วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อเมริกาฟื้นแล้ว (Green Shoot) จริงหรือ??? (1/2)

ถ้าใครที่ติดตามเศรษฐกิจโลกอยู่ตอนนี้จะเห็นภาพการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกพร้อมๆ กัน ในอัตรา 40-60% โดยเฉพาะตลาดในเอเซีย ไม่แปลกครับที่การฟื้นตัวครั้งนี้นำโดยเอเซียเป็นหลัก เพราะ

1.เอเซียได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง แต่ไม่ได้เป็นต้นตอปัญหาที่แท้จริง
2.เกิดจากการเคลื่่อนย้ายทุนออกจากอเมริกา และยุโรป เพื่อหนีภาวะซบเซาของตลาดทุนในซีกโลกตะวันตก

เพราะฉะนั้นการฟื้นตัวในเอเซียไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ยังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก นอกจากด้านการผลิตและการส่งออกของแต่ละประเทศ

แต่การฟื้นตัวของอเมริกา จะต้องระวังเพราะ ปัจจัยพื้นฐานไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่ไม่เหลืออะไรมากไปกว่าหนี้ หนี้จำนวนมหาศาลจากภาครัฐบาล ที่ไม่แก้ปัญหาให้ตรงจุด คือหนี้และการใช้จ่าย แต่กลับขุดหลุมฝังตัวเองให้ใหญ่ขึ้น โดยการสร้างหนี้เพิ่ม พิมพ์และอัดฉีดเงินเข้าระบบการเงินการธนาคารเพียงอย่างเดียว (แต่ไม่มีการปล่อยกู้เพิ่ม เหมือนที่ไหนก็ไม่รู้ คุ้นๆ) ซึ่งแฝงไปด้วยเบื้องหลังที่น่าเคลือบแคลง คือการสร้างและใช้วิกฤติ เพื่อดูดเงินภาษีของประชาชน เข้ากระเป๋ากลุ่มทุนของตัวเองโดยผ่านภาพของการเข้าไปแก้ปัญหา เช่น Goldman Sachs, JP Morgan, AIG และอีกหลายราย โดยที่กลุ่มทุนเหล่านี้มีการเชื่อมโยงกันทั้งหมด และผู้บริหารระดับสูงก็ร่วมอยู่ในรัฐบาลของโอบามา เช่น

Timmothy Geithner (ทิมโมที ไกเนอร์) รัฐมนตรีคลัง เคยเป็น CEO ของ Goldman Sachs, สมาชิก CFR และเค้ายังเป็นประธาน Fed ของ New York กล่าวคือเป็นทั้งผู้ก่อปัญหา แก้ปัญหา และเป็นผู้ควบคุมการแก้ปัญหาของรัฐบาล

Hank Paulson (แฮงค์ พอลซัน)อดีตรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลบุช เคยเป็น CEO ของ Goldman Sachs, สมาชิก CFR (Council of Foreign Relation) ผู้เชิดหุ่นหรือรัฐบาลตัวจริง มีหน้าที่วางแผน กำหนดนโยบาย สั่งการต่างๆ ให้รัฐบาลเงา(โอบาม่าเป็นหุ่นเชิด)ในวอชิงตันทำตาม แล้วยังเป็นตัววางต่ำแหน่งบริหารต่างๆ ในทำเนียบขาว และสภาคองเกรส กล่าวคือ เป็นทั้งผู้ก่อปัญหา แก้ปัญหา และเป็นผู้ควบคุมการแก้ปัญหาของรัฐบาล เหมือนเดิม


และมีอีกมากกระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ในระดับบริหารของรัฐบาลโอบาม่า ซึ่งครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้ก็มาจาก CFR และที่เหลือเป็นบริษัทที่รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ที่สำคัญยังเป็นผู้ชงกฏหมายต่างๆ ที่เกียวข้องทั้งหมด และรู้ข้อมูลภายในของบริษัทเหล่านี้ทั้งหมด อย่างเช่นการ "ปล่อย" ให้ล้มของ Lehman Brother เพราะ Lehman Brother เป็นทั้งคู่แข่ง และเป็นเจ้าหนี้ของ Goldman Sach และ การที่ Lehman กระจายการลงทุนไปในยุโรป จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอเมริกา อังกฤษ และยุโรป 

การปล่อยให้ Lehman ล้มจึงเป็นการจุดชนวนระเบิดอีกลูกนึงให้ทางฝั่งอังกฤษและกลุ่มยุโรป ได้รับผลกระทบไปด้วยเต็มๆ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า รัฐบาลโอบาม่า ก็่มีการแฝงตัวของกลุ่มทุน Goldman Sachs อยู่ข้างในนั่นเอง มันเลยฟันกำไรเละเลย Record High อีกต่างหาก ในอเมริกาเรียกสิ่งนี้ว่า "Ponzi Scheme" (หาหนังสืออ่าน ดีมากครับ) และคนอเมริกัน จะถูกรูดทรัพย์ไปเรื่อยๆ โครงการรูดทรัพย์ต่อไปก็คือ Climate Change Bill หรือ Carbon Tax คือคนอเมริกันทุกคนที่ใช้รถจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มคิดตามไมล์ที่ขับในแต่ละปีครับเพื่อเอาไปช่วยหมี เอ้ยไม่ใช่ แก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนครับ เห็นโฆษณาจะไปช่วยหมีที่ขั้วโลกเหนือกันใหญ่ ในขณะที่ทั้งอังกฤษและเอมริกากำลังจะล้มละลายอยู่แล้วครับ Prince Philip
CFR (Council of Foreign Relation) ผู้เชิดหุ่นหรือรัฐบาลตัวจริง มีหน้าที่วางแผน กำหนดนโยบาย สั่งการต่างๆ ให้รัฐบาลเงา(โอบาม่าเป็นหุ่นเชิด)ในวอชิงตันทำตาม แล้วยังเป็นตัววางต่ำแหน่งบริหารต่างๆ ในทำเนียบขาว และสภาคองเกรส อีกทั้งยังเป็นตัวการระดมสมองและวางแผนการล้มเศรษฐกิจขอสหรัฐและของโลกในครั้งนี้ครับ

Note: เรื่องภาวะโลกร้อน หรือ Climate Change ใช้เวทีออสกาหลอกต้มคนทั่วโลกอีกแล้วครับ ไม่เป็นความจริง โลกร้อนขึ้นจริงครับแต่ไม่ใช่เพราะน้ำมือมนุษย์ เป็นวัฐจักรของธรรมชาติ แล้วจะเอากราฟมาอธิบายให้ฟังครับ วงการวิทยาศาสตร์ เค้าเรียกว่า Pseudo Science คือเอาวิทยาศาสตร์มาหลอกต้มหาเงินครับ เล่นกันเป็นขบวนการเหมือนเดิม

1 ความคิดเห็น: