วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Insider by Lindsey Williams ( Nov 6, 2010 )

รุปให้คร่าวๆครับ กับบทสัมภาษณ์เพิ่มเติม โดย Lindsey Williams ซึ่งยังยืนยันในข้อมูลภายในที่ได้รับมา คือ

1.Lindsey เปิดเผย source หรือที่มาของแหล่งข่าว คือนักการเมืองเชื้อสายลาตินนามสกุล Fromm ที่ต้องยอมเปิดเพราะมีคนตามสืบจนเจอแล้วนำมาเปิดเผยก่อน

2. Massive Inflation อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐเป็นลำดับ

3.MBS หรือ Mortgage Back Securities หรือตราสารการกู้เงินที่มีหนี้เน่าจากอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหม่และใหญ่มากสำหรับระบบเศรษฐกิจสหรัฐ เพราะมูลค่าอสังหาเหล่านั้นลดลงอย่างต่อเนื่องจนต่ำกว่ามูลหนี้ ลูกหนี้ชักดาบไม่ผ่อนต่อ ไม่รวมที่ตกงานไม่มีเงินผ่อน กลายเป็นหนี้เสีย กระทบมาถึงตัวตราสารเอง 

(ธรรมดาอสังหาเหล่านั้นเสื่อมมูลค่าอย่างแรง แล้วกลายป็นหนี้เสียอยู่แล้ว ยังต้องมาพัวพันโดยการเป็น collateral หรือหลักทรัพย์ให้กับตราสารการกู้ยืมเงินอีกเด้งครับ ก็คือจะทำให้เจ๊งกันเป็นทอดๆ ไป ตั้งแต่ผู้ซื้อบ้าน ผู้ปล่อยกู้รายย่อย รายใหญ่ ไล่ไปจนถึงธนาคารที่เป็นท่อของเงิน เด้งไปโดนสถาบันที่ซื้อขายตราสารนั้นๆในที่สุด แต่พี่เบนบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปเหมาซื้อ(โดยใช้เงินภาษีของประชาชน หรือ Bailed Out) หนี้เน่าหล่านั้นออกมาจากระบบธนาคาร(ของนายทุนวอลสตรีท ซึ่งก็คือผู้ถือหุ้นของ FED อีกนั่นแหละ) เอาขยะเหล่านั้นมากองไว้ที่ FED เอง เพื่อไม่ให้ธนาคาร(ของนายทุนวอลสตรีท ซึ่งก็คือผู้ถือหุ้นของ FED อีกนั่นแหละ) เหล่านั้นเจ๊งในลักษณะเดียวกันกับ "เลแมน บราเดอร์" โดยการ "ปั๊มเงิน" ครับ ถ้าฟังการประกาศ QE2 ให้ดี เค้าเปิดช่องโดยการกันเงินไว้อีก 200-300 Billion เพื่อมาซื้อ MBS ส่วนนี้ โดยไม่รวมกับ 600 Billion ที่เอาไว้ซื้อพันธบัตรโอบาม่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้น QE2 ไม่ใช่ 600Bil แต่เป็น 800-900 Bil ครับ เล่นเอาเจ้าหนี้อึ้ง ทำอะไรกันไม่ถูก นึกว่าที่ผ่านๆมาพี่เบนจะแค่พูดเพื่อทุบดอลล่าเล่นเท่านั้นเอง)


***องไล่เรียงตรงนี้ดูให้ดี จะเข้าใจกระบวนการฉ้อฉลและถ่ายเทเงินภาษีจากประชาชนมาเข้ากระเป๋ากลุ่มทุนตัวเองในที่สุด ด้วยภาพการล้มและการเข้าไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ.......และทีมเศรษกิจเกือบทั้งทีมก็มาจากโกลด์แมน แซ็ค โดยหัวโต๊ะที่ผลักดันผ่านกฏหมายทั้งหมดก็คือ รัฐมนตรีคลัง ทิม ไกเนอร์ หรือ อดีตประธาน FED สาขานิวยอร์ค หรืออดีตซีอีโอของโกลด์แมน แซค อีกนั่นเอง.......คลาสสิคไม๊ครับ 18 มงกุฏยังต้องเรียกพี่เลย

4.ราคาทองคำ US$ 2,000 ใน 6-8 เดือนข้างหน้า 
เพิ่มเติม : (Bob Chapman $1,600 ภายใน Dec 2010 & $2,000 ภายใน March 2011)(Jim Sinclair $1,450-1,650 ใน 2-3 เดือนนี้) สาเหตุมาจาก QE2 ***ดูรอบการทุบของปลายปีที่แล้ว (จาก Dec 5, 2009) ประกอบครับ แต่ปีนี้มี QE2 แรงๆ ช๊อคตลาดแบบนี้เพิ่มขึ้นมาทำให้ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไป และกลิ่นตุๆของยุโรป ในเรื่องหนี้และพันธบัตรกำลังขับเคลื่อนราคาทองคำตอนนี้ คือ ...ขายยูโรเข้าซื้อทองคำและคอมโมดิตี้... ทำให้ดอลล่าอินเด็กซ์ ทองคำและคอมโมวิ่งไปพร้อมๆ กัน

5.ราคาน้ำมัน US$ 152-200 ใน 6-8 เดือนข้างหน้าจาก $ เฟ้อ ($5-$6/แกลลอน ปั๊มน้ำมันในสหรัฐ)

6.จับตาความร่วมมือและความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซีย

7.สงครามตะวันออกกลางเริ่มใน 4-6 เดือน แต่ไม่เป็นประเด็นสำคัญเพราะจะมีอะไรที่ใหญ่กว่ามาก (ต้องรอดูมีความเป็นไปได้มีหลายตัว อาจจะเป็นเศรษฐกิจ หรือ Simpsons )

8.การเข้าเทคโอเวอร์โดยรัฐบาลสหรัฐจะถูกเร่งให้เร็วขึ้นจากนี้ไปจนถึงมกราคม 2011 ( ขอแบบ Simpsons แค่ลูกเดียว เค้าเข้าวินเลย )




3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ10 พฤศจิกายน 2553 20:42

    ขอบคุณท่านแม่ทัพมากครับ ที่มาสรุปให้ทราบ หลังจากที่รอมาหลายวัน

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ12 พฤศจิกายน 2553 13:03

    ก่อนที่จะปั่นราคาน้ำมันขึ้นไปได้ตามที่กล่าวมาแล้ว แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นน่าจะมีสงครามที่อิหร่านก่อน เพราะดูช่วงเวลามันสอดรับกันมากครับ.

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ17 พฤศจิกายน 2553 05:43

    รมต.กลาโหมสหรัฐฯย้ำกำลังทหารมิอาจหยุดยั้งอิหร่านพัฒนานิวเคลียร์

    http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000162320

    ตอบลบ