วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ระดมความคิดแก้วิกฤติชาติ..." 7/7 เมื่อถึงวันสิ้นชาติ ไม่มีโอกาสแก้ตัว "

มันมากับความมืด ???

จากการติดตามเหตุการณ์ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๐ อย่างต่อเนื่องตลอดมา มีสิ่งที่มหัศจรรย์ที่ไม่ธรรมดา อันเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ อันเป็นประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของผม คือสยามประเทศนี้ที่ว่า ประชาชนและรัฐสภาได้ยอมรับรัฐธรรมนูญอันมีบ่อเกิดมาจากความขัดแย้งทางความ คิดอย่างรุนแรงในระหว่างประชน การกำจัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เกิดขบวนการที่เป็นรูปธรรมจากประธานร่างรัฐธรรมนูญ ปลุกกระแสบีบคั้นขู่เข็ญรัฐสภาให้รับร่างรัฐธรรมนูญ จนถึงขนาดสร้างสถานการณ์ยุยงส่งเสริม ร่วมกันกับ NGO ที่ได้วางแผนจัดตั้ง ไว้แต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ ก่อความไม่สงบภายในประเทศเฉียดฉิวใกล้ภาวการณ์นองเลือด ทำให้รัฐสภาไม่มีความเป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว และในที่สุดต้องประกาศรับรัฐธรรมนูญนี้ด้วยภาวะภายใต้การข่มขู่จากขบวนการต่าง ๆ มันเป็นไปได้อย่างไร ในยุคสมัยแห่งความเจริญของประชาชาติไทย อันได้รับการพัฒนาวัฒนธรรมและการศึกษามาเป็นระยะเวลายาวนาน แน่นอนที่สุดต้องมิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและโดยธรรมดา ซึ่งเหตุการณ์ได้พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ว่า หาก สสร.ได้คำนึง ถึงความคิดเห็นของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ หรือไม่มีสิ่งเคลือบแฝงอยู่เบื้องหลังแล้ว เหตุการณ์เหล่านั้น จะ ไม่เกิดขึ้น การปลุกระดม การข่มขู่รัฐสภาให้รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือการกำหนดสีเพื่อแยกกลุ่มให้คนไทยจนเกือบต้องเข่นฆ่ากันเองนั้นเป็น การกระทำโดยเจตนาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อพิจารณา ถึงการกระทำภายหลังที่คณะ สสร. ร่างรัฐธรรมนูญสำเร็จแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการเสร็จสิ้นภาระกิจอันกำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๑ แล้วอย่างสมบูรณ์ 

แต่การณ์ปรากฏว่าไม่เป็นเช่นนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คณะ สสร.ได้ ประพฤติปฏิบัตินั้น นอกเหนือไปจากอำนาจและหน้าที่อันระบุไว้ให้กระทำได้ เป็นการกระทำเพื่อบ้านเมือง หรือเพื่อประชาขน หรือเพื่อทำลายชาติ ผมยอมรับฟังความคิดเห็นทางวิชาการของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในบทบัญญัติซึ่งท่านได้แจกให้ประชาชนได้อ่านและพิจารณา แต่พฤติกรรมของ ประธาน สสร. และ ประธานกรรมมาธิการร่างฯ กลับไม่ยอมรับความคิดเห็นของประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างออกไป หรือความเห็นเชิงสร้างสรรค์ของรัฐสภา ซึ่งจัดเป็นลักษณะของเผด็จการทางความคิด ที่บังคับให้ผู้อื่นต้องเห็นด้วยในทุกกรณี ทั้ง ที่ รัฐธรรมนูญนี้ได้ระบุไว้ชัดว่าเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ ในการแสดงความคิดเห็น หรือการพูดได้โดยอิสรเสรี ซึ่งมีจุดในการสร้างสรรค์หรือเสริมในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์แท้ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาขนตามมาตรา ๒๑๑ เตรส อำนาจอันประชาชนได้มอบผ่านรัฐสภา ซึ่งได้แต่งตั้ง สสร.ไป ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่สมบูรณ์ ไร้ความขัดแย้งซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขความล้มเหลวของระบบการเมืองในอดีตที่เป็นมา ซึ่งเป็นความเห็นเห็นในแนวทางเดียวกัน
 
แต่พฤติกรรมกลับเป็นที่สงสัยว่าเป็นการทำเพื่อบ้านเมือง ผลประโยชน์ของปวงชน หรือผลประโยชน์ของต่างชาติกันแน่ เพราะปรากฏชัดในหลายมาตราของรัฐ ธรรมนูญฉบับวาติกัน ปี ๒๕๔๐ นี้ ทำให้ประเทศ และปวงชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ต้องถูกริดรอน ทั้งอำนาจอธิปไตย อิสระ เสรีภาพ ฯลฯ โดยไม่อาจเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ 

ตลอดระยะเวลานับแต่การเริ่มร่างรัฐ ธรรมนูญ จนกระทั่งรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐสภาได้รับการกดดันโดยนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมาธิการยกร่าง นำคณะ สสร. ออก มาเคลื่อนไหวกดดันสร้างกระแสมวลชน ปรากฏเป็นหลักฐานสาธารณะว่า ใช้ สีเขียว(สีของวาติกัน) เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลมาโดยตลอด ซึ่งมีการสร้างแนวร่วมจากสื่อสารมวลชนทุกสาขา(เพราะนายกสื่อ มวลชนเป็น สสร. ด้วย) โดยใช้การขู่เข็ญรัฐบาล ผ่านสื่อว่า "ไม่รับรัฐธรรมนูญต้องนอง เลือด" ลักษณะคำขวัญอันปรากฏทางสื่อมวลชนทุกแขนง รวมทั้งเดินนำหน้า "ม๊อบ" เดินขบวนมายังรัฐสภา เป็นกระแสกดดันรัฐบาลให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตนและพวกได้ร่างขึ้นนั้น "โดย เจตนาเพื่อเปลี่ยนรัฐธรรมนูญจากฉบับเดิม เป็นฉบับใหม่" การกระทำของนายอานันท์ ประธานยกร่างฯ เช่นนั้น เป็นการกระทำที่ เข้าข่าย มาตรา ๑ (๖) และมี ความผิดฐานกบฏ มีโทษถึงประหารชีวิต รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็มิชอบด้วยกฎหมาย ไม่อาจนำมาใช้บังคับเป็นกฎหมายของประเทศได้ด้วยประการทั้งปวง สิ่งที่พึงพิจารณาและน่าสังเกตุเป็นอย่างยิ่ง คือการพยายามใช้กระแสสื่อมวลภายใต้อาณัติของตน ทำการข่มขู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เพราะตามกฎหมายนั้น จะต้องกราบบังคมทูลถวายร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ให้ทรงพระวินิจฉัยเป็นเวลา ๑๕ วันเป็นอย่างน้อย แต่จากหลักฐานอันปรากฏนั้น เมื่อสร้างกระแสที่จัดตั้งโดย NGO เพื่อให้รัฐสภาและวุฒิสภา ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญนั้นแล้ว ประธานสภาได้นำเข้าทูลเกล้าถวาย และรอรับร่างรัฐธรรมนูญนั้นกลับในทันที

โดยกลุ่ม NGO มี นายอานันท์ หัวหน้าเป็นหัวหน้าว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" เพื่อมิให้องค์พระประมุขทรงมีพระราชวินิจฉัยในข้อเสียของรัฐธรรมนูญได้ โดยอ้างเอากระแสประชาชนที่ตนได้จัดตั้งขึ้นนั้นบีบบังคับพระองค์ และโดยแผนการที่วางไว้นั้น หากองค์พระประมุขจะทรงนำร่างรัฐธรรมนูญนั้นไปวินิจฉัย ก็เท่ากับขัดต่อกระแส NGO ก็จะถือโอกาสโค่นล้มพระประมุขอีกทางหนึ่งซึ่งได้เตรียมการไว้เรียบร้อย นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดองค์พระประมุขจึงต้องทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้ โดยไม่อาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยได้เลย นับเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยเจตนา 

(หมายเหตุ: ใน ขณะร่างรัฐธรรมนูญ นายวัน มู ฮัมหมัด ได้เข้าร่วมประชุมองค์กรสิทธิมนุษยชนกับนายอานันท์ปันยารชุน ด้วย และภายหลังประกาศใช้แล้ว นายวัน มูฮัมหมัด ได้สนับสนุนการสัมนาธรรมรัฐ(Good Governance) ของ นายอานันท์ ปันยารชุน โดยตลอด สำหรับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ปรากฏทางสื่อมวลชน โทรทัศน์ทุกช่อง สามารถพิสูจน์ได้ทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นจริงในประวัติศาสตร์ไทย)


บรรณานุกรม

เกริกศักดิ์ กองศิลป์, ประเมินผล 27 ปี ของความช่วยเหลือทางวิชาการของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๒ - ๒๕๑๓, กรุงเทพฯ , พ.ศ.๒๕๑๓

คนึงนิตย์ จันทบุตร, การ เคลื่อนไหวของยุวสงฆ์ไทยรุ่นแรก, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-มูลนิธิ โครงการตำราสังคมศาสตร์-มูลนิธิร๊อคกี้เฟลเล่อร์, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๒๘

ชัยอนันต์ สมุทรวานิช, ดร., นานาสังวาสธรรมชาติของพุทธ, ธรรมสันติการ พิมพ์, พ.ศ.๒๕๓๒

ธานินทร์ กรัยวิเชียร, ศาสนา กับ ความมั่นคงของชาติ, กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพฯ , สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๐

บ.ธรรมบาล, คำ สั่งลับวาติกัน หลักฐานสะท้านโลก, สยามบิวสิเนส, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๔๓

ประสิทธิ์ ไชยทองพันธ์, ภัย ของพระพุทธศาสนา, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๓๓

พิชิต จงสถิตย์วัฒนา, สหรัฐ กับประเทศด้อยพัฒนา, อักษรสัมพันธ์, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๑๔

เม็ดทราย,การทำลายล้างพระ พุทธศาสนาในเอเซีย เล่ม 1,สยามบิวสิเนส, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๔๓

สาวกสังโฆ, สิทธิมนุษยชนและ เสรีประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา,กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๓๒

แสวง อุดมศรี, ศึกสมเด็จ, อมรการพิมพ์,กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๒๘

สัมมาสัมพุทธ, เศรษฐศาสตร์เชิง พุทธ, ธีระการพิมพ์, กรุงเทพฯ, มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๑

สุรินทร์ พัฒนศิริ, การปฏิวัติทาง วัฒนธรรมในธิเบต, กรมยุทธศึกษาทหารบก, กรุงเทพฯ

____________ คู่มือป้องกันและปราบปราม คอมมิวนิสต์ เล่ม ๒, กองอำนวยการป้องกันและปราบปราม คอมมิวนิสต์, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๐๒
 
____________ องค์การ แนวร่วมคอมมิวนิสต์รัสเซีย(ลับมาก), ศูนย์ รักษาความปลอดภัย

แห่งชาติ(ศรภ.), กรุงเทพ, พ.ศ.๒๕๑๐

____________ การทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย, กรมยุทธศึกษาทหารบก, กรุงเทพฯ, ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๘

Avia Ifon, "Area conflict Research Sought", 1963

Charies A Steven, "The War or the New Churchs", 1968

Falin B Grant, "What are We Doing in Thailand ?", 1969

Hoang Van Chi, From Colonization to Communism, 1974

John Stanley, "The International Trade Arms", London , 1972

Mark Selden, "Re-marking Asia", Pantagon Paper

Michael T Kiare, "Organization Project Agile in Asia", 1969

Michael Getler, "Arpar Team Aids Thailand in Developing", 1966

Olean P Elite, "Army Support in Thailand", 1970

Robert S Macnamara, Pantagon Paper, White House, USA, 1965

W Mccoy, "The Politic of Heroin in South East Asia, 1973"

US. House of Representative, Committee on "Force Affairs", Part 9
__________ "Loas & Thai Iregulars Army", Pantagon Staff Report, Jan 1972,

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ29 พฤษภาคม 2553 16:32

    โทดนะครับ คือเป็นข้อมูลลับแล้วเอามาจากไหนครับ มีคนในเอาออกมาหรอคับ งงมากคับ

    ตอบลบ
  2. หากใครที่ติดตามมา คงพอจะต่อจิ๊กซอว์ภาพออกว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

    การหลอก ประชาชนให้ออกมา เพื่อถูกฆ่าโดยทหาร(ทั้งทหารจริง กับปลอมตัวมา)

    การ นองเลือด ล้มสถาบัน ล้มระบอบ ล้มประเทศ

    สุดท้ายกลายเป็นเพียงรัฐๆ หนึ่งของประเทศมหาอำนาจที่วางแผนการเข้ามา

    เพื่อยึดครองทรัพยากรอัน มีค่าในประเทศไทยเรา

    หากในปีนี้ ไม่กวาดล้างประชาชนในประเทศของเราในเหลือน้อยลง

    การที่จะอพยพคนเข้า มา ก็จะยิ่งทำให้เปลืองทรัพยากรที่มีอยู่มากขึ้น

    หลังจากเดือน กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป แกนโลกจะเอียงทำมุมเพิ่มขึ้นอีก 2 องศา

    ทรัพยากร ต่างๆใต้พื้นผิวโลกจะมีการเคลื่อนตัว

    นั่นหมายความว่าปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติในทั่วโลกจะรุนแรงมากขึ้น

    โดยเฉพาะทางอเมริกาและทางยุโรป

    และ นี่แหละ ทำไมต่างประเทศจึงจำเป็นที่ต้องยึดพื้นที่ทางภูมิภาคนี้ให้ได้ โดยเฉพาะประเทศไทย

    ปล. ท่านแม่ทัพยังไม่ตอบเมลผมเลยนะ

    ตอบลบ