ FEMA ในการสั่งการสำนักงานไปรษณีย์ท้องถิ่นให้ทำการลงทะเบียนในเขตนั้นๆ ใช้ในกรณีที่ต้องทำการเคลื่อนย้ายประชาชนทั้งหมด รวมไปถึงข้าราชการจนไปถึงนายกเทศมนตรี
Executive Order No. 10995 ให้อำนาจ FEMA ในการควบคุมกิจการวิทยุ และโทรทั้ศน์ทั้งหมด
Executive Order No. 10997 ให้อำนาจ FEMA ในการควบคุมสถานีบริการน้ำมันและโรงไฟฟ้าทั้งหมด
Executive Order No. 10998 ให้อำนาจ FEMA ในการควบคุมซุปเปอร์มาเก็ต ร้านชำ ตลาดและฟาร์มทั้งหมด
Executive Order No. 10999 ให้อำนาจ FEMA ในการจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ
Executive Order No. 11000 ให้อำนาจ FEMA ในการหยุดบังคับใช้กฏหมายแรงงานแล้วโดยสามารถใช้แรงงานของประชาชนได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างแรงงาน
Executive Order No. 11001 ให้อำนาจ FEMA ในการควบคุมโรงพยาบาลและโรงเรียน

ทุกข้อเป็นเอกสารทางราชการครับ เข้าไปดูได้เลยด้วย GG (Google) แล้วพิมพ์ Executive no. 11002  เป็นต้นครับ เค้าอธิบายละเอียดเลย ผมเอาเฉพาะที่มันแรงๆ แต่ถ้าเจออันไหนแรงๆ อีก ก็เอามาโพสต์ไว้ด้วยนะครับ

FEMA ได้สร้างค่ายกักกันหรือที่เรียกกันว่า FEMA Camp เอาไว้ 800 แห่งทั่วประเทศครับ ตามชานเมืองของเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศครับ ค่ายนึงสามารถกักกันคนได้ เป็นหมื่นถึงหลักแสนคนครับ  ที่หน้าสังเกตุมากๆ คือ "ลวดหนามที่รั้วทั้งหมดหันเข้าด้านในคือกันคนหนีออกครับ" ไม่ได้เอาไว้เพื่อป้องกันการบุกรุกแต่ประการใดครับ คนที่เซ็นคำสั่งสร้างคือจอร์จ บู๊ชตัวลูก แล้วผู้รับเหมาเป็นใครครับบริษัท Harriburton Corp. เจ้าของคือรองปธน.ชื่อดิ๊ก เชนี่ย์ ครับ กำหนดการสร้าง 4-5 ปี โดยเริ่มในปี 2004 ถึงวันนี้คงเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วครับ (GG: harriburton fema camp)



ยิ่งกว่านั้น เมื่อ 2 เดือนที่แล้วมีเปิดรับสมัครคนเข้าไปทำงานใน FEMA Camp ครับ ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วครับ หน่วยงาน American Police Force ( APF ) คอยทำหน้าที่จับคนที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนเข้าค่ายนี้ครับ ตัวอย่างดูได้ที่เมือง Hardin รัฐ Montana เค้าเปิดใช้เป็นทางการเป็นที่แรกครับ (YT: APF Hardin)

ทุกค่ายจะมีรถไฟระบบรางเข้าถึงทั้งหมดที่เรียกว่า FEMA Train ครับ



FEMA สั่งทำโลงศพชนิดพิเศษเป็นพลาสติดแบบมีฝาปิด จดสิทธิบัตรโดย FEMA ครับ โลงนี้สามารถใส่ได้พร้อมกัน 2-3 ศพครับ สามารถวางซ้อนกันได้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บครับ ยิ่งกว่านั้น แต่ละค่ายสั่งผลิตโลงชนิดนี้ไว้ 200,000-500,000 ใบครับ ประเมิณคร่าวๆ คงมีจำนวนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านใบในอเมริกาตอนนี้ครับ 


ล่าสุดเพิ่งมีการเปิดเผยออกมาว่าโลงศพทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นของ FEMA ครับ แต่เป็นของ CDC ( Center for Desease Control ) กรมควบคุมโรคติดต่อที่เป็นผู้ดูแลเรื่องไข้หวัด 2009 ทั้งหมดครับ เค้าออกมาเปิดเผยว่าเผื่อไว้เท่านั้นเอง แล้วที่ต้องสั่งจำนวนมากเพราะราคาถูกกว่า??? CDC เตรียมโลงเหล่านี้ไว้ทำไม??? แล้วรู้ได้ยังไง??? นั่นคือคำถามครับ.......


FEMA ในบริเวณรอบๆ ค่ายยังมี Mass Grave หรือสร้างหลุมฝังศพแบบประหยัดพื้นที่ หล่อและฉาบด้วยปูนอย่างดีครับ เป็นจำนวหลายพันหลุมต่อค่ายครับ


วิธีพิสูจน์คือเปิด Google แล้ว พิมพ์ "FEMA Camp, ชื่อเมือง ( หรือรัฐที่คุณอยู่ ) พอขึ้นมาแล้วลองดูใน Google Earth หรือถ้ามีที่อยู่ลองไปดูสถานที่จริงเลยครับ ตามชานเมืองของเมืองใหญ่ๆ จะมีอยู่ทั้งหมดครับ คงไม่ไกลจากเมืองมาก อยากให้ไปดูให้เห็นกับตาครับ แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยยิ่งดีเลยครับ


2.DHS ( Department of Homeland Security ) หรือหน่วยงานความมั่นคงภายใน หน่วยงานนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในการควบคุมหน่วยงานทุกแขนงของรัฐในด้านการบริหารและความมั่นคงทั้งหมดเพื่อทำงานสอดประสานกับ FEMA ครับ 

3.Northcom ( Northern Command ) ควบคุมกำลังทหารทั้งหมดทุกกองทัพ เพื่อสนับสนุนการทำงานทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศให้กับ FEMA ครับ คือ FEMA จะอยู่วงในและ Northcom จะอยู่วงนอกนั่นเอง


วันนี้โอบาม่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติไปแล้วครับ ผมไม่แน่ใจว่ามีอีกกี่ขั้นตอนที่จะไปถึงการประกาศ "Martial Law" หรือกฏอัยการศึก แต่เท่าที่รู้แค่เค้าสั่งว่า " Do it " หรือลงมือ ทุกอย่างก็คงเริ่มต้นขึ้นครับ และทั้งหมดก็คือจะนำมาใช้ในเรื่องของไข้หวัด 2009 ครับ 

หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ "กลุ่มทุนนี้จะอ้างเรื่องไข้หวัด 2009 แล้วประกาศกฏอัยการศึกเพื่อเข้ายึดครองอเมริกา ด้วยหน่วยงานที่เค้าตั้งขึ้นมานี่ไง เพราะเมื่อเค้าประกาศรัฐธรรมนูญจะสิ้นสภาพทันทีครับ"


" จะเชื่อหรือหรือไม่  ไม่ใช่ประเด็นครับ อ่านแล้วทำความเข้าใจ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรึกตรอง  ผมมีหน้าที่มาเตือนเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น การตัดสินใจอะไร หรือเมื่อไหร่ให้เป็นเรื่องของคุณ และเหตุผลของตัวคุณเองครับ " 


เป็นเรื่องที่ไม่อยากเขียนจริงๆ ครับ จนเค้ามาประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ทั้งที่ทุกปีมีคนตาย 3-40,000 คนจากไข้หวัดตามฤดูกาล ไม่เห็นจะประกาศอะไรเลย แต่นี่ตายไป 1,000 คนทำซะขนาดนี้ ผมก็พอจะจับทางเค้าได้และรู้สึกไม่ค่อยดีกับเรื่องนี้ เลยถึงเวลาต้องเขียนซะทีครับ ติดตามตอนต่อไปครับ.......

เรื่องที่ไม่อยากเขียน ( แต่ต้องเขียน ) 1/5


โพสต์นี้เป็นโพสต์ที่ไม่อยากเขียนครับ ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า แต่ผมจะเขียนเพื่อเตือนเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา และแม๊กซิโก โดยเฉพาะคนที่ยังอยู่ในสหรัฐตอนนี้ สถานการณ์เหมือนอยู่บนเส้นด้าย หรือเหมือนกับเหมือนฟางเส้นสุดท้ายแล้วครับ อ่านเรื่องนี้แล้วทำความเข้าใจนะครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรึกตรอง จะเชื่อหรือหรือไม่  ไม่ใช่ประเด็นครับ ผมมีหน้าที่มาเตือนเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น การตัดสินใจอะไร หรือเมื่อไหร่ให้เป็นเรื่องของคุณ และเหตุผลของตัวคุณเองครับ


ผมเป็นคนนึงที่รักอเมริกาเหมือนบ้านครับ เป็นบ้านหลังที่ 2  แต่ตอนนี้ผมอยู่เมืองไทยแล้วครับ และไม่มีความคิดจะไปอเมริกาอีก ผมทิ้ง Green Card  ครับ ทิ้งธุรกิจที่วางโครงสร้างไว้อย่างดี เพราะเอาชนะคู่แข่งที่เป็นฝรั่งต่างชาติไปมากแล้ว แล้วปีที่แล้วมีโครงการจะซื้อบ้านครับ ขอวงเงินจาก BofA ไว้แล้ว อนุมัติมาแล้ว แต่ไปเจออีกหลังนึงครึ่งครึ่งเอเคอร์ มีที่เปล่าพอจะสร้างได้อีกหลังไว้กินค่าเช่าได้สบายเลยครับ ทั้งราคาที่ถูกลงมากๆและทุกอย่างน่าสนใจมาก และกำลังจะวางแผนเข้าซื้อครับ ก็คืออยู่ในระหว่างความพยายามเข้าซื้อครับ ทั้ง Realtor ทุกอย่างก็มาหมดแล้ว 

แต่มีเพื่อนคนนึงที่เป็น Realtor เค้าแนะว่าควรชลอก่อน เค้าก็อธิบายเหตุผลมาครับ ฟังขึ้นครับก็เลยชลอ แต่ก็ตัดใจไม่ลงครับ เพราะวางแผนไปเยอะแล้ว จนวันนึงผมก็เจอเรื่องนึงเข้าโดยบังเอิญ แต่สุดท้ายผมก็เชื่อว่ามีใครบางคนมาบอกอะไรเราบางอย่างครับ ด้วยวิธีไหนเรื่องมันเหนือธรรมชาติและยาวครับ เอาไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังครับ


ระหว่างที่ผมกำลังหาวิธีเพื่อประหยัดภาษีจากการทำธุระกิจ ถ้าใครอยู่ที่นั่นจะเข้าใจครับว่าภาษีน่ะโหดขนาดไหน แล้วถ้ายิ่งมีกำไรเยอะด้วย ตายสถานเดียวครับ จ่ายแค่ภาษีกับค่าประกันสารพัดก็หน้ามืดแล้ว
ยิ่งเป็นธุุรกิจก่อสร้างที่ผมทำมันเป็น Labor Base รายจ่ายมันต่ำครับแต่กำไรมันสูง แล้วถ้าบริหารดีๆ ประหยัดอีกนะ กำไรเยอะครับ แต่ไม่ใช่ว่าดีครับ ภาษีครับ หนักมาก นี่แหละครับที่เรียกว่า Consumer Base Economy คือเค้าต้องการให้คุณใช้เงินครับ ให้เงินหมุนต่อไป ถ้าประหยัดและไม่ใช้ แต่หาได้มาก อาจตายเพราะภาษีได้ครับ ที่ผมทำมันเปิดเผยหมดครับ เลยหนีไม่ออกครับเพราะรับแต่งานใหญ่ๆ ทำไม่ถูกต้องก็ไม่ได้อีก มันล๊อคไปหมดครับ ก็เลยต้องเล่นแบบตรงไปตรงมาเท่านั้น 


เลยหาวิธีใหม่ เลยส่งคุณภรรยาไปศึกษาเรื่องภาษีทั้งพื้นฐานและชั้นสูงเลยครับ แล้วเปิดอีกธุรกิจนึงคือรับทำภาษี หรือ File Tax Return นั่นแหละครับ และรับวางแผนภาษีไปด้วย ไม่ได้คิดว่าจะทำเงินจากตรงนี้หรอกครับ เอาไว้ช่วยคนมากกว่า คนที่ให้ช่วยบางทีเห็นเค้าลำบากก็ไม่เก็บเงินเค้าอีก บางทีก็เก็บนิดนึงเพื่อเป็นค่าโปรแกรมเท่านั้นเอง แต่ที่ได้จริงๆ คือมาประหยัดภาษีในธุรกิจหลักคือก่อสร้างครับ 

สรุปได้ว้าต้องซื้อเท่านั้นครับซื้อบ้าน ซื้อ IRA ซื้ออะไรก็ตามเพื่อเอามาหักภาษีได้ ดีกว่าจ่ายครับเพราะมันไปแล้วไปเลย แล้วถ้าฐานภาษีมันใหญ่ ปีหน้าจ่ายน้อยโดน IRS มาเล่นอีก แต่ระหว่างการศึกษาเรื่องภาษีเราไปเจอเรื่องนึงครับ คือเรื่อง IRS ที่ก่อตั้งโดย FED และอีกทั้ง CIA ยิ่งงครับมันเกี่ยวอะไรกันฟ่ะ เกิดคำถามครับ เลยต้องหาคำตอบ


วันนี้ได้คำตอบแล้วครับคิดว่าเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นคือกลับไปในประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ชีวิตเลยเปลี่ยนไปหมดเลยครับ เปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง แค่ภาษาอังกฤษ 3 ตัวเนี่ย " FED " ครับ จำไว้ อย่าเข้าไปใกล้มันครับ อานุภาพมันร้ายแรงมากๆ มาเข้าเรื่องเลยครับว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นบ้างในอเมริกาในอีกไม่ช้านี้ ขอย้ำว่า  

" จะเชื่อหรือหรือไม่  ไม่ใช่ประเด็นครับ อ่านแล้วทำความเข้าใจนะครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรึกตรอง  ผมมีหน้าที่มาเตือนเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น การตัดสินใจอะไร หรือเมื่อไหร่ให้เป็นเรื่องของคุณ และเหตุผลของตัวคุณเองครับ"

อย่างที่ผมบอกเสมอครับว่า สิ่งที่ผมเขียนมันเป็นจิ๊กซอแต่ละตัวของเหตุการณ์ครับ ถ้าอ่านแล้วไม่มีการเชื่อมโยงกันคุณก็จะไม่เห็นอะไร ถ้าจะเขียนให้สั้นๆ ก็รายละเอียดไม่พอ ไม่มีน้ำหนัก ก็ไม่รู้จะเขียนไปทำไมคงช่วยชีวิต อะไรใครไม่ได้ เลยออกมาในรูปแบบนี้ครับ ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ และตรงนี้ผมจะโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันแล้วเสริมที่ขาดไปที่ไม่มีในโพสต์ที่ผ่านๆ มา ถ้าสงสัยให้กลับไปที่โพสต์นั้นๆ ครับเพื่ออ่านฉบับเต็มๆ 


ลองดูจิ๊กซอตัวเหล่านี้ครับ:

9.11.1991 จอร์จ บุ๊ชผู้พ่อ ประกาศเรื่อง New World Order หรือการจัดระเบียบโลกใหม่ ไม่ค่อยมีใครเข้าใจครับว่ามันคืออะไร แต่ฟังแล้วน่าจะดีครับ 

9.11.2001 จอร์จ บุ๊ชตัวลูก และทีมงาน ก่อวินาศกรรมประเทศตัวเอง เอาเครืองบินชนตึกเวิลเทรดเซ็นเตอร์ แล้วพาประเทศเข้าสู่ส่งคราม ระดมเงินมหาศาลเพื่อไปลงการทหารหรือที่เรียกว่า Military Complex

2001 CFR ซึ่งเป็นหน่วยงานมันสมองคอยวางแผน เทียบได้กับอีลูมินาติที่ทำเรื่องการทหาร วางแผนเพื่อล้มเศรษฐกิจของอเมริกาและเศรษกิจโลกครับ คือเอกสารที่เมลล์ให้ไปนนั่นแหละครับ 


2001 เป็นต้นมาราคาทองพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดมาตลอดต่อเนื่องจนถึงวันนี้ครับ 

2002 จากเหตุการณ์เวิลด์เทรดเซนเตอร์ เศรษฐกิจสหรัฐใกล้ล้มเต็มที่ เนื่องจากฟองสบู่แนสแด๊กหรือตลาดหุ้นไฮเทค หรือด๊อตคอมต่างๆ ที่แตกไปก่อนหน้านั้นแล้ว ถ้าตอนนั้นเค้ายอมล้มวันนี้เค้าฟื้นไปแล้วครับ แต่

2002 อลัน กรีนสแปน เลือกวิธีที่จะลากไปต่อ ด้วยการลดดอกเบี้ยลงต่ำติดดิน ทำให้เกิดฟองสบู่ลูกใหม่ที่ใหญ่มหึมา คือฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์และการเก็งกำไรราคาบ้านและที่ดิน แล้วเรียกว่าเป็น "American Dream" หรือการมีบ้านของตัวเองให้คือความฝันของคนอเมริกันนั่นเอง ทำอย่างเฟื่องฟูเพราะดอกเบี้ย 0% เต็มตลาดการเงินไปหมด ให้กู้แม้กระทั้งคนที่ให้ไม่ได้ เพราะเงินมันล้นระบบครับ หรือที่เรียกว่า Sub-Prime Loan นั่นเอง "ไม่มีเครดิต เครดิตเสีย เครดิตไม่ดี ไม่มีปัญหา เราซ่อมได้ ซื้อบ้านได้แม้แต่ไม่ใช่คนอเมริกัน" เละเลยครับทีนี้


2007 ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกครับ กลุ่มแรกคือ Sub-Prime Loan นั่นแหละครับ เพราะอะไรถึงมาได้ตั้งหลายปี เพราะตอนซื้อทั้งลดทั้งแถมแบบยัดเยียดบ้านให้ ล๊อคดอกเบี้ยต่ำ 5 ปีบ้าง 7 ปีบ้าง สารพัดการตลาดใส่ลงไปในระบบการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ครับ แล้วหลังจาก 5 ปี 7 ปีล่ะ แตกไงครับ จาก "American Dream" กลายมาเป็น "American Nightmare" หรือฝันร้ายของชาวอเมริกันครับ เพราะอะไร หลังจากที่ขายบ้านได้แล้ว ก็ขึ้นโครงการใหม่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ ( เอ คุ้นๆ นะอันนี้ ) ส่วนธนาคารปล่อยกู้ได้แล้วเอาสัญญานั่นไปขายต่อกันเป็นทอดๆครับ แต่ก่อนขายมีการแยกระดับชั้นของหนี้ แล้วมีการจัดขั้นหนี้แล้วประทับรับรองโดยสถาบันจัดอันดับต่างๆ เช่นมูดี้ เป็นต้น ยังไม่พอคนซื้อถ้าไม่แน่ใจสามารถซื้อประกันค้ำไว้อีกได้ครับทุกกลุ่มชั้นหนี้เลย เรียกว่า CDS และ CDO แล้วเอาเอกสารนี่ไปขายกันเป็นทอดๆอีกทีนึงครับ 


2008 Bearstern, Fanni Mae, Freddie Mac, Lehman Brother และอีกหลายบริษัทระดับโลกอายุเป็น 100 ปี ล้มครับ เพราะทนรับหนี้เสียไม่ไหว แล้วล้มเพิ่มจากการเข้าไปค้ำประกันหนี้เหล่านั้นครับ


2008 ปลายปีจอร์จ บูชตัวลูก บอกว่าต้องอุ้มครับ บริษัทเหล่านี้ ไม่อุ้มไม่ได้ประชาชนจะเสียหาย เศรษฐกิจจะล้มละลายกันทั้งหมด ยังไงก็ต้องอุ้มครับ เลยผ่านกฏหมายอัดฉีดเงินเข้าระบบเป็นมูลค่า 700 Billion ครับ เงินตรงนี้มาจากไหน "อากาศครับ" ปั๊มใส่เข้าไปก่อนแล้วค่อยทยอยเอาเงินภาษีขอประชาชน ในอีก 3-4 ชั่วอายุคนข้างหน้าไปทยอยจ่าย จึงเกิดคำว่า " Too Big Too Fail " หรือใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ล้มได้ 


2009 โอบาม่าเข้ารับตำแหน่งก็บอกว่า เอ้า ธนาคารและบริษัทประกัน (ของพวกเรากันเอง) ที่มีส่วนในการปล่อยกู้และค้ำประกันก็จะล้มด้วย ไม่ได้ต้องอุ้มเหมือนกัน ผ่านกฏหมายใส่ไปอีกกว่า 700 Billion  ครับ เข้าไปอุ้ม แบงค์ใหญ่ๆ บริษัทประกัน และบริษัทการเงิน ( ที่เป็นผู้ให้เงินสนับสนุนรัฐบาลในการเลือกต้ังและยังเป็นผู้ถือหุ้น FED อีกต่างหาก ) 


2010 มกราคม มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้โดยการปั๊มและอัดเงินจำนวนมหาศาลเข้าไปอุ้มบริษัทต่างๆที่เป็นของพวกเค้าเอง เป็นรอบที่ 2 หรือที่เรียกว่า Stimilus II  ครับ แต่ครั้งนี้คงไม่ง่ายแล้วครับ 


ติดตามตอนต่อไปครับ.......

"ใคร" คุมสื่อในอเมริกา???


วีดีโอนี้เปิดเผยชัดเจนครับถึง เจ้าของอาณาจักรสื่อใหญ่ๆ ไม่กี่คน ทั้งหมดที่ "ควบคุม" และ "ชี้นำ" การรับรู้ข่าวสารทั้งหมดของคนอเมริกันทุกๆ ด้าน ทั้ง GE, Times Warner, CBS, Disney, CNN, News Corp & Viacom บริษัทแม่แทบจะมีอยู่แค่นี้เองครับ สื่อเกือบทั้งหมดของอเมริกาเป็นของคนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คนเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นถ้าใครอยู่อังกฤษลองเชื่อมโยงไปสิครับใครเป็นเจ้าของ Telegraph และ The Sun ก็กลุ่มนี้อีก ไปไกลกว่านั้นก็ยุโรป ตัวใหญ่ๆ ก็อยู่ในนี้ครับ


หาดูครับว่าใครเป็นเจ้าของ Reuters ( หรือเป็นเจ้าเดียวกับ Telegraph น๊าาา ) ข้อมูลที่นักลงทุนใช้กันมากๆ และใครเป็นคนผลักดันหรือมีใบสั่งมาจากใครหรือเปล่าให้โอบาม่าได้ในครั้งนี้  CNN ก็เป็นหนึ่งในทีมเชียร์ครั้งนี้ครับ


หยุดดูตารางช่วงนาทีที่  3:40 เป็นรายชื่อสื่อทุกบริษัทที่จ่ายให้นักการเมืองในวอชิงตัน และ Goldman Suck  มาเป็นอันดับ 1 ของภาคการลงทุนและการเงิน การธนาคาร เค้าจ่ายเงินอุดหนุนให้ทั้ง 2 พรรคคือ Democrat และ Republican ครับ เป็นจำนวนเงินมหาศาลและในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ซึ่งผิดกฏหมายชัดเจนครับเพราะเกินที่กฏหมายกำหนดไปมากๆๆๆๆ แบบไม่ต้องเปิดกฏหมายเลยครับ


นี่ล่ะครับคือเหตุผล "จริงๆ" ของการเข้าไป "อุ้ม" กลุ่มทุนวอลสตรีท เพราะเค้าต่างตอบแทนกันตรงนี้ แต่ตอนล้มแล้วเข้าไปอุ้มน่ะมันคือ "เงินภาษีของประชาชน" ครับ แล้วอย่าหวังว่าจะได้คืนเลยครับ เพราะเค้าตั้งเป็นกองทุน TARP FUND ก็คือถ้าคืนก็คืนเข้ากองทุนนี้เท่านั้นครับ .......แล้วถ้าใครตาม "Money Trail" หรือเส้นทางของเงินดีๆ บริษัทที่ล้ม ( Wall Street ) คนที่เข้าไปอุ้ม ( บูช & โอบาม่า ) และหน่วยงานที่เข้าไปอุ้ม ( US Treasury & Fed ) เป็นกลุ่มเดียวกันหมดเลยครับ หาดูครับว่าใครเป็นเจ้าของ Fed ครับ??? บอกใบ้ให้ว่า Goldman Suck ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ แล้วสุดท้ายใครเป็นคนปั๊มเงิน ปั๊มเครดิต ทุบดอกเบี้ยจนทำให้เป็นฟองสบู่แล้วล้มทั้งหมด ก็ FED นี่ไงคร๊าบบบ ทั้งหมดนี้เรียกว่า "Global Ponzi Scheme" ครับพี่น้อง

" Welcome to America " 



 คลิปนี้รายละเอียดเยอะและเค้าเลื่อนภาพเร็วครับ ใช้วิธีหยุดอ่านเป็นช่วงๆ เพื่อเก็บรายละเอียดจะดีกว่า ที่สำคัญคือบ้านเราก็ไปเอาอะไรที่เค้าเรียกว่าเป็น "ข่าว" จากเค้าแล้วเรามาแปลอีกทีครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังในเรื่องการข่าวกับการลงทุนของเราครับ

พี่น้องชาว GF(Gold Future) มาโพสต์นี้เลยครับ.......

โพสต์ นี้จะเป็นความเคลื่อนไหวของ GF ในแต่ละวัน ใครเล็งอะไรกันไว้ มาช่วยกัน Update และแลกเปลี่ยนข่าวสารที่มันส่งผลกับตลาด GF โดยตรง หรือแนวทางของพวกเราแต่ละคนครับ สงสัยอะไรตรงไหนในส่วนของ GF ฝากคำถามไว้แล้วขอรบกวนเพื่อนเราหลายๆ ท่านมาช่วยกันตอบครับ "ช่วยกันให้แบบให้เล่นแล้วไม่ต้องเสียกันเลยครับ"  เพราะข้อมูลหลักเราก็มากและลึกพอสมควรแล้ว


แต่ขอว่าให้ เป็นเรื่อง GF ล้วนๆ เลย เพราะประเด็นอื่นๆจะมีโพสต์ของเค้าเองอยู่แล้ว กลัวเปิดประเด็นมากเกินไปในนี้เดี๋ยวข้อมูลมันจะกระจายมากเกินแล้ว ต้องไปไล่หากันน่ะครับ 


โพสต์นี้จะถูกส่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทุกวันทำการเวลา 08.09 น. ครับ.......

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ภาวะ "โรค" ร้อน (Global Warming Hoax)........Update


"The Greatest Scam in the History" เรื่องหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต์.......ดร.จอห์น โคลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศ และเป็นประธานของ Weather Channel ช่องเคเบิลการพยากรณ์อากาศที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอเมริกา เป็นผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เป็นคนแรกๆ ครับทั้งออกมาอัด Al Gore ฟ้องร้องต่อศาล และเขียนเวบบล๊อกเพื่อเปิดเผยเรื่องโลกร้อนว่าเป็นเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นทั้งหมดครับ

http://globalwarminghoax.wordpress.com/2008/06/15/john-coleman-vs-al-gore/
http://www.huliq.com/41129/john-coleman-says-global-warming-is-a-scam





A U.K. high court judge says Al Gore's film about global warming could be distributed to schools only if teachers issue a warning before showing it to students, reports the BBC and the Daily Mail. 
ศาลสูงของอังกฤษ ตัดสินให้มีข้อระวังในการเผยแพร่สื่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนมัธยมเรื่องโลกร้อนโดยอัล กอร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จถึง 9 จุด
http://www.schoollibraryjournal.com/article/CA6489187.html

สรุปแล้วเรื่องภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming เป็นจริงหรือไม่ แล้วใครทำ ใครได้อะไร แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมมีทั้งวีโอสรุป การสัมนา ข่าว ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสภาวะอากาศที่ออกมาต่อสู้ เรียกร้องในเรื่องนี้ครับ เท่าที่ผมติดตามข่าวสารเรื่องนี้มาทั้งหมด โดยส่วนตัวผมเอง ผมสรุปได้อย่างนี้ครับ 



1.โลกร้อนขึ้นจริงครับ อุณภูมิฉลี่ยโดยรวมของโลกร้อนเย็นขึ้น (+,-) 1 องศาในรอบ 35 ปีที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับบริเวณใดๆของโลกครับ 





2.น้ำแข็งที่ขั้วโลกหรือ Ice Cap มีการละลายจริงทำให้ประมาณน้ำทั่วโลกสูงขี้นตั้งแต่ 10 เซนถึง 1 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเลครับ
3.แต่ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Co2 ทั้งหมดครับ และการเผาผลาญพลังงานและการ Co2 ที่ผ่านๆ มามีปริมาณไม่มากพอ และไม่สามารถทำให้โลกร้อนขึ้นได้ในข้อ  1 และ ข้อ 2 ครับ

4.โลกใบนี้มีระบบการทำงานที่เหนือความเข้าใจของทั้งมนุษย์และวิทยาศาตร์ ซึ่งออกแบบมาให้ปรับสภาพและปรับสมดุลย์ในตัวมันเองครับ ทุกระบบถูกวางไว้อย่างดีมากเกินความเข้าใจของมนุษย์แต่นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามทำความเข้าใจและเอามาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านรวมทั้งการเมืองและหากินทางเศรษฐกิจครับ ซึ่งเรียกว่า "Pseudo Science"

5.มีการใช้เครื่อง HAARP เพื่อบิดเบือนสภาวะในประเทศเมืองหนาวให้อุ่นลงเพื่อทำการเพราะปลูกครับ อีกทั้งยังเผาทำลายชั้นบรรยากาศมากขึ้นๆ ทุกวันทำให้ความร้อนผ่านลงมายังโลกได้มากขึ้นครับ ตรงนี้ครับคือน้ำมือมนุษย์ที่ทำให้โลกร้อน แต่ทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ

6.อุณภูมิโลกจะปรับตัวขึ้นลงขึ้นลง ตลอดเวลาทุกวินาทีเป็นไปตามวัฐจักรของธรรมชาติครับ แล้วจะเป็นช่วงคลื่นขึ้นลงซึ่งใช้เวลาเป็นปีๆ หรือหลายปีในช่วงคลื่นหนึ่งๆครับ เช่น  1 ช่วงคลื่นของอากาศหนาวเย็นอาจจะกินเวลา 10-50 ปีซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติครับ เพื่อปรับระดับสมดุลย์ของโลกครับ (ดูได้จากกราฟสภาพภูมิอากาศในช่วง 2,000 ปี จะเห็นอย่างชัดเจนครับ ร้อนกว่านี้โลกเราก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วครับ)



7.ณ วันนี้เราอยู่ในช่วงสุดท้ายของช่วงร้อนของโลกซึ่งกินเวลามาหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ
8.เรากำลังจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกคร้ังในอีก 20 ปีข้างหน้าเพราะปริมาณน้ำที่สูงและลดอุณภูมิหรือความร้อนลงทั่วโลกตอนนี้ 
9.ถ้าเราสังเกตุช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้แต้ในประเทศไทยที่เป็นประเทศร้อน เราก็มีวันที่หนาวที่สุดในฤดูหนาว ที่หนาวเย็นลงอย่างผิดปกติ นั่นเป็นสัญญาณครับ และวันที่อากาศเย็นดังกล่าวจะมากขึ้นและยาวนานขึ้นในฤดูหนาวในปีต่อๆ ไปครับ 

และนี่เป็นภาพกราฟฟิค เคลื่อนไหวบอกถึงระดับความร้อนของพื้นผิวโลกตั้งแต่ปี 1884 ครับ 




และนี่เป็นอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกในรอบ 22 ปีครับ



เรามาจับโกหก Al Gore และการนำเสนอของเค้ากันครับ ตั้งแต่รูปหมีขาวที่เค้าเอามานำเสนอยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งเล็กๆ นักวิทยาศาสตร์คนที่ถ่ายรูปออกมาเปิดเผยเรื่องนี้้ครับ ว่าเค้าเป็นคนถ่ายเอง ในฤดูร้อนก่อนที่ Gore จะเอารูปนี้มาหลอกต้มชาวโลก ว่าน้ำแข็งละลายจนหมีขาวไม่มีที่อยู่และกำลังสูญพันธุ์ครับ ในฤดูร้อนซึ่งน้ำแข็งก็ต้องละลายบ้างเป็นธรรมดา แล้วหมีก็ไม่ได้อยูห่างจากชายฝั่งครับ มันก็ว่ายน้ำเล่นของมันตามปกติ ไม่ได้สูญพันธุ์ใดๆ ทั้งสิ้น นี่เล่นเอามาหากินอีก ขอบริจาคเงินไปช่วยหมีขาวที่ขั้วโลกเหนืออีกแน่ะ





มีการสัมนานึงที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ โดยศาตราจารย์บ๊อบ คาร์เตอร์แห่งมหาวิทยาลัยเจมส์ ครู๊ก สรุปได้ว่ามลภาวะไม่ได้เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนครับ โดยเฉพาะ Co2 หรือก๊าซคาร์บอนไม่ได้เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนด้วยครับ ทั้งหลักฐานที่เป็นกราฟและตัวเลข ทุกอย่างชัดเจน สามารถนำไปอ้างอิงและต่อยอดได้เลยครับ







ลิ๊งนี้เป็นสถิติของอุณภูมิของพี้นผิวโลก มีหลายแบบให้ดู ท้ังในระยะใกล้ที่ผ่านมาและไกลเป็นหลายแสนปีตั้งแต่ยุคน้ำแข็งก็มีครับ 
http://www.sciencedaily.com/articles/t/temperature_record.htm
 http://en.wikipedia.org/wiki/Temperature_record

จอห์น คริสตี นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล  แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอลาบาม่า ออกมาโจมตีอัล กอร์ครับว่าเป็นไปไม่ได้ครับที่พยากรณ์อากาศโดยรวมของโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า เพราะแค่ 5 วันข้างหน้า ยังไม่มีใครกล้าทำนายและยืนยันเลยครับ
 


มีวีดีโอลิ๊งค์การสัมนาทางวิชาการเพิ่มเติมให้อีกหน่อยครับ แบบละเอียดเลยครับ ความยาว 1 ชั่วโมง 6 นาที โดย ดร.จอห์น คริสตี้ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=-WWpH0lmcxA 
  
และอีก 1 สัมนาความยาว 50 นาที โดย ดร.จอห์น โคลแมน แห่ง Weather Channel ครับ
http://video.google.com/videoplay?docid=-6763913684263458299#


ในเรื่องนี้ผมยังมีข้อมูลและลิ๊งข้อมูลทางวิชาการอีกมากนะครับ ถ้าใครต้องการที่จะนำไปศึกษาและเผยแพร่ เหมือนเดิมครับ ส่งอีเมลล์มาที่ jimmy_s@jcshingle.com โดยเฉพาะภาครัฐบาลและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อย่าปล่อยให้เค้าหลอกต้มพวกเราและคนไทยอีกต่อไปเลยครับ เรื่อง 911 เราก็จ่ายเงินซื้อทั้งกล้องทั้งเครื่องตรวจหาวัตถุสารพัดกันไปมหาศาลแล้ว ลองถามที่ป้อมยามตามทางเข้าห้างสิครับ เค้าเคยตรวจเจออะไรหรือเปล่า ทำให้พวกฝรั่งพวกนี้ได้เงินไปแล้วเรายังเสียรู้ให้เค้าอีกครับ